NEW YORK, NY - SEPTEMBER 09:  Model Gigi Hadid (L) and designer Tommy Hilfiger walk the runway at #TOMMYNOW Women's Fashion Show during New York Fashion Week at Pier 16 on September 9, 2016 in New York City.  (Photo by Randy Brooke/Getty Images for Tommy Hilfiger)

มีเพียงไม่กี่แบรนด์และไม่กี่ครั้งที่แบรนด์เสื้อผ้าสามารถคื้นฟืนชีพได้อีกครั้งหลังความตายในโลกแฟชั่น แต่หนึ่งในนั้นก็คือ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ดีไซเนอร์วัย 65 ปีกับแบรนด์ของเขา ที่สามารถดีดตัวเองให้กลับเข้ามาในวงจรของแฟชั่นอีกครั้งพร้อมยอดขายกว่าหนึ่งพันล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังจากที่ยอดขายร่วงระนาวและไร้การพูดถึงอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี นอกจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นแล้ว เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ (Influencers) ในโลกออนไลน์ทั้งหลายต่างพร้อมใจกันพูดถึงแบรนด์ของเขา ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งยุค 90s

ในช่วงนิวยอร์ก แฟชั่นวีคเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ได้เนรมิตรันเวย์ของเขาให้กลายเป็นงานเทศกาลคาร์นิวัลเพื่อเป็นการโปรโมตและต้อนรับคอลเลคชั่นพิเศษที่ได้ จีจี้ ฮาดิด นางแบบวัย 21 ปีคนดัง พร้อมยอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมกว่า 28.5 ล้านคน มาร่วมออกแบบเสื้อผ้าในครั้งนี้ ซึ่งสินค้าจากคอลเลคชั่นดังกล่าวที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกะลาสี/นักเดินเรือ สนนราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 50 เหรียญสหรัฐฯ ก็ได้ถูกออกวางขายทันทีหลังจบแฟชั่นโชว์ทั้งที่สถานที่จัดงานเอง หรือบนเว็บไซต์ Tommy.com และร้านทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ กว่า 300 สาขาทั่วโลก

ซึ่งจากการรายงานของแบรนด์ การวางขายของคอลเลคชั่นดังกล่าวสามารถ “ทำลายทุกสถิติที่เคยมีมา” ของแบรนด์ โดยเฉพาะยอดคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 900 เปอร์เซ็นต์ เทอริ เอจินส์ ผู้เขียนหนังสือ Hijacking the Runway: How Celebrities Are Stealing the Spotlight From Fashion Designers กล่าวว่า “จีจี้สามารถหั่นอายุของแบรนด์ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ลงไปได้กว่า 30 ปี”

ตอกย้ำความสำเร็จของการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในเดือนมกราคม กับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าผู้ชาย Fall 2017 ที่พาเหรดเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ขวัญใจวัยทีน รวมไปถึงนายแบบที่ฮอตที่สุดในขณะนี้อย่าง ลักกี้ บลู สมิธ (ยอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมกว่า 2.7 ล้านคน) ที่มาพร้อมกับเสื้อผ้าสไตล์คลาสสิคจากยุค 90s และเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ทอมมี่ก็ได้ย้ายสถานที่จัดแฟชั่นโชว์สำหรับคอลเลคชั่นที่สองสำหรับการร่วมงานกับสาวจีจี้ ฮาดิด มายังหาดเวนิช, ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย พร้อมกับแขกที่เข้าร่วมงานกว่า 3,000 คน (เพิ่มขึ้นจาก 2,000 ในโชว์ที่แล้ว) และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือเพลงประกอบโชว์ที่เขากล่าวว่า “คือหัวใจหลักของโชว์”

สำหรับทอมมี่แล้วทั้งตัวเขาและแบรนด์ของเขา เรียกได้ว่ามีเสียงเพลงเป็นหัวใจหลักเลยก็ว่าได้ ทั้งจากการโตมาในเมืองเอลไมรา แห่งกรุงนิวยอร์ก และการเคยเป็นอดีตสมาชิกวงร็อค โดยเขาเริ่มเส้นทางอาชีพสายแฟชั่นด้วยการซื้อกางเกงขาบานและเสื้อผ้าสไตล์ร็อคอื่นๆ จากร้านขายส่งในนิวยอร์กเพื่อนำเอากลับไปขายที่บ้านเกิดของเขาเอง ในช่วงแรกของการก่อตั้งแบรนด์ของเขาได้เป็นผู้สนับสนุนด้านเสื้อผ้าให้แก่ศิลปินชื่อดังมากมายในการทัวร์คอนเสิร์ตทั้ง The Rolling Stones และ บริตนีย์ สเปียร์ส ซึ่งก็เป็นสิ่งที่แบรนด์ได้มุ่งเป้าเอาไว้ และตีตื้นขึ้นมากับวงการฮิปฮอปที่ทั้งแบรนด์และตัวเขาเองก็สามารถจับตลาดได้ดีไม่แพ้กัน

Britney Spears
wearing Tommy Hilfiger jeans, the sponsers of her
North American Tour 1999

When: 11 Nov 2011
Credit: WENN

บริตนีย์ สเปียร์ส กับการทัวร์คอนเสิร์ตของเธอในปี 1999 ที่ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ เป็นสปอนเซอร์ด้านเสื้อผ้าทั้งหมด

“แร็พในสมัยนั้นเหมือนกับเป็นวัฒนธรรมที่แปลกแยก” เทอริ เอจินส์ กล่าว “แต่ทอมมี่หาได้สนใจไม่ เพราะเขาคิดว่ามันคือสิ่งที่ฮิปมาก” ในช่วงต้นยุค 90s Grand Puba หนึ่งในแร็ปเพอร์ระดับตำนาน ก็ได้เอาชื่อของ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ มาใส่ไว้ในเพลง แถมยังใส่เสื้อผ้าของเขาบนปกอัลบั้มที่ออกมาในปี 1994 อีกต่างหาก ทางด้าน Snoop Dogg เองก็หยิบเสื้อยืดที่มาพร้อมกับการพริ้นท์คำว่า Tommy ใหญ่บึ้มออกรายการ Saturday Night Live ซึ่งเสื้อตัวดังกล่าวเป็นของขวัญจากทอมมี่ให้ Snoop Dogg เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนออกรายการ

แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วชื่อของเขาก็ได้หลุดวงโคจรของวงการฮิปฮอปในช่วงต้นของยุค 2000 ด้วยข่าวลือที่ว่า เขาเคยกล่าวกับ โอปราห์ วินฟรีย์ ว่าเขาไม่ต้องการให้คนผิวสีสวมเสื้อผ้าของเขา ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสงสัยและประหลาดใจไม่น้อย เพราะว่าทอมมี่เองก็เคยเลือกใช้ศิลปินผิวสีมาสวมบทบาทเป็นนางแบบ/นายแบบในแคมเปญของแบรนด์ไม่ว่าจะเป็น อาลียาห์, อัชเชอร์ หรือแม้กระทั่ง บียอนเซ่ ขณะที่เธอมีอายุเพียง 16 ปี แต่เขาเองก็ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธกับข่าวลือดังกล่าว จนกระทั่งการปรากฏตัวของเขาในรายการของโอปราห์เมื่อปี 2007 พร้อมกับความจริงที่ถูกเปิดเผยออกมาว่ามันเป็นเพียงแค่ข่าวลือ แต่ข่าวลือดังกล่าวก็ถูกกระพือขึ้นอีกครั้ง กับการที่เขาให้สัมภาษณ์ถึงการที่แบรนด์ของเขาถือว่ามีบทบาทเป็นอย่างมากในวงการฮิปฮอปช่วงยุค 90s กับสำนักข่าว Bloomberg ในปี 2014 ว่า “มันเป็นสิ่งที่ทำใหแบรนด์เราเติบโตขยายใหญ่ขึ้น แต่มันก็ทำให้เราห่างจากรากฐานที่แท้จริงของแบรนด์” แต่ล่าสุดเขาก็ได้ยืนยันและให้ความกระจ่างกับบิลบอร์ดว่าแบรนด์ของเขา “ไม่ควรที่จะยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น เพราะว่า ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมป๊อป, ฮิปฮอป, ร็อค, ฮอลลีวู้ด และในโลกของความบันเทิง ผมก็ไม่อยากให้แบรนด์ของผมเป็นที่รู้จักแต่เฉพาะในสายร็อคเท่านั้นเหมือนกัน”

American R&B group TLC pose at the Nickelodeon Kids' Choice Awards in Los Angeles, circa 1995. From left to right: Rozonda 'Chilli' Thomas, Tionne 'T-Boz' Watkins and Lisa 'Left Eye' Lopes (1971 - 2002). (Photo by Archive Photos/Getty Images)

สามสาววง TLC สวมเสื้อผ้าจาก ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ณ งานประกาศรางวัล Nickelodeon Kids’ Choice Awards ในปี 1995

GettyImages-50778327

Destiny’s Child กับเกาะอกชิ้นดังของแบรนด์ที่กลับมาฮิตอีกครั้ง และ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ที่งานแฟชั่นโชว์ ณ ห้างสรรพสินค้า Macy’s ในปี 1998

และจากการที่เสื้อผ้าของ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ได้ฟื้นคืนชีพกลับมาให้เราเห็นกันอีกครั้ง ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับศิลปินขวัญใจวัยทีนที่เข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์เอาไว้ได้อย่างดีเกินคาด ทั้งสาวเซนดายา หรือแม้กระทั่ง ริแอนน่า ที่เลือกเสื้อผ้าของเขาทั้งหมดมาใส่ในการทัวร์คอนเสิร์ต “Monster World Tour” และเธอยังเลือกใส่เสื้อผ้าของเขาในมิวสิควิดีโอเพลง Work ที่ออกมาเมื่อปีที่แล้วด้วยเช่นกัน ทางด้านบรูโน่ มาร์ส, นิกกี้ มินาจ และ เดรก ต่างก็มีภาพปรากฏออกมาสู่สายตาแฟนๆ ขณะสวมใส่เสื้อผ้าชิ้นคลาสสิคจาก ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์

“แฟชั่นมักจะวนเวียนเป็นวัฏจักร และวัฏจักรนั้นก็อยู่เหนือแบรนด์ของเรา เพราะว่าคนที่เกิดในช่วงท้ายๆ ของยุค 90s พวกเขาไม่เคยมีโอกาสได้เห็นผู้คนใส่เสื้อผ้าที่มีตราโลโก้ของ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ บนท้องถนน” เขากล่าว “พวกเขาเลยคิดว่ามันเป็นอะไรที่คูลมาก”

 

Story by: Lauren Indvik
Translated by: Aekkachai S.