vinyl (23)

 

ท่ามกลางวัฒนธรรมการฟังเพลงที่แปรเปลี่ยนไป โลกแห่งสตรีมมิ่งก้าวมาเป็นพระเอกที่เด็กยุคใหม่ต่างนิยมชมชอบด้วยความสะดวกสบายเพียงปลายนิ้วกด แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฟอร์แมตการฟังเพลงที่หายหน้าหายตาไปนานอย่าง แผ่นเสียง เริ่มกลับมาอยู่ในกระแสนิยมทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย แผ่นเสียงกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกลำดับต้นๆ สำหรับคอดนตรีที่ต้องการเสพความละเมียดละไมของซาวนด์นับตั้งแต่หัวเข็มได้บรรจงแตะลงไปที่ร่องเสียงของแผ่น แต่ดูเหมือนว่าการกลับมาเติบโตอย่างรวดเร็วของแผ่นเสียงหนนี้ก็มีเรื่องที่น่าเป็นห่วงเช่นเดียวกัน เมื่อราคาของเจ้าแผ่นกลมขนาด 12 และ 7 นิ้ว เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ บางแผ่นราคาสูงกว่า 5,000 ไปจนถึงราคาเหยียบหมื่น จนหลายคนในวงการเกิดความเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าจะเกิดภาวะฟองสบู่ขึ้น

อันที่จริงแผ่นเสียงนั้นมีลมหายใจอยู่ในอุตสาหกรรมดนตรีโลกมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 โดยบริษัท โคลัมเบีย เรคคอร์ดส์ ในสหรัฐอเมริกา และเข้าสู่ความรุ่งเรืองขีดสุดในยุค 60s บรรดาศิลปินสร้างรายได้จากการปั๊มแผ่นเสียงออกมาวางจำหน่ายอย่างเป็นกอบเป็นกำ ก่อนจะค่อยๆ สลายความนิยมลงไปในช่วงปลายยุค 70s พร้อมการเข้ามาตีตลาดของเทปคาสเสตต์ ต่อเนื่องด้วยซีดี และไฟล์ดิจิตัลที่เข้ามาเปลี่ยนโลกแห่งเสียงดนตรีไปอย่างสิ้นเชิงจวบจนปัจจุบัน แต่เมื่อจู่ๆ ซีนของแผ่นเสียงก็กลับมาโลดแล่นในวงการได้อย่างสง่าผ่าเผย หลายคนจึงตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดแผ่นเสียงจึงกลับมาอยู่ในเทรนด์ทั้งๆ ที่หากมองภาพความเป็นจริงแทบจะเรียกได้ว่า มันเคยหายไปจากสารบบดนตรีโลกแล้วเสียด้วยซ้ำ

vinyl (29)

 

“รายได้ของอุตสาหกรรมเพลงทั่วทั้งโลกเมื่อปีที่แล้ว แผ่นเสียงมียอดรายได้อยู่ที่ 400 กว่าล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่สตรีมมิ่งต่างๆ มียอดรวมอยู่ที่ 300 กว่าล้านเหรียญสหรัฐฯ แผ่นเสียงแซงไปเรียบร้อยแล้วครับ และมีแนวโน้มว่ามันจะแซงขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วย” นี่ข้อเท็จจริงจากปากของ อนันต์ ลือประดิษฐ์ บรรณาธิการส่วนจุดประกาย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ นักวิจารณ์ดนตรีผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการมาอย่างยาวนาน และสะสมแผ่นเสียงมายาวนานถึง 17 ปี “ผมมองว่าการกลับมาของแผ่นเสียงในครั้งนี้มันคือเรื่องของคุณค่าที่มีอยู่เดิมนะ นักเล่นจำนวนไม่น้อยที่เป็นคนรุ่นใหม่ พวกเขาอาจเริ่มสงสัยว่าแผ่นเสียงซึ่งเป็นสมบัติของปู่ย่าตายายมันคืออะไร ทำงานอย่างไร เริ่มจากเป็นของเล่นก่อน และผมเชื่อว่ามันสามารถพัฒนาไปสู่รสนิยมที่ลึกซึ้งได้”

แต่อย่าลืมว่า ยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำรงชีวิตสำหรับเด็กเจเนอเรชั่นนี้ก็ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจขึ้นว่า กลุ่มเด็กรุ่นใหม่ที่เริ่มก้าวเข้าสู่โลกของแผ่นเสียงนั้นหลงรักมันหัวปักหัวตำหรือทำตามเทรนด์กันแน่ “จะมองในเชิงนั้นก็ได้ แต่ผมคิดว่าเด็กรุ่นนี้ก็มีนักฟังตัวจริงอยู่ด้วยนะ” อนันต์ ซึ่งปัจจุบันรับบทบาทการเป็นอาจารย์พิเศษ คณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร เสริมในประเด็นนี้ “นักฟังตัวจริงเขาก็จะฟังแบบซีเรียส ต้องการข้อมูลเพลงแบบจริงจัง เห็นจากร่องที่ 1 จนถึงร่องสุดท้าย พอหมดหน้าก็ต้องยกพลิกหน้าเอง สิ่งเหล่านี้หลอมรวมให้เกิดประสบการณ์ใหม่ ซึ่งคนยุคปัจจุบันหรือย้อนกลับไป 20 ปี เขาไม่เคยได้รับประสบการณ์นี้มาก่อน มันเลยกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่า”

ก่อนที่ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ จะนำพาคุณผู้อ่านเดินทางเข้าสู่ปัญหาภาวะฟองสบู่ของแผ่นเสียงที่หลายคนเป็นห่วงกัน เราขอจำแนกชนิดของแผ่นเสียงในตลาดที่คนนิยมเล่นให้เข้าใจตรงกันเสียก่อน ซึ่งก็สามารถแยกย่อยออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ได้แก่ แผ่นเสียงมือหนึ่งที่ผลิตออกมาวางจำหน่ายใหม่, แผ่น Original Pressing ซึ่งเป็นการปั๊มแผ่นครั้งแรกของอัลบั้มนั้นๆ บางแผ่นอาจมีอายุถึง 40-50 ปี, แผ่น Reissue กับการนำเอาอัลบั้มเก่าๆ มาทำการมาสเตอริ่งใหม่ รวมถึงแผ่นเสียงมือสองที่ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

Vinyl-02
Vinyl-04

 

“ปัญหาเรื่องภาวะฟองสบู่ของวงการแผ่นเสียงน่าจะเกิดขึ้นกับแผ่นเสียงมือสอง โดยเฉพาะแผ่นหายากของไทย” วิภว์ บูรพาเดชะ นักวิจารณ์เพลง, คอลัมนิสต์ และบรรณาธิการนิตยสาร happening ซึ่งเพิ่งจัดทำ happening ฉบับพิเศษเกี่ยวกับแผ่นเสียงภายใต้ชื่อ Vinyl Republic กล่าวกับเรา “ถ้าเทียบกับเมื่อสัก 10 ปีก่อน ราคามันขึ้นมากอยู่แล้ว เพราะทุกวันนี้มันมี Demand เยอะขึ้น ก็มีการแย่งแผ่นกันพอสมควร เพราะฉะนั้นแผ่นที่ขายได้และน่าสนใจก็จะมีราคาที่สูงขึ้น ซึ่งแผ่นที่มีการปั่นราคาก็มักจะเป็นแผ่นไทยหายาก เช่น วงคาราบาว หรือ Grand Ex’ ซึ่งไม่ได้มีการผลิตใหม่ ก็จะถูกถีบราคาขึ้นสูงมาก” อีกทั้งเขายังยกตัวอย่างอัลบั้ม ท.ทหารอดทน ของคาราบาวที่โดนทางการสั่งเก็บ, แผ่นเสียงของ ศรคีรี ศรีประจวบ รวมถึงอัลบั้ม เสริมสุขภาพ ของ Moderndog ซึ่งเป็นอัลบั้มไทยแผ่นสุดท้ายที่มีการผลิตในรูปแบบแผ่นเสียงในยุคก่อนซึ่งราคาพุ่งขึ้นเป็น 10 เท่าเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม วิภว์ ที่ออกตัวว่าเพิ่งเริ่มหลงใหลในโลกแห่งแผ่นเสียงอย่างจริงจังก็ตอนเริ่มทำเล่ม Vinyl Republic ก็มองว่า ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่อย่างใด “คือถ้ามองในแง่หลักของ Demand-Supply เดี๋ยวมันจะเกิดความสมดุลขึ้นเองโดยธรรมชาติ เพราะถ้าคุณปั่นราคาไปสูงมากจนไม่มีคนซื้อ มันก็ต้องลดราคาลงมาเพื่อให้มันขายได้” โดย อนันต์ ลือประดิษฐ์ ก็มีความเห็นในประเด็นนี้ว่า “แผ่นเสียงหายากมันก็เหมือนพระเครื่องนั่นล่ะครับ การปั๊มครั้งแรกมันแพงโดยตัวของมันเองอยู่แล้ว แต่ยุคนี้มันมีแผ่น Reissue ซึ่งถ้าคุณไม่เล่นแผ่นที่ปั๊มเมื่อ 40-50 ปีก่อน หันมาเล่นแผ่นปั๊มใหม่ ในแง่ของคุณภาพ เสียงมันอาจจะไม่ต่าง หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำไป เพราะคุณภาพของวัสดุก็ดีขึ้น เรื่องปั่นราคามันมีเรื่องของธุรกิจเข้ามา ผู้ค้าบางคนซื้อมาเก็บไว้แล้วค่อยๆ ปล่อย นักเล่นบางคนเขาอยู่ในตลาด เขารู้ว่าความต้องการมันมีมากขนาดไหน เขาอาจจะปล่อยแค่เดือนละแผ่น ขายอยู่ 2-3 ปี แต่ได้กำไร 40 เท่าก็เป็นไปได้”

vinyl (18)

 

ในเมื่อปัญหาภาวะฟองสบู่ที่หลายคนมองว่าน่าเป็นห่วง ในอีกแง่หนึ่ง การปั่นราคากลับกลายเป็นเรื่องธรรมดาของโลกธุรกิจที่เมื่อมีการลงทุนก็ต้องหวังผลกำไร แต่สิ่งใดเล่ากลับน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าประเด็นที่เราพูดถึงก่อนหน้านี้…

ณัฐพล เสียงสุคนธ์ หรือ DJ Maft Sai เจ้าของค่ายเพลงและร้านแผ่นเสียงทางเลือกย่านสุขุมวิทอย่าง ZudRangMa Records กล่าวถึงอีกหนึ่งปัญหาที่อาจน่าเป็นห่วงยิ่งกว่านั่นก็คือ ราคาของแผ่นเสียงที่ผลิตใหม่นั่นเอง “พอแผ่นเสียงมันแพงไปถึงจุดๆ หนึ่ง ราคามันจะแปลกประหลาด มันบ้าไปแล้วก็ว่าได้ อย่างแผ่นเสียงผลิตใหม่ในบ้านเราราคา 3,000-4,000 บาท ซึ่งราคานี้คุณสามารถซื้อแผ่นเสียงหายาก หรือแม้แต่แผ่น Original Pressing ปั๊มครั้งแรกในต่างประเทศได้สบายๆ คือราคาแผ่นเสียงผลิตใหม่สำหรับตลาดโลกมันไม่ควรเกิน 1,000-2,000 บาท สั่งจากเว็บไซต์เมืองนอกแล้วโดนภาษีในไทยก็ไม่เกิน 1,500 บาทแน่ๆ แต่ทำไมแผ่น Reissue หรืออัลบั้มใหม่ในเมืองไทยขาย 2,000-5,000 บาท เอาจริงๆ มันก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละคนนะ แต่ผมมองว่ามันเป็นราคาที่ไม่เมคเซนส์เลย สมมุติผมเพิ่งเริ่มมาเก็บแผ่นเสียงตอนนี้ ผมเจอราคาแบบนี้ ชาตินี้ผมก็ไม่ซื้อแผ่นเสียงนะ”

ในขณะที่อีกหนึ่งคอลเลกเตอร์แผ่นเสียงตัวยงอีกหนึ่งคนของเมืองไทยอย่าง คมสัน นันทจิต ก็เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว “ตอนนี้ราคาแผ่นเสียงไทยราคาแพงเกินไป ราคาไม่ต่ำกว่า 2,000 บาทนี่ถือว่าแพงมากนะ ลองคิดดูว่าเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นแฟนเพลงของวงใดวงหนึ่งแล้วอยากซื้อแผ่นเสียงของวงนั้นๆ แต่ต้องมาเจอราคา 2,500 บาทมันก็ลำบาก นั่นจะทำให้แผ่นเสียงเดินทางไปไม่ถึงคนที่ชอบฟังเพลงจริงๆ คือผมก็มองว่าบ้านเราไม่มีโรงงานผลิตแผ่นเสียง ต้องไปจ้างต่างประเทศในการผลิต โดนเรื่องภาษีอีก ต้นทุนก็เลยสูง แต่คือมันก็มีแผ่นเสียงบางแผ่นที่ทำราคาต่ำกว่า 2,000 บาทได้ไง และผมก็เชื่อว่าบางแผ่นมันก็ไม่น่าแพงถึงขนาดนั้น และบางแผ่นแพงเกินไปแน่นอน”

Vinyl-03
Vinyl-01

 

โดย ณัฐพล ซึ่งต่อสายตรงจากสก็อตแลนด์มาพูดคุยกับ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ เพราะเขากำลังออกทัวร์ยุโรปกับวง The Paradise Bangkok Molam International Band ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งและพ่วงตำแหน่งโปรดิวเซอร์ก็มีอีกหนึ่งมุมมองที่เราว่าทุกคนควรทราบ “ราคาแผ่นเสียงมันขึ้นอยู่กับความต้องการในท้องตลาดว่ามีมากขนาดไหน และจำนวนการปั๊มแผ่นมันเยอะเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าทุกแผ่นจะแพงไปหมด เช่น แผ่นเสียงของศิลปินดังๆ อย่าง เอลวิส เพรสลีย์ หรือ The Beatles คนไทยมองว่าบางทีราคามันสูง ขายเมืองไทยเป็นหลักพัน แต่แผ่นพวกนี้ถ้าไม่ใช่รุ่นพิเศษหรือลิมิเต็ด อิดิชั่นจริงๆ มันสมควรจะเป็นแผ่นที่มีราคาถูกที่สุดที่หาได้ในตามท้องตลาด เพราะมันผลิตมาเป็นล้านแผ่น เดินไปร้านขายแผ่นเสียงมือสองของทุกประเทศมีหมด คาแรคเตอร์ของประเทศในแถบตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นตรรกะที่คล้ายๆ กันว่า แผ่นที่ไม่สมควรแพงกลับแพง แผ่นที่สมควรแพง แต่คนไม่รู้จักกลับราคาถูก แต่ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นเสน่ห์นะ เพราะแต่ละคนมองค่ามันไม่เหมือนกัน ขยะของคนๆ หนึ่งอาจเป็นสมบัติของคนอีกคนก็ได้”

ณัฐพลยังเป็นห่วงอีกว่า หากราคาแผ่นเสียงยังพุ่งสูงขึ้นอยู่เช่นนี้ ก็จะส่งผลถึงจำนวนของคนเก็บแผ่นเสียงที่ลดลง หรืออาจเหลือแค่กลุ่มคนที่มีฐานะทางการเงินดีเพียงกลุ่มเดียว ซึ่งหนทางแก้ไขในเรื่องราคาแผ่นเสียง เขาและคมสันมองคล้ายๆ กันคือ เมืองไทยยังขาดเรื่องราคากลาง เพราะในต่างประเทศเราสามารถเช็กราคาในเว็บไซต์ได้ว่า แผ่นที่เราต้องการเป็นเจ้าของนั้นราคาเท่าไหร่ รวมถึงหากบ้านเรามีโรงงานผลิตแผ่นเสียงก็จะสามารถลดต้นทุนในการผลิตแผ่นเสียงได้

ในขณะที่ วิภว์ บูรพาเดชะ มองว่า ด้วยความที่ปัจจุบันเมืองไทยมีจำนวนร้านรวงแผ่นเสียงเพิ่มขึ้นมาก รวมถึงการซื้อขายกันในโลกไซเบอร์ก็ได้รับความนิยม เริ่มมีแบรนด์ไทยทำเครื่องเล่นแผ่นเสียงเองในราคาที่ไม่แพงมาก สิ่งเหล่านี้น่าจะทำให้คนรุ่นใหม่รวมถึงคนรุ่นเก่าที่เพิ่งมาติดแผ่นเสียงงอมแงมเข้าถึงโลกใบนี้ได้ง่ายขึ้น และราคาของแผ่นเสียงอาจจะถูกลงด้วยซ้ำ

vinyl (17)

 

ทิศทางของแผ่นเสียงในเมืองไทยยังคงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองต่อไป ว่ากราฟความนิยมจะพุ่งขึ้นไปพร้อมราคาที่มากกว่าทุกวันนี้หรือไม่ หรือจะสลายหายไปอีกครั้งตามกาลเวลาของเทรนด์แห่งวัฒนธรรมการฟังเพลงที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นเช่นไรในอนาคต

อนันต์ ลือประดิษฐ์ กล่าวกับเราว่า “ถ้ามีสงครามโลกครั้งที่ 3 เกิดขึ้นแล้วไม่มีไฟฟ้าใช้ เรายังมีเครื่องเล่นแผ่นเสียง เรายังสามารถหาวิธีการฟังมันได้ แต่หากเป็นซีดี เราคงไม่รู้ว่าจะหาหัวเลเซอร์อ่านได้จากที่ไหน และผมเชื่อว่า แผ่นเสียงจะกลายเป็น Milestone ใหม่ของวงการเพลงไทยนะ ระบบซิงเกิ้ลในปัจจุบันทำให้ศิลปินขาดตัวตนที่ชัดเจน กระบวนการการทำแผ่นเสียงมันเป็นการตอกย้ำว่า ถึงจุดหนึ่งถ้าคุณสามารถทำงานอัลบั้มเต็มได้ คุณถึงจะทำแผ่นเสียงได้ นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกว่าศิลปินมีพลังและความคิดสร้างสรรค์ขนาดไหน”

ในขณะที่คำกล่าวของ ณัฐพล เสียงสุคนธ์ ก็น่าสนใจไม่น้อย “ผมมองว่า ‘คนเล่นแผ่นเสียง’ กับ ‘คนฟังแผ่นเสียง’ ต่างกันนะ คนที่ฟังตัวเพลงจริงๆ ไม่ว่าจะจากฟอร์แมตอะไร สมมุติว่าเขาชอบเพลงนี้แต่ไม่มีแผ่นเสียง ซีดีเขาก็ฟัง เพราะเขาชอบที่เพลง แต่บางคนยึดติดกับฟอร์แมต ถ้าไม่มีเป็นแผ่นเสียงก็ไม่ฟัง ถามจริงๆ ว่าคุณชอบเพลงหรือแผ่นเสียง เพลงน่ะสำคัญกว่าอยู่แล้ว แผ่นเสียงเป็นแค่ฟอร์แมตที่เพลงสิงสถิตอยู่เท่านั้น”

และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เสียงดนตรีก็ยังคงมอบความสุขให้คนฟังอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่ว่าเสียงเหล่านั้นจะออกมาจากแหล่งกำเนิดเสียงใดก็ตาม แต่จะลองเปิดโลกทัศน์ครั้งใหม่ไปกับโลกของ “แผ่นเสียง” สักครั้งในชีวิตก็ไม่ว่ากัน ไม่แน่ว่าคุณอาจได้สัมผัสกับอารมณ์หลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้นก็เป็นไปได้

 

Story by : Chanon B.
Photos by : Pisut S. / happening / ZudRangma Records