golf

10 UNDERGROUND THAI MCs ที่อยากแนะนำให้ฟังในทรรศนะของข้าพเจ้า

10. Chitswift

แรปเพอร์ที่ยังมีผลงานออกมาไม่มากนัก แต่ไม่กี่เพลงนั้นเรียกเสียงวิพากษ์จากสังคมในวงย่อมๆ ได้กะเพื่อมเกินตัว จากเพลง “เด็กนิเทศฯ” ที่เขาออกมาด่าพวกที่ไม่ Respect คณะดังกล่าว สร้างเสียงสะท้อนที่บ้างเห็นด้วยและต่อต้านดังก้องโลกโซเชียลฯ ก่อนที่ลายเซ็นของ Chitswift จะยิ่งเด่นชัด เขาใช้ไรม์และฝีปากด่ากราดเฉพาะเจาะจงลงลึกไปที่การศึกษาไทย ตั้งแต่เพลง”กระทรวงฝึกหมาพิการ” ไปจนถึงซิงเกิ้ลที่แสดงให้เห็นฝีมือและแอตติจูดอันร้ายกาจอย่างเพลง ”ธุรกิจการศึกษา” แม้จะใหม่และอายุยังน้อย แต่ต้องยอมรับว่ามองข้าม Skill และมุมมองเขาไปไม่ได้เป็นอันขาด

9. VKL

จงเมินเฉยเรื่องที่เขาเป็นทายาทตลกชื่อดัง เพราะ Skill และ Style ของ VKL นั้นไม่ตลกและโดดเด่นเป็นอย่างมาก ด้วยน้ำเสียงที่กวนตีนเป็นเอกลักษณ์และลักษณะไรม์แนว Swag สมัยใหม่แบบ A$ap Rocky ทำให้เขาเป็นอีกหนึ่ง Mc รุ่นใหม่ที่ต้องคอยติดตามฟังอยู่เสมอ เหตุผลที่ทำให้เพลงของ VKL น่าสนใจมากต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากทีมเวิร์คของเขากับ Roony โปรดิวเซอร์รุ่นใหม่มาแรงที่งานจ๊าบมากขึ้นทุกวัน จนทำให้หลายๆเพลงอย่าง ”ดิบ” “Original Killa” “ขึ้นลง” เป็นเพลงที่ควรค่าแก่การหามาฟังแล้วโยกแบบ Swag อย่างยิ่ง

8. Way G

หนึ่งในสมาชิกวงรุ่นใหม่แต่ร้ายกาจอย่าง N.O.N.E ไรม์ของ Way-G มีเสน่ห์บางอย่างที่เวลาฟังแล้วมันจะถึงอารมณ์โยกหัวแบบไม่กระแทกกระทั้นแต่ไหลโฟลว์ ด้วยน้ำเสียงการแร็พแหลมเฟี้ยวที่โดดเด่นแบบทำให้คิดถึงการแร็ปจากถิ่น Dirty South บวกกับบีทของนาย Roony เจ้าประจำที่เป็นเพื่อนร่วมวงเดียวกันอันเข้าขากันเป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกที่ Way-G จะเป็นอีกหนึ่งชื่อสำคัญที่ควรจับตามอง เพลย์ลิสต์ที่ควรคลิกเข้าไปหาฟังกันคือเพลง “ไหล” “ในสถานการณ์” และ “จังหวะชีวิต” ที่สำคัญควรจับหูฟังเพลงที่หมอนี่ไปฟีทกับชาวบ้าน เพราะ Way-G นั้นมักจะแสดงการฆ่าอยู่เสมอ

7. SnoopKing

แรปเพอร์จากเหนือสุดยอดในสยาม อ.แม่สาย พกพาสไตล์ความหวานแบบล้านนามาใส่ในเพลงฮิปฮอปของเขาจนได้เสน่ห์ยากบรรยาย หลายๆเพลงของเขาล้วนเล่าถึงความหวัง ความฝัน ความรัก จนทำให้เพลงของ SnoopKing กลายเป็นเพลงที่ไร้ซึ่งความเกลียดชังด่าทอในถ้อยแร็พไปโดยปริยาย นอกจากนั้น SnoopKing ยังนั่งทำบีทและโปรดิวซ์แบบบ้านๆด้วยตัวเอง เขาค่อยๆเรียนรู้และใส่สำเนียงเพลงล้านนาเจือในบีทจนทำให้เพลงอย่าง”ศิลปินตีนดอย” “ฟ้าหลังฝน” และเพลง”แว่วเสียงในเมือง”เป็นเพลงที่แรปเพอร์ต่างจังหวัดอย่างผมมักเปิดเวลาท้อและหมดหวังเป็นอย่างยิ่ง

6. เบ้น บีนทาวน์

แทบไม่รู้ประวัติอะไรเกี่ยวกับตัวแรปเพอร์คนนี้ ได้ยินแว่วๆ ว่ามาจากภาคใต้ แต่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟังไรม์และแอตติจูดของเขาต้องขอบอกว่านี่คือแรปเพอร์ที่คนไทยควรฟังและควรรู้จักมากเป็นอย่างยิ่ง ไรม์ดีและเก๋าเกมจนจับสังเกตได้ว่าประสบการณ์ในงานเพลงฮิปฮอปต้องมีมานานพอสมควร สิ่งนั้นมันแปรผกผันกับจำนวนเพลงที่เขาออกมาในยูทูป เพราะมีเพลงเดี่ยวของเขาเพียงเพลงเดียวคือเพลง”แดก” นอกนั้นเป็นเพลงที่ทำในนามวงบีนทาวน์และเป็นเพลงที่ไปฟีทเจอริ่งกับMc คนอื่น แต่เมื่อลองคลิกฟังเพลง”ปักษ์ใต้นครบร”ที่เขาไปฟีทให้กับเต้ย ออสโมซิสดู ก็จะรู้ว่าเบ้น บีนทาวน์นั้นคือชื่อMcที่น่าทำความรู้จักและติดตามเป็นอย่างยิ่ง

5. Liberate P

จัดเป็นอัจฉริยะด้านการปล่อยไรม์ที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่าที่ควรจะเป็น Liberate P คือแรปเพอร์หนึ่งในสมาชิกจากวง 6ICK TOWN ที่โดดเด่นจากไรม์วิพากษ์การเมืองและสังคมอย่างรุนแรงและตรงไปตรงมา แต่นั่นยังไม่เท่ากับถ้อยคำคล้องจองที่อุดมไปด้วยภาษากวีและมากด้วยน้ำหนักของความรู้ ทุกถ้อยคำที่เปล่งเสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ที่คั้นเลือดแร็พและเค้นสมองร้อง สไตล์ของ Liberate P นั้นจัดว่าเป็นยอดฝีมือของยุคนี้ น่าเสียดายที่การผลิตงานของเขานั้นออกมาน้อยกว่าที่ควร แต่ลองคลิกฟังเพลงอย่าง “OC(T)YGEN” ดูจะเข้าใจเองว่าหมอนี่มันแสบชะมัด

4. Jayrun

ส่วนผสมที่ลงตัวของความเท่ ความเพราะ กับสไตล์แร็ปในส่วนของไรม์ที่ยากจะเลียนแบบ วิธีเว้นจังหวะหายใจในไรม์ของ Jayrun นั้นถือเป็นลายเซ็นสลักชื่อยอดฝีมือบนผาไม้ดำ กอปรกับความเซียนในการแต่งทำนองแล้ว ความสามารถของเขาจึงยากจะหาตัวจับทันเพราะลู่วิ่งที่เขาสร้างนั้นไม่สามารถมีคนมาวิ่งแข่งได้ในเกมเดียวกัน มันคือการฉีกมุมมอง สไตล์และจุดยืนไปอีกแบบ แม้ปัจจุบันชื่อของเขาจะเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ส่วนตัวเชื่อว่าถ้ายิ่งได้ลองค้นไปฟังงานเก่าๆ แล้วจะพบว่าสไตล์ของ Jayrun คือการหยิบเอาหมึกสีดำมาปาดพู่กันเป็นเส้นสายให้ออกมาสว่างได้โดยมิต้องใช้สีอื่นให้ซับซ้อน และนั่นถือเป็นแก่นแท้จริงของสไตล์ของเขานั่นเอง

3. Sir Poppa Lot

เจ้าหนูอะตอมที่อัดแน่นด้วยพลังงานบางอย่างเวลาแสดงสด เขาคือ Mc ที่เวลาเพอร์ฟอร์มจะฉายเดี่ยวและเอาอยู่ที่สุดบนเวทีเท่าที่เคยดูมาในประเทศไทย Mc จากจังหวัดเลยหนึ่งในสมาชิกวง Dude Boi ผู้นี้มากับแอตติจูดเพลงฮิปฮอปแบบสมัยใหม่ในงานที่มักสร้างสรรค์อยู่เสมอ เพลงอย่าง “แมงกะพรุน” และ ”Its สระ” แฝงด้วยมุมมองหลักแหลมกับการนำเสนอที่ไม่ยึดติดกับฟอร์มเดิมๆ ในขณะที่ถ้าจะกลับไปแร็พกับบีทโอล์ดสคูล เพลงอย่าง ”Yep Lot” ก็เป็นข้อพิสูจน์ที่ดีว่าไรม์ของเจ้านี่ไม่ธรรมดา ตามด้วยเพลง “Pray” ที่ไม่ว่าฟังรอบไหนก็คู่ควรกับการยกนิ้วให้จริงๆ

2. Chom Chumkasian

เปรียบไปแล้วเพลงน้าชมไม่ต่างกับน้ำ บางเพลงชุ่มเย็นและให้สติดับร้อน บางเพลงเชี่ยวกรากกัดเซาะได้แม้แต่หินผา บางเพลงหมุนวนดูดลงไปลึกยากจะหวนคืน แต่กระนั้นไรม์ของน้าก็ไร้รูปทรง เพราะไม่ว่าบรรจุในบีทที่เปรียบเหมือนภาชนะใดน้าชมก็สามารถจัดวางไรม์และความคิดลงได้อย่างเหมาะสมและแหลมคมทุกครั้ง เพลงเด่นๆอย่าง ”แค่เงิน” หรือ”สายแข็ง”ล้วนยากปฏิเสธว่านี่คือเพลงฮิปฮอปชั้นเยี่ยม ความดิบ ภาษา มุมมองทั้งหมดล้วนเพาะบ่มและกลั่นออกมาเป็นไรม์สุดแสบยากหาตัวจับ เพลง ”มืออาชีพ” “โง่มั้ง” “ผู้คน” ก็เช่นเดียวกันล้วนช่วยยืนยันว่าเพลงของน้าชมนั้นไม่ต่างจากน้ำ ที่ไม่ว่าจะดื่มกินเพื่อดับกระหายหรือใช้สาดหน้าแรงๆ ซักทีให้ได้สติ นั่นก็ล้วนเป็นคุณสมบัติพิเศษที่โลกใบนี้ต้องการทั้งสิ้น

 

1.P9d

ป๊อกเก้าเด้งมันเกิดมาเพื่อแดกรอบวง ไม่ว่าจะเป็น Skill หรือ Style P9d ล้วนเป็น Mc ที่คะแนนเต็มแบบยากจะทัดทาน ความ Flip ความ Flow ไหลหลากชนิดคิดไม่ออกว่าถ้าเขาหยุดทำเพลงไปซักคนส่วนตัวผมจะเหลือความตื่นเต้นเวลาฟังเพลงฮิปฮอปไทยอีกหรือไม่ เพราะสิ่งที่เขาทำให้เป็นพระเอกของเพลงหาใช่ดนตรีที่แปลกใหม่ หาใช่ท่อนฮุคที่เพราะร้องตามง่าย แต่มันคือตัวไรม์เกือบร้อยเปอร์เซนต์ที่ดึงดูดทุกอย่างให้ชะงักและต้องหยุดทุกอย่างมาฟังตลอด แม้จะไม่ใช่ทุกเพลงที่รู้สึกเห็นด้วยกับความหมายที่ P9d ต้องการสื่อ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเพลงดีๆอย่าง “มนต์รักบางกอก” “Bkkrs” และ If I” คือสิ่งที่ผมรอฟังและรู้สึก Respect อยู่เสมอ

 

Story by: ณัฐวุฒิ ศรีหมอก (กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่) นักร้องแรปเพอร์แนวเสียดสีสังคม หนึ่งในสมาชิกวงสิงห์เหนือเสือใต้