amy1

ปี 2015 นี้ถือเป็นปีที่มีหนังชีวประวัตินักร้องคนดังลงจอเยอะมากที่สุดในรอบทศวรรษเลยทีเดียว ทั้งหนังบอกเล่าเรื่องราวของ Kurt Cobain, Nina Simone หรือ Janis Joplin โดยเฉพาะเรื่องหลังที่จะลงจอวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ แต่เรื่องที่ได้รับความสนใจมากที่สุดเห็นจะไม่พ้นเรื่องราวของ Amy Winehouse ที่ถูกถ่ายทอดโดยผู้กำกับมากฝีมือ Asif Kapadia ในปีนี้หนังชีวประวัติลงโรงฉายกันถี่มากจนผู้กำกับของภาพยนตร์ Kurt cobain เรื่อง Cobain: Montage of Heck ถึงกับกล่าวติดตลกไว้ว่า “เหมือนมีหนังของ Steve Jobs ลงจอติดๆกันเลยครับ แต่พวกผมไม่ได้เกาะกระแสนะ ตอนเราเริ่มงานชิ้นนี้เกี่ยวกับ Kurt ในปี 2007 เอมี่ ไวน์เฮาส์เพิ่งเริ่มดังเองครับ (หัวเราะ)”

หนังชีวประวัติของนักร้องในตำนานผู้ซึ่งล่วงลับไปก่อนวัยอันควรซึ่งเปิดตัวพร้อมกันถี่ขนาดนี้อาจเป็นเรื่องบังเอิญ แต่หนังแนวนี้เป็นพิมพ์นิยมมานานพอสมควรแล้ว Liz Garbus ผู้อยู่เบื้องหลังหนัง What Happened, Miss Simone? ได้กล่าวเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า “ หนังแบบนี้สมัยก่อนอย่างเรื่อง Don’t Look Back และ Gimme Shelter ต่างทำได้ดีจนขึ้นหิ้งไปแล้ว แต่ปัจจุบันผู้คนต่างมองหากำไรด้วยการแทรกเพลงที่มีลิขสิทธิ์ไปในตัวหนังเพื่อสร้างกำไรด้วย

อย่างไรก็ตามก็มีผู้เห็นต่าง Brett Morgen เจ้าของผลงาน Cobain: Montage of Heck ได้กล่าวไว้ว่า “มันมีเหตุผลที่หนังแบบนี้ล้มหายตายจากไปเมื่อสิบปีที่แล้วนะ ผมได้เพิ่มแอนิเมชั่นและเอฟเฟกต่างๆ ลงไปในหนังด้วยเพื่อสร้างสุนทรียภาพให้คนดู ในตอนแรกผมเองก็ไม่ได้สัญญากับช่อง HBO ว่าจะทำชิงรางวัลเลยนะ แต่หลังจากที่หนังเราได้รับการตอบรับที่ดีมากจากเทศกาลภาพยนตร์ Sundance ทางช่องเลยตัดสินใจให้ออกฉายที่ Arclight Hollywood ซึ่งเราเปิดตัวสัปดาห์แรกด้วยรายได้ถึง 73,000 เหรียญ เยอะมากนะครับ สำหรับภาพยนตร์แนวนี้ ผมนี่อึ้งไปเลย”

ไม่ใช่แค่นักร้องระดับตำนานผู้ล่วงลับเท่านั้นที่ได้กลับมามีชีวิตบนโลกเซลลูลอยด์ แม้แต่สิ่งที่ไม่มีชีวิตอย่าง Tower record chain แฟรนไชส์ร้านขายซีดีเพลงยักษ์ใหญ่ชื่อดังก็ถูกนำกลับมาในหนังเรื่อง All Things Must Pass สองคู่หูดูโอ้ Chris Stamp และ Kit Lambert ผู้จัดการวงที่ได้นำ The Who โด่งดังเป็นพลุแตกก็ได้ถูกถ่ายทอดเป็นหนังเรื่อง Lambert & Stamp หนังอีกสองเรื่องที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือ Don’t Think I’ve Forgotten: Cambodia’s Lost Rock and Roll ที่เล่าเรื่องราวของวงดนตรีชาวเขมรผู้ซึ่งประสบโศกนาฏกรรมจากเหตุการณ์เขมรแดงยุค 1970 กับ Songs of Lahore เรื่องราวของกลุ่มนักร้องคลาสสิคชาวปากีสถานผู้มาตามความฝันในนิวยอร์ค   มาถึงบัดนี้เราก็คงต้องเฝ้าจับตามองกันแล้วว่าเมื่อหนังชีวประวัตินักร้องพาเหรดกันลงโรงขนาดนี้ จะมีสักเรื่องมั้ยที่จะเตะตาคณะกรรมการ Academy Awards จนได้คว้ารางวัลสาขาภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมกันเสียที

Story and photo by : Billboard.com