ftg_9611

ETC. 12 ปีแห่งการเดินทางของเจ้าพ่อเพลงรักกับคอนเสิร์ตใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

ในขณะที่ หนึ่ง-อภิวัฒน์ พงษ์วาท (ร้องนำ), โซ่-แมนลักษณ์ ทุมกานนท์ (คีย์บอร์ด), บี-โสตถินันท์ ไชยลังการณ์(เบส), มิ้นท์-ปรชญา รามโยธิน (คีย์บอร์ด) และโอเล่-ไพโรจน์ ธรรมรส (กีตาร์) กำลังรำลึกถึงคอนเสิร์ตครั้งแรกในฐานะ ETC. และในขณะที่ยังเลือกไม่ได้ว่าสรุปแล้วว่าสถานที่จัดงานคือที่ไหน บางคนบอกว่าร้าน Silver Sand เอ๊ะ หรือว่าร้าน Ice Bar กันแน่ นั่นทำให้เรานึกไปถึงว่า ถ้า 12 ปีที่แล้วหนุ่มๆ ทั้ง 5 คนจากเมืองเชียงใหม่ไม่ได้ฟอร์มวง ETC. วงการเพลงป๊อปบัลลาดในประเทศไทยก็คงจะเงียบเหงาลงไปถนัดตา อย่างน้อยเวลามีความรักก็คงต้องนึกถึงเพลง เธอคือคำตอบ, สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหัวใจ กันบ้างล่ะ หรือถ้าใครอกหักอยู่ก็คงนึกถึงเพลง เปลี่ยน, ใครนิยาม เมื่อลองคิดดูแล้ว ก็เหมาะจริงๆ ที่ใครหลายๆ คนเรียกพวกเขาว่า “เจ้าพ่อเพลงรัก

“เพลงที่น่าจะทำให้เป็นเจ้าพ่อเพลงรักก็คงเป็นเพลง เปลี่ยน, เธอคือใคร แต่จริงๆสิ่งที่เราพยายามทำก็อยากจะทำให้ยิ่งใหญ่ ครอบคลุม และให้ครบกว่านั้น เจ้าพ่อเพลงรักก็ดี อาจจะเป็นเจ้าพ่อเพลงรัก เพลงอกหักอะไรอย่างนั้นก็ได้” หนึ่ง นักร้องนำของวงกล่าว ซึ่งที่จริงแล้วหนึ่งเป็นมือกลองและนักร้องนำด้วยในอัลบั้มแรกที่ชื่อ ETC.  เมื่อปี 2004 แต่มาวางไม้กลองลงในอัลบั้มที่สองที่ชื่อว่า เปลี่ยน เมื่อปี 2007 และผันตัวมาเป็นนักร้องนำเต็มตัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ftg_9640
THE BIG JOURNEY

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ การเดินทางในเส้นทางสายดนตรีของ ETC. ก็พาพวกเขามาถึงคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 3 ในชื่อว่า True presents ETC. Journey Concert โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ที่ไบเทค บางนา สำหรับความพิเศษในครั้งนี้ ETC. บอกเราว่าจะไม่ได้เป็นคอนเสิร์ตทั่วๆ ไป แต่พวกเขาตั้งใจจะให้เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับแฟนๆ ที่ติดตามพวกเขามาโดยตลอด

“เราตั้งใจให้เป็นประสบการณ์ออกเดินทางไปด้วยกัน ตั้งแต่เข้าไปนั่งในคอนเสิร์ต เราจะพยายามทำเพลง ซาวนด์ ภาพ เสียง และไฟให้มันเป็นเรื่องเดียวกันทุกอย่าง เหมือนกับพาออกเดินทางไป เพลงฮิต เพลงช้า เพลงเร็วก็ต้องได้ฟังกันครบอยู่แล้วล่ะครับ แต่สิ่งที่มันมากกว่านั้นจะเป็นประสบการณ์ดูคอนเสิร์ตอย่างเช่น เราจะมีถึง 2 เวทีคือเวทีหลัก กับอีกเวทีหนึ่งซึ่งเทคนิคมันจะต่างกันออกไป จะมีจอ กราฟฟิค ซึ่งอาจจะมีขนาดใหญ่เท่าเวทีอะไรแบบนี้ ยังบอกไม่ถูก แต่อยากให้มันเป็นประสบการณ์ใหม่  ไม่ใช่ว่าไปดูแล้วก็มีเวทีเดียว รวมไปถึงการเรียบเรียงเพลงด้วยนะ เซอร์ไพรส์แน่นอน เราจะเชื่อมเพลงแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน” โซ่กล่าวถึงรายละเอียดในคอนเสิร์ตครั้งนี้

ถ้าพูดถึงคำว่าการเดินทาง หรือ Journey มันก็อาจจะดูธรรมดา เพราะว่าแต่ละคนก็ต้องมีการเดินทางเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร หรือเป็นคนแบบไหน แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับการเดินทางน่าจะเป็นการที่เราไปเจออะไรมากกว่า สำหรับ ETC. ก็เช่นกัน ในเมื่อคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 ของพวกเขากลับมาหลังจากหายจากคอนเสิร์ตครั้งแรกไปประมาณ 3 ปี ก็ทำให้เราสงสัยว่าทำไมถึงต้องใช้คำว่า Journey เป็นชื่อคอนเสิร์ตด้วย ซึ่ง หนึ่ง ก็ช่วยตอบข้อสงสัยไว้ว่า

“เราคิดไว้หลายชื่อนะ แต่ว่าชื่อ Journey มันดูสนุกดี มันสามารถตีโจทย์ได้หลายมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทางระหว่าง ETC. เองที่เดินทางมาตั้งแต่อัลบั้มแรกจนปัจจุบันมีเพลงอะไรกันบ้าง รวบรวมความทรงจำด้วยกันกับแฟนเพลงที่จะเดินทางมาดูเราในวันนั้น หรือว่าจะเป็น Journey ที่พาทุกคนออกเดินทางด้วยประสบการณ์ทางดนตรีที่พวกเราจะเรียบเรียงเพลงกันใหม่ ให้คนดูได้รู้สึกว่าเฮ้ย .. มันมีซาวนด์แปลกๆ ใหม่ๆ ให้คนดูได้ใช้จินตนาการและได้ออกเดินทางไปกับเราครับ”

และถ้าแค่นี้ยังไม่พอที่จะทำให้อยากไปดูพวกเขาในคอนเสิร์ตใหญ่ที่จะถึงนี้ เราขอบอกเลยว่า ว่า True presents ETC. Journey Concert พิเศษกว่านั้น เพราะคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะออกมาเป็นรูปแบบกึ่งละครเวทีที่มีการดำเนินเรื่อง เพื่อโยงเพลงต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งแฟนๆ อาจจะคิดว่าคุ้นเคยกับเพลงรักเหล่านั้นเป็นอย่างดี แต่ในเมื่อ บี มือคีย์บอร์ดอีกคนหนึ่งของ ETC. ย้ำกับเราว่า “คนที่มาดูคอนเสิร์ตเราหลายๆ ทีอาจจะสงสัยว่าเราจะทำอะไรกันเพราะเราทำไว้หลายแบบแล้ว อย่างเรื่องการเรียงเพลง เราจะพยายามทำให้มันไม่เหมือนเดิม จะมีการหักมุมชนิดที่ว่าบางคนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว”

ftg_0022
ftg_0055
THE NEW JOURNEY

กว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ ETC. ก็มีอัลบั้มมาแล้วกว่า 4 อัลบั้มและเมื่อไม่นานมานี้พวกเขาได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่อย่าง ‘ใครเจ็บกว่า’ ซึ่งนอกจากจะเป็นซิงเกิ้ลที่บ่งบอกความเป็นตัวเองของ ETC. ได้เป็นอย่างดีแล้ว เพลงนี้ยังแปลกใหม่ตรงที่มีความเป็นออร์เคสตรา หรือจะเรียกได้ว่าเป็นแนวเพลงแบบบัลลาดออร์เคสตราก็ได้ และยังมีมิวสิควิดีโอแบบพิเศษที่เรียกว่ามิวสิคฟิล์มด้วย โดยหนึ่งเล่าให้เราฟังว่า

จริงๆ เรามีเดโมอยู่หลายเพลง เพลงช้าก็เป็นส่วนสำคัญอันหนึ่งเหมือนกัน เราก็มาหากันว่าเพลงไหนควรจะเป็นเพลงช้าเพลงแรก แล้วเราก็ได้ประโยคนี้มา เอ๊ะ… คนบอกเลิกกับคนถูกบอกใครเจ็บกว่ากัน เรารู้สึกว่าประโยคนี้มันแข็งแรง พอลองมานั่งเขียนดูแล้วมันรู้สึกมันสามารถเป็นเพลงได้ก็เลยไปขยายต่อขึ้นมาเป็นเพลง”

จุดเริ่มต้นของประโยคและใจความสำคัญของ ‘ใครเจ็บกว่า’ นั้นเริ่มมาจากเรื่องจริงของคนใกล้ตัว และในเมื่อการแต่งเพลงที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงคือวัตถุดิบที่สำคัญที่สุดในการเล่าเรื่องให้จี้ใจคนฟัง เลยทำให้ ‘ใครเจ็บกว่า’ เป็นเพลงแรกของ ETC. ที่ได้นำมาทำเป็นมิวสิคฟิล์มที่ได้ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ผู้กำกับภาพยนตร์ดังหลายเรื่องเช่น Snap และ แต่เพียงผู้เดียว มากำกับมิวสิคฟิล์มนี้ให้ ซึ่งด้วยประเด็นของเพลงแล้ว หนึ่งบอกว่าการที่นำเพลงนี้มาทำเป็นมิวสิคฟิล์มก็จะช่วยขยี้อารมณ์ของคนดูให้ปวดใจมากขึ้นด้วย

“เพราะว่าความเป็นเสียงของพาร์ทออร์เคสตราที่เราเลือกมาใช้ เราทำท่อนพิเศษขึ้นมา มันก็จะแบ่งเป็นท่อนอินโทร, อินเทอร์ลูด พอจบท่อนเพลงไปแล้วก็จะมีเอาท์โทรอีกยาวเป็นนาที ซึ่งตอนนั้นสตริงออร์เคสตราหรือพวกเครื่องสายที่เราเลือกมามันจะเป็นพระเอก เพลงมันก็จะยาวกว่าปกติ เราก็เลยเอาเวอร์ชั่นยาวไปให้ผู้กำกับ ซึ่งเขาก็รู้สึกว่ามันมีท่อนของดนตรีที่มันสร้างบรรยากาศอย่างหนึ่งขึ้นมาครับ”

อีกทั้งโซ่ยังเสริมขึ้นมาถึงเหตุผลที่ต้องการสร้างความแตกต่างระหว่างบัลลาดออร์เคสตรากับป๊อปบัลลาดที่พวกเขาเคยทำมาว่า “เราพยายามทำเพลงช้าแบบเดิมให้มันต่าง ถ้าฟังแล้วต่าง เราดีใจแล้ว (หัวเราะ) ด้วยความที่เรามีเพลงออกมา 10 ปีแล้วเพลงช้ามันก็เยอะ ในปี 2016 โจทย์ก็คือทำยังไงก็ได้ให้มันต่างจากเดิม เราก็พยายามจะทำเพลงให้มันต่าง พยายามทำให้มันดีไปอีกแบบครับ เราก็เลยได้ลองหลายสูตร พอเราได้เนื้อร้องทำนองมาแล้วปุ๊ป เราก็ลองดูว่าเอ๊ะ…เราลองมาใช้ออร์เคสตราจริงๆ มาน่าจะดี แต่ก็ใช้ออร์เคสตราวงเล็กๆ ครับใช้เทคนิคการอัดเสียงให้มันฟังดูใหญ่”

และที่พิเศษยิ่งไปกว่านั้น นอกจากมิวสิควิดีโอเพลง ‘ใครเจ็บกว่า’ จะเป็นมิวสิคฟิล์มครั้งแรกของ ETC. แล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่หนุ่มๆ ETC. ได้เข้ามาเป็นส่วนร่วมในตัวละครของมิวสิคฟิล์มด้วย ซึ่งต้องบอกเลยด้วยดนตรีที่รื่นหู ผสมผสานกับประเด็นของเนื้อเพลงที่น่าติดตาม บวกกับการกำกับที่ทำให้ดูเพลินก็ทำให้เราดูจบจนโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามี ETC. อยู่ในมิวสิควิดีโอกันครบทุกคน และการทำมิวสิควิดีอรูปแบบใหม่นี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์และการเดินทางใหม่ที่พวกเขาอยากให้แฟนๆ ได้ติดตามกัน

ftg_9934
ftg_9850
ftg_9788
ftg_9657
ftg_9695
THE LOVABLE JOURNEY

ทั้งซิงเกิ้ลล่าสุดและมิวสิควิดีโอรูปแบบใหม่ รวมถึงคอนเสิร์ตใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็ดูยิ่งใหญ่กว่าทุกๆ ครั้งที่ทำมา แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะความสามารถของพวกเขาทุกคน และประสบการณ์ที่ผ่านมามากกว่า 12 ปี ซึ่งชวนให้เราสงสัยว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ พวกเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง

เอาเป็นว่าวันแรกๆ ที่วงนี้มีผลงานออกอัลบั้มแรก เพลงก็ไม่ดัง เล่นเหนื่อยอยู่ เพลงยังไม่ฮิตเลย ยังไม่มีเพลง เปลี่ยน, เธอคือใคร ยังไม่มีอะไรเลย ออกอัลบั้มแรกก็ไปเล่นเท่าที่มี คนก็จะงงๆ นิดหนึ่ง แต่มันก็เป็นครั้งแรกที่ไปเล่นในนาม ETC. วันนั้นมันรู้สึกว่าจะทำยังไงให้คนดูสนุกไปกับเราโดยที่ไม่ต้องไปเล่นเพลงคัฟเวอร์ของชาวบ้าน มันเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตแล้ว เพราะเมื่อก่อนที่เราไม่ได้ออกอัลบั้มเขาจะเรียกว่าวงคัฟเวอร์ ก็คือวงดนตรีที่ก็แกะเพลงฮิตๆ เล่นทั่วไป มันเล่นง่ายครับ เพราะว่าเลือกแต่เพลงฮิตมาเล่นเลย แต่พอเรามีผลงานของตัวเอง มันก็ไม่เหมาะที่จะไปแกะเพลงฮิตของคนอื่นมาเล่นอีก นึกออกไหม เพราะเราก็ต้องภูมิใจในงานเรา ต้องพยายามทำให้งานเรามันโอเคให้ได้ ซึ่งช่วงแรกมันใช้เวลามากกว่าจะให้คนยอมรับเพลงของเราเอง ใช้เวลาหลายปีนะครับกว่าที่คนจะยอมรับ ทำออกไปปุ๊ป เฮ้ย … คนไม่โอเค คนหนีไปฟังเพลงร็อคฟังอย่างอื่น เราก็ต้องกลับมาแก้เกมกันอีก ในช่วงนั้นอาจจะยากลำบากนิดหน่อย แต่เราก็สู้จนมันผ่านไปได้ครับ”

หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปอีกประมาณ 5 ปี ETC. ก็จัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกที่ใช้ชื่อว่า ETC. Me & My Girls Concert ที่โรงภาพยนตร์สกาล่า ซึ่งจุผู้ชมได้เพียง 800 ที่นั่ง และที่น่าดีใจก็คือการที่บัตรขายหมดเกลี้ยงจนต้องเพิ่มรอบกันเลยทีเดียว

หลังจากที่นั่งคุยกับพวกเขามาสักพักนอกจากจะทำให้อยากเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในคอนเสิร์ต True Presents ETC. Journey Concert ที่กำลังจะมาถึงแล้ว ก็ทำให้เราอยากติดตามอัลบั้มที่กำลังจะออกหลังคอนเสิร์ตนี้ด้วย ซึ่งตอนนี้ ETC. ก็ได้ทำอัลบั้มกันเกือบจะเสร็จแล้ว และจะทยอยปล่อยซิงเกิ้ลมาให้ได้ฟังกันเรื่อยๆ อย่างแน่นอน และในการมานั่งพูดคุยกับพวกเขาในครั้งนี้ ก็ทำให้รู้ว่าวงป๊อปบัลลาดวงนี้มีความทรงจำดีๆ ทั้งในฐานะเพื่อนร่วมวง และในฐานะเพื่อนที่ร่วมทางกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งแต่ละคนก็แชร์เรื่องที่ตัวเองประทับใจที่สุดใน 12 ปีนี้ให้เราฟังกัน โดยที่คนนั่งฟังอย่างเรารู้เลยว่ามันคือช่วงเวลาที่คนเล่าตาเป็นประกาย และการที่เราจะเห็นประกายในตาใครสักคนก็ต้องเป็นเพราะเขากำลังจะแชร์ช่วงเวลาที่เขามีความสุขมากๆ ให้ใครสักคนฟังอย่างแน่นอน และเราโชคดีที่ได้อยู่ตรงนั้น ซึ่งถ้าถามว่าโชคดีเพราะอะไร? ก็อาจจะเป็นเพราะเราได้เข้าใจความรู้สึกของการเป็นนักดนตรีแบบที่เราคงไม่สามารถไปสัมผัสได้ด้วยตัวเองอย่างที่ โอเล่ มือกีตาร์บอกเราว่ามันเป็นงานที่พิเศษซึ่งคงไม่มีคนไม่มากนักจะได้เจออะไรแบบนี้ และถ้าถามว่าพิเศษยังไง หนึ่ง ก็เล่าว่างานของพวกเขาไม่น่าเบื่อเลย เพราะการนักดนตรีต้องหาอะไรใหม่ๆ มาเป็นไอเดียตลอดเวลา และต้องพัฒนางานของพวกเขาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ หรืออาจะเป็นเพราะความโชคดีในแบบนักดนตรีที่ มิ้นท์ มือเบสบอกเราว่าการเป็นนักดนตรีทำให้เขาได้ประสบการณ์ดีๆ มากมายได้ออกเดินทางไปเจอสิ่งใหม่ๆ และผู้คนใหม่ๆ

มันคือประสบการณ์การเดินทางกับเพื่อน ซึ่งเราไม่มีทางรู้เลยว่าเพลงที่เรานั่งแต่งอยู่ที่บ้านมันจะพาเราออกเดินทางไปได้ไกลแค่ไหน เริ่มจากวันแรกที่นั่งแต่งเพลงหลังเลิกเรียน ซ้อมกันจนพาเราเดินทางไปหลายประเทศ ไปออสเตรเลีย ไปอังกฤษ อเมริกา ที่ไหนอีกล่ะ ประเทศไทยทั่วประเทศเลย เล่นกันมา 10 กว่าปี พลังของเพลงมันพาไปเจอ Journey มหาศาลมาก มันก็ทำให้เป็นชีวิตที่ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากเลย” โซ่ ช่วยยืนยันให้คำว่าประสบการณ์ของพวกเขาหนักแน่นกว่าเดิม

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ETC. บอกเราว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่พวกเขาได้รับใน 12 ปีที่ผ่านมาคือการที่ได้เจอคนที่พวกเขารัก และ รักพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับ หรือผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสดีๆ ตลอดมา

สุดท้ายคนถามคำถามอย่างเรา ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่า ETC.เป็นวงดนตรีที่ไม่ใช่แค่วงป๊อปบัลลาดธรรมดาๆ วงนึง แต่พลังงาน และประสบการณ์การเดินทางของพวกเขาตั้งแต่ปี 2004 ที่ได้ทำอัลบั้มแรกด้วยกัน ทำให้เกิดผลงานเพลงที่ละมุนละไมเหมาะกับคำว่า ‘เจ้าพ่อเพลงรัก’  และถึงเพลงรักของพวกเขาจะอบอวลไปด้วยความรักของหนุ่มสาว แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าผลงาน และการทุ่มเททั้งหมดของพวกเขาก็มาจากความรักในดนตรี และความรักในการเป็น ETC. เช่นเดียวกัน

สำหรับใครที่อยากสัมผัสพลังเพลงรักในแบบฉบับของ ETC. ก็สามารถไปร่วมประสบการณ์และเดินทางไปพร้อมๆ กับพวกเขาในคอนเสิร์ต True Presents ETC. Journey Concert ในวันที่ 15 ตุลาคม 2016 ณ ไบเทค บางนา เปิดจองบัตรแล้ววันนี้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา

ftg_9576

Story by Pensagow S. 

Photo by Pakorn P.