ss2017 COver-01

 

ได้เวลาอัพเดตตู้เสื้อผ้าใหม่กันอีกครั้งเมื่อฤดูกาลใหม่เวียนมาบรรจบกับช่วงซัมเมอร์ที่เอาดีๆ แล้วบ้านเราก็แทบจะซัมเมอร์กันตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนการแต่งตัวให้เข้ากับช่วงเวลาและฤดูกาลก็เป็นเรื่องที่สนุกไม่ใช่น้อย แถมยังทำให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ เหล่าแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยจึงต่างพากันขนเอาเรื่องราวและไอเดียที่สมกับเป็นช่วงซัมเมอร์สุดหรรษา มาถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้าหลากหลายชิ้น ที่เรียกได้ว่าแค่หยิบสักชิ้นมาเลือกใส่ก็ทำให้หน้าร้อนของเราไม่ได้มีแต่การวิ่งหลบเข้าร่มพร้อมแอร์เย็นฉ่ำเพียงอย่างเดียว

โดยอันดับแรกสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงจะเป็นโทนสีหลักประจำฤดูกาล ที่เห็นได้ชัดก็คงจะเป็นสีโทนร้อนอย่างสีแดง เมื่อพูดถึงหน้าร้อนแล้วต้องเด้งขึ้นมาเป็นอันดับแรก แต่ในครั้งนี้สีแดงได้ถูกแต้มเข้าด้วยโทนน้ำตาลอย่างในแบรนด์ Asava, Greyhound Original, Kloset, Milin ให้ออกมาแดงในรูปแบบที่ไม่ซ้ำซากและไร้มิติ แถมยังแลดูหรูหราและแปลกตา

A35_330
A19_694

Asava “The Realist”

A18_666
31a
29a

Milin “Go Glamping”

27a

 

นอกจากนี้ T and T, Vickteerut, ASV ยังพาเหรดสีแห่งซัมเมอร์ก็ถูกนำมาเจือจางความหวานลงราวกับถูกชุบจากท้องทะเลจนออกมาเป็นสีโทนพาสเทลที่เจือสีเทานิดๆ และแทรกด้วยสีคาราเมลราวกับพื้นทรายให้ไม่หวานจนเลี่ยน และที่ขาดไปไม่ได้กับสีที่เป็นไม้ตายแก่ทุกซีซั่นที่ไม่ว่าจะร้อนจะหนาวก็สามารถหยิบมาสวมใส่ให้ปังได้ทุกโอกาสอย่างสีโทนขาว-ดำ ที่ Issue, Painkiller, Realistic Situation นำมาทำได้อย่างสมชื่อของแบรนด์

 

tanat1

T and T “Synthesis Garden”

A17_019
A13_017

ASV “Margaux”

VICKTEERUT-SS17-10

Victeerut “Villa Egerton”

 

ทางด้านของซีลูเอทของซีซั่นนี้แทบจะทุกแบรนด์ต่างพากันนำกางเกงขาบานกลับมาอีกครั้ง นอกจากกางเกงแล้ว ทั้งความบานของกระโปรงและเสื้อก็มีเหมือนกัน เพื่อสร้างซีลูเอทที่ดูหลวมใส่สบายเหมานกับอากาศที่แสนจะร้อนในบ้านเรา แต่ถึงอย่างไรก็ตาม Vickteerut และ Asava ผู้ขึ้นชื่อในเรื่องของการทำเทเลอร์ดสุดเนี้ยบก็ยังคงนำมาใช้ผ่านโครงเสื้อสูทที่สามารถตัดกับความบานและพริ้วไหวได้อย่างน่าสนใจ ในส่วนของเทคนิคพิเศษต่างๆ ก็ถูกนำมาปรับใช้ตามแรงบันดาลใจและเรื่องราวที่แต่ละแบรนด์ต้องการจะสื่อ ที่โดดเด่นที่สุดก็คงจะหนี้ไม่พ้นการตัดต่อสีและวัสดุ (Blocking) ในแบรนด์ Painkiller พร้อมการเผยผิวด้วยผ้าซีทรูโชว์ผิวสุดโกลวบ่มแดด และที่ขาดไปไม่ได้คือลวดลายต่างๆ ให้สมกับเป็นซัมเมอร์ ไม่ว่าจะเป็นลายดอก ลายทาง จาก Kloset ที่มาพร้อมทั้งสีสันแบบจัดเต็มและการใช้เทคนิคผิวสัมผัสแบบพิเศษ เพิ่มเติมกับ Sretsis ที่ตอกย้ำความซัมเมอร์ด้วยการใช้ลายพริ้นต์ที่ครุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายจากฮาวานาเมืองชายทะเลแห่งสีสันของประเทศคิวบา หรือจะเป็นในส่วนของ Chai Gold Label ที่นำลายดอกมาผสานกับซีลูเอทของความหรูหราในชุดราตรียาวที่สามารถดึงดูดทุกสายได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงลายพิมพ์กราฟิกย้อนยุคที่เปี่ยมไปด้วยความซ่าและสนุกสนานในแบรนด์ T and T

 

S39_055
S41_046

Kloset “If You Want the Rainbow”

S27_030
SRETSIS 23-24
SRETSIS 20
SRETSIS JEWELRY 04

Sretsis “Paradiso”

chai2
chai1
chai3

Chai Gold Label “Lyric of the Hidden Jungle”

 

เมื่อพูดถึงความย้อนยุค ยุค 90s ที่เป็นยุคแห่งเสรีภาพทางความคิดที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านศิลปะ ดนตรี และแฟชั่นได้อย่างมีเอกลักษณ์และก็คงเป็นยุคแรกๆ ที่หลายๆ คนนึกถึงแม้กระทั่งในปัจจุบัน ภาพแฟชั่นของความโรแมนติกหวานๆ ที่ถูกตัดด้วยความดิบเท่สไตล์กรันจ์จีงกลับมาให้เราเห็นกันอีกครั้งใน Greyhound Original พร้อมทั้งการจับสองขั้วการแต่งตัวมารวมกันทำให้แลดูสนุกมากยิ่งขึ้นทั้ง การใส่เสื้อสูทเทเลอร์เข้าชุดด้วยรองเท้ากีฬา หรือการใส่เชิ้ตผ้าซาตินพริ้วไหวท่ามกล่างบรรยากาศแบบแมนๆ Realistic Situation ก็เป็นอีกแบรนด์สามารถเจือจางเส้นแบ่งกันระหว่าง Masculine และ Feminine ให้ออกมาในรูปแบบของเสื้อผ้าได้อย่างลงตัวพร้อมกับความเท่แบบทุกอณู

 

GO05
MO01
MO03
GO03

Greyhound Original “If I was Born In 90s”

r3
r2

Realistic Situation “Androgyny”

 

และการแต่งตัวแบบแมนๆ หรือ Masculine ก็หาใช่แค่การใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์หรือเสื้อบอล เพราะการเลือกเสื้อผ้าที่ดูเรียบง่ายไม่หวือหวาแต่แฝงไปด้วยเรื่องราวและรสนิยม ก็ไม่ได้ทำให้ความแมนนั้นลดน้อยหายไป มีแต่จะทำให้เป็นที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ Painkiller ก็รู้ถึงความต้องการต้องนั้นเป็นอย่างดี และแน่นอนว่าถ้านึกถึงความเรียบง่ายแบบสุดๆ เสื้อยืดก็เป็นอีกชิ้นเบสิคที่นอกจากจะเป็นพื้นฐานในการต่อยอดของการแต่งตัวแล้ว เสื้อยืดก็ยังสามารถสร้างโดดเด่นได้ด้วยตัวของมันเอง โดยเฉพาะกับ T and T ด้วยการเพิ่มลายพิมพ์เท่ๆ

 

S08-329
S13-834
S14-733
S09-479

Painkiller “I Paint With Shapes”

 

ด้วยการหยิบเรื่องราวต่างๆ ในช่วงเวลาทั้งอดีตและปัจจุบัน มาถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้าของหลากหลายแบรนด์ จึงทำให้ภาพรวมของซีซั่นนี้เหมือนกับการออกเดินสำรวจ ทั้งดินแดนและการผสมผสานของวัฒนธรรมที่แตกต่าง หรือการสำรวจจิตใจการค้นหาตัวตนที่สามารถถ่ายทอดออกมาผ่านเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ แม้กระทั้งความทรงจำที่เราต่างยังคงคิดถึงที่สามารถขับเคลื่อนมาจนถึงปัจจุบันได้พร้อมกับตัวตนที่แน่ชัดของเสื้อผ้าที่เราเลือกมาสวมใส่

 

Story by Aekkachai S.