RIN (1)

คุณรู้จัก “แร็พแบทเทิล” ไหม? … แร็ปเพอร์ 2 ฝั่งยืนประจันหน้ากัน ออกอาวุธด้วยคำพูด ผ่านบีตดนตรีคึกคัก อาวุธของฝ่ายไหนแสบสันกว่า เสียงเฮก็จะดังสนั่นไปที่ฝั่งนั้น เชื่อกันว่าแร็พแบทเทิลในยุคแรกเริ่มต้นมาจากชาวฮิปฮอปฝั่ง East Coast ในปลายยุค 70s และมีลมหายใจอยู่ในวัฒนธรรมฮิปฮอปโลกมาเรื่อยๆ

และหากยังพอจะจำกันได้ เมื่อ 14 ปีที่แล้วมีภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่องหนึ่งที่สั่นสะเทือนวงการเพลงด้วยดนตรีฮิปฮอปและวิถีของชาวแร็พ หนังเรื่องนั้นมีชื่อว่า 8 Mile ซึ่งแร็ปเพอร์ชื่อก้องอย่าง Eminem รับบท B-Rabbit แร็ปเพอร์ผิวขาวที่หาญกล้าต่อกรกับแร็ปเพอร์ผิวสี ผู้เปรียบเสมือนเป็นดั่งราชาแห่งอาณาจักรฮิปฮอปอย่างไม่กลัวเกรง ภาพการแร็พสดที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมถนนของดีทรอยต์ สู่ความเกรียงไกรบนเวทีกับ “แร็พแบทเทิล” การปะทะด้วยคำพูดผ่านบีต

RIN (5)

ใครจะเชื่อล่ะว่า ภาพความยิ่งใหญ่ที่เราเห็นในหนังเรื่องดังกล่าว จะเป็นภาพเดียวกับที่ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ ได้ไปเห็นมากับตาเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมปี 2016 The War is On Season 2 รายการแร็พแบทเทิลที่เผยแพร่ทางโลกออนไลน์ในรอบ 8 คนสุดท้าย สร้างทั้งความประหลาดใจ ตื่นตาตื่นใจ และขนลุกไปพร้อมๆ กัน… มันคือการแร็พแบทเทิลของแร็ปเพอร์สัญชาติไทย บีตฮิปฮอปที่สรรสร้างโดยคนไทย และปลุกปั้นรายการนี้ขึ้นมาด้วยสองมือของคนไทยกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า Rap is Now

และด้วยกระแสในโลกโซเชียลที่มาแรงจนไหลออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง จากช่วงต้นปี 2015 ยอดไลค์เพจอยู่ที่ตัวเลข 30,000 ตอนนี้สิ… ห้าแสนกว่าไลค์แล้ว หรือแม้แต่ยอดรวมวิวยูทูปล่าสุดอยู่ที่ 44 ล้านวิว จากที่เคยมีเพียง 2 ล้านวิวในช่วงแรก!

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เราตัดสินใจนัดสนทนาอย่างจริงจังกับ “Rap is Now CREW” เหล่าทีมงานหัวใจฮิปฮอปที่ไม่ใช่แค่สร้างแบรนด์ Rap is Now ให้กลายเป็นที่จดจำ แต่พวกเขาทำเพื่อ #รันวงการ ฮิปฮอปให้กลับมากระหึ่มในบ้านเราอีกครั้ง

5

โจ้ – ศวิชญ์ สุวรรณกุล ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Rap is Now และรับหน้าที่ Art Director ประจำทีมเป็นตัวแทนคนแรกที่ขอกล่าวย้อนกลับไปสู่ยุคสมัยที่ฮิปฮอปเฟื่องฟู และแร็พแบทเทิลก็ถือกำเนิดขึ้นในบ้านเราให้ฟังอย่างคร่าวๆ “พวกเราเรียกยุคนั้นว่ายุค 56k เป็นยุคที่อินเทอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาทกับคนไทย และเป็นยุคเฟื่องฟูของวงการเพลงอินดี้ เราจะได้ยินเพลงฮิปฮอปใต้ดินที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนอย่าง ดาจิม หรือ Thaitanium รวมถึงเว็บบอร์ดและเว็บไซต์ให้แร็ปเพอร์ไปพบปะกันในนั้น” เว็บบอร์ด BattleMC และเว็บไซต์ siamhiphop.com คือแลนด์มาร์คสำคัญแห่งยุคที่นำพาแร็ปเพอร์มาปะทะกันผ่านข้อความ (Text Battle) และคลิปเสียง (Audio Battle)

โดยเฉพาะยุคของ siamhiphop.com เรียกได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองของวงการฮิปฮอปของบ้านเราเลยก็ว่าได้ ทัพศิลปินอย่าง AA, Thaitanium, โจอี้บอย, ดาจิม ถือเป็นหัวหอกสำคัญทั้งบนดินและใต้ดิน ลานน้ำพุเซ็นเตอร์พ้อยท์ (ในยุคนั้น) คือแหล่งรวมพลของชาวฮิปฮอปที่มา “เช็คออปชั่น” ด้วยคอสตูมที่จัดเต็ม คอนเสิร์ตและปาร์ตี้ฮิปฮอปมีให้ดูกันอย่างต่อเนื่อง “คือไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์อะไรก็ตาม ก็จะเอาศิลปินฮิปฮอปไปแสดง ทั้งโฆษณา ภาพยนตร์ รายการเกมโชว์ หรือแม้แต่งานช่างตัดผมแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นงานการกุศลก็ยังต้องมีเซคชั่นของฮิปฮอป” ต้าร์ – สักกพิช มากคุณ โปรดิวเซอร์ของ Rap is Now ย้ำในประเด็นดังกล่าว

แต่ในขณะเดียวกัน “แร็พแบทเทิล” ก็ยังคงเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ของงานฮิปฮอปในบ้านเรา แม้แต่งานใหญ่ประจำปีของ siamhiphop ก็มีเรื่องราวของบีบอยเป็นหลัก ส่วนซีเควนซ์แร็พแบทเทิล Battle of the Year ซึ่งได้ให้กำเนิดชื่อของ หมวดแวน Doubletap หรือแม้กระทั่ง Twopee แห่ง Southside เป็นแค่ส่วนหนึ่งของงานเพียงเท่านั้น

Twopee03

THE BATTLE RAPPER #01
TWOPEE SOUTHSIDE

“เสน่ห์ของแร็พแบทเทิลคือความเอนเตอร์เทน การเล่นคำกับจังหวะให้สละสลวย ใครมีคำที่โดนกว่าก็จะเป็นฝ่ายที่ได้เสียงเฮและชนะไป Rap is Now ทำให้กระแสฮิปฮอปกลับมาครั้งใหญ่ คอมมูนิตี้คนรักเพลงฮิปฮอปแข็งแรงขึ้นมาก”

และแล้วช่วงเวลาแห่งความซบเซาในวงการฮิปฮอปบ้านเราก็เกิดขึ้น หนึ่งเหตุผลคงเป็นเรื่องเทรนด์การฟังเพลงของโลกที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นการที่เว็บไซต์ siamhiphop.com ปิดตัวลง นั่นหมายถึงเสาหลักของวงการฮิปฮอปอันเดอร์กราวนด์ได้อันตรธานหายไป แน่นอนว่าเวทีแร็พแบทเทิลก็เงียบหายไปเช่นกัน แต่ ต้าร์ กลับบอกในสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่า “ที่กรุงเทพฯ อาจจะเงียบ แต่ต่างจังหวัดเขาบูมมากเลยนะ สายแข็งเลยล่ะ โดยเฉพาะภาคอีสานที่มีจัด อีสาน ฮิปฮอป เฟสติวัล ทุกปี สามารถเรียกพวกเขาว่า เมืองหลวงของฮิปฮอป ได้เลย” ซึ่งลักษณะนั้นจะเรียกว่า Hometown Hero แต่ละจังหวัดจะมีแร็ปเพอร์ที่เป็นไอดอล และสอนกันรุ่นสู่รุ่นว่าต้อง #RESPECT กัน

RIN (7)

แต่ในห้วงเวลาที่บีทเงียบงัน กลับมีชื่อของคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “Rap is Now” เสนอตัวเป็นปาร์ตี้ออร์แกไนเซอร์ที่ขอจัดงานปาร์ตี้ฮิปฮอปเพื่อสนองนีดของพวกเขาเอง “Rap is Now เกิดจากความไม่ตั้งใจครับ” โจ้บอกเราแบบไม่อ้อมค้อม “ตอนนั้นพวกเรากลับไปตั้งใจเรียนมหา’ลัยกันแล้ว จู่ๆ มีน้องคนหนึ่งที่เคยรู้จักกันใน siamhiphop โทรมา บอกว่าอยากทำปาร์ตี้ฮิปฮอป ผมก็ทำเลย” และแม้ว่าปาร์ตี้ 2 ครั้งแรกภายใต้แบรนด์ Rap is Now จะมีคนมาร่วมงาน 300 และ 500 คนตามลำดับ แต่นั่นก็ถือว่าเยอะแล้วสำหรับยุคที่ฮิปฮอปซบเซาและเหงาสุดขีด แต่ด้วยเหตุผลบางประการ รวมถึง โจ้ ที่กลับไปทำธีซิสอย่างเต็มตัว Rap is Now จึงหายหน้าหายตาไปอีกคราว

“ทำแร็พแบทเทิลกัน!” คือประโยคสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยพลังบางอย่างจาก หลุยส์ – ธชา คงคาเขต ผู้ดำรงตำแหน่ง Director และ Host บนเวทีเคียงคู่กับแร็ปเพอร์รุ่นใหญ่อย่าง เอ็ม – จีรังกูล เกตุทอง หรือ Nazesus ที่สายอันเดอร์กราวนด์รู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งหลุยส์เอ่ยประโยคนั้นผ่านสายโทรศัพท์ถึงโจ้ “ตอนนั้นไม่คิดอะไรเลย แค่อยากทำ ตอนนั้นจำได้ว่าอยู่ที่ออฟฟิศ ต้องทำเพลงโฆษณา ก็เลยหา reference ดันเปิดเจอเพลงของเพื่อน เพลงตัวเอง ไล่ไปจนถึงคลิปแบทเทิล ไม่ไหวแล้ว โทรบอกโจ้เลย เอาเลย”

3

สัญญาณแห่งการถือกำเนิดแร็พแบทเทิลยุคใหม่เริ่มก้าวเข้ามาทักทายพวกเขาทีละเล็กทีละน้อย เริ่มต้นจาก Audio Battle ที่นอกจากจะมีแร็ปเพอร์ขาประจำแล้ว ก็ยังมีเด็กรุ่นใหม่ส่งคลิปเสียงเข้ามาเพียบ รอบชิงกับการแบทเทิลกันสดๆ ในปาร์ตี้ของ Rap is Now คือเป้าหมายของทุกคน รวมถึงงานอีสาน ฮิปฮอป เฟสติวัล ชักชวนให้พวกเขาไปเป็น Host จัดแร็พแบทเทิล และก็กลายเป็นช่วงที่มีคนมามุงดูหน้าเวทีเยอะที่สุด หลังจากนั้นพวกเขาขอรันวงการต่อด้วยรายการแร็พแบทเทิลแบบเต็มสูบอย่าง The War is On Season 1 ในรูปแบบ Clip Battle ซึ่งมีคลิปการแร็พจากทั่วทุกสารทิศส่งเข้ามา แต่แล้ว… ก็เกิดปัญหาทางการเมืองขึ้น… Rap is Now จำต้องพักเบรกอีกครั้ง!

มาถึงตอนนี้เราเริ่มคิดในใจเล็กๆ ว่า เหตุใด Rap is Now CREW จึงพบเจอกับอุปสรรคมากมายเช่นนี้ เราหันกลับไปฟังโปรดิวเซอร์หนุ่มอย่าง ต้าร์ เล่าอย่างออกรสต่อถึงเรื่องราวที่พวกเขามีโอกาสได้เข้าไปคุยเรื่องการทำรายการเกี่ยวกับวัฒนธรรมฮิปฮอปกับช่องเพลงช่องหนึ่ง แต่สุดท้ายก็คุยกันไม่ลงตัว พวกเขาจึงตัดสินใจทำกันต่อเอง และตัดทุกอย่างเหลือเพียง แร็พแบทเทิล เพียงอย่างเดียว ซึ่งนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของ The War is On Season 1 ซึ่งพวกเขาหยุดทำไปชั่วขณะนั่นเอง

12810345_10156667618675457_2121312915_o

“เราถ่ายทำรายการกันในลักษณะกองโจรเลย เราโพสต์นัดแร็ปเพอร์และคนดูในเพจของเราว่า เจอกันวันนี้ ตรงนี้ ไม่ได้เตรียมการอะไรเลย เอาเครื่องเสียงลง เอาไฟมาเซ็ต มีโดรนบินกันจริงจัง นัดแรปเพอร์มากันแต่เช้า ยังงงๆ กันอยู่เลย” ต้าร์ย้อนความหลัง ซึ่ง Rap is Now ก็เซอร์ไพรส์ด้วยการไม่ประกาศผล แข่งจบเพียงแค่รอบ 16 คน และกลับบ้านกันไปแบบงงๆ ทั้งแรปเพอร์และคนดู

ซึ่งการที่ยังไม่ประกาศผลเนื่องจาก Rap is Now ได้สร้างกฎกติกาขึ้นมาใหม่นั่นก็คือ ข้อแรก… จะมีบัตรโหวตสำหรับคนที่ไปดูที่งาน ข้อสอง… มีโพลออนไลน์ให้เข้ามาโหวตกัน และข้อสุดท้าย หากยังหาผู้ชนะไม่ได้ Rap is Now CREW จะเป็นผู้ตัดสินในท้ายที่สุด

เริ่มต้นซีซั่นแรกด้วยคนดูหลักสิบ แต่จบลงด้วยตัวเลขผู้ชมในรอบไฟนอลประมาณ 300 คน และได้แชมป์คนแรกที่ชื่อ MC KING ซึ่งพวกเขาบอกว่าเป็นอะไรที่อบอุ่นมากแล้ว ที่สำคัญที่สุดชื่อของ Rap is Now เริ่มเป็นที่จดจำ ทั้งในฐานะผู้จัดแร็พแบทเทิล และกลุ่มคนที่คอยผลักดันทุกแขนงของวงการฮิปฮอปในแฟนเพจ ทั้งเรื่องศิลปิน, ดนตรี, เสื้อผ้า และวัฒนธรรม

MC KING01

THE BATTLE RAPPER #02
MC KING (แชมป์ The War is On Season 1)

“Rap is Now ทำให้วงการฮิปฮอปบ้านเรามันขับเคลื่อนไปได้ มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น ทำให้แร็ปเพอร์ยุคใหม่มีพื้นที่ และเวทีที่ได้แสดงออก ที่สำคัญคือ ทำให้แร็พแบทเทิลในเมืองไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น”

23Street01

THE BATTLE RAPPER #02
23Street (รองแชมป์ The War is On Season 1)

“ปกติเราจะเห็นวัยรุ่นสมัยนี้แต่งรถออกไปแว้นกัน แต่สิ่งที่ผมเห็นคือ เด็กพวกนั้นจับกลุ่มแร็พกัน แต่ผู้ใหญ่อาจจะมองว่ามันแย่ตรงที่พวกเราใช้คำหยาบ แต่อย่าลืมว่าฮิปฮอปสะท้อนความจริงเสมอ ซึ่งนั่นก็คือภาษาที่เราใช้ไม่ใช่หรือ”

ไม่ต้องรอคอยกันนาน The War is On Season 2 เริ่มต้นด้วยภาพรวมที่ใหญ่ขึ้น แม้จะไม่ประสบความสำเร็จจากการหาสปอนเซอร์เท่าใดนัก แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือ การที่พวกเขากลับมาทำรายการด้วยสองมือของตนเองอีกครั้ง โดยเริ่มต้นซีซั่นด้วยคลิปทีเซอร์ที่เหล่าแร็ปเพอร์ตระเวนไปแร็พกันสดๆ ทั้งที่อนุสาวรีย์ชัยฯ, ตลาดนัดสวนจตุจักร และถนนข้าวสาร ก่อเกิดเป็นไวรัลที่คนทั้งในและนอกวงการฮิปฮอปต่างเหลียวกลับมามอง รอบ 32 และ 16 คน ร้านเล็กๆ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานไม่สามารถปิดประตูร้านได้อีกต่อไป และในที่สุด ปรากฏการณ์ที่พวกเขาไม่คิดไม่ฝันมาก่อนก็เกิดขึ้น!

ฟลุ๊ค – พลกฤต ศรีสมุทร ผู้เปรียบเสมือนเป็นผู้จัดการทีม Rap is Now เผยว่า “เหมือนเป็นแจ๊กพ็อตส่งท้ายปี คือมีผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ พีรเดช เขาดูดคลิปของเราไป แล้วตัดเหลือแค่ช่วงแบทเทิล แล้วจังหวะของฟีเจอร์ในเฟซบุ๊กมันพอเหมาะพอเจาะพอดีมั้ง แค่คืนเดียวก็มีเน็ตไอดอล รวมถึงดาราแชร์คลิปนั้นออกไปกว่า 400,000 แชร์” ใช่แล้ว… อ่านไม่ผิดหรอก 400,000 แชร์ภายในคืนเดียว!!!

และไม่ใช่เพียงชีวิตของทีม Rap is Now จะเปลี่ยนไปเพียงชั่วข้ามคืนเพียงอย่างเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นอีกอย่างก็คือ โลกของแร็ปเพอร์ที่มาร่วมรายการก็เปลี่ยนไปเช่นกัน “แชมป์ซีซั่นแรกของเราอย่าง MC KING ไปเคานต์ดาวน์ แต่มีคนมาต่อแถวขอถ่ายรูปร่วมร้อยคน รองแชมป์อย่าง 23Street เป็นแค่เซลส่งของ แต่ตอนนี้เขากลายเป็นเซเลบโดยไม่รู้ตัว” ต้าร์เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งตอนนี้แรปเพอร์ทุกคนใน 8ALIVE หรือรอบ 8 คนสุดท้ายที่เพิ่งจัดไปกลายเป็นที่ต้องการตัว แร็ปเพอร์รุ่นใหม่อย่าง REPAZE, NIL LHOHITZ, MAIYARAP, ZO9 และอีกหลายคนกลายเป็นที่รู้จักมากมาย มีคนสนใจเอาไปออกรายการ ออกอีเวนต์ ทำแคมเปญต่างๆ ว่ากันตรงๆ พวกเขากลายเป็น Somebody ไปเรียบร้อยแล้วล่ะ!

repaze02

THE BATTLE RAPPER #04
REPAZE (1 ใน 4 คนสุดท้าย The War is On Season 2)

“ผมอยู่ในวงการฮิปฮอปมา 3 ปีกว่า ก่อนหน้านี้งานแร็พแทบไม่มีคนดู บางงานมีแค่ 10 คน หรือ 20 คน แต่นับตั้งแต่มี Rap is Now คนดูมาเป็นหลักพัน เรียกได้ว่าชีวิตเปลี่ยนเลย”

อย่างที่เราเกริ่นนำไปในย่อหน้าแรกๆ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ มีโอกาสได้ไปชมศึกแร็พแบทเทิลที่ว่ากันว่า “เดือดที่สุด” แห่งยุคในรอบ 8 คนสุดท้าย เวทีสุดอลังการ ผู้ชมนับพันคนต่างหลั่งไหลเข้ามาภายในพื้นที่บริเวณจัดงาน นับเป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจประเดิมต้นปีของเราเลยทีเดียว

“เราไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลยนะ มันก็เป็นวัฒนธรรมการแร็พแบทเทิลของเมืองนอกนั่นแหละ เราชอบแล้วก็ทำตาม แค่นั้นเลย ไม่ได้กระแดะว่าเราคิดใหม่ Rap is Now ไม่ใช่เจ้าแรกที่ทำแร็พแบทเทิล เพียงแต่เราทำให้มันมีมาตรฐานขึ้นมาแค่นั้นเอง วิธีการออร์แกไนซ์ตั้งแต่เริ่มต้นจบจบ การปล่อยคลิปทีเซอร์ การบิลด์ เราทำจริงจังมาก” หลุยส์เปิดประเด็น ก่อนที่ ฟลุ๊ค จะเสริมต่อว่า “เราอยากให้แร็ปเพอร์กลายเป็นอาชีพ สามารถทำรายได้ได้ ไม่ว่ามาแข่งหรือแค่มาโชว์ แร็ปเพอร์ต้องมีเงินกลับไปแม้จะเป็นแค่ค่ารถก็ตาม เราต้องการยกระดับและมาตรฐานของวงการนี้ เราไม่ได้โฟกัสแค่การแบทเทิล แต่เรามองทั้งวงการ วันหนึ่ง Rap is Now จะ co-event ทั่วทวีปเอเชีย และพาแร็ปเพอร์ไทยไปทัวร์ทั่วเอเชีย หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”

RIN (4)

ย้อนกลับไปที่ข้อสงสัยของเราเล็กน้อย… เพราะบางครั้งเราก็มองว่ามันเป็นเพียง “กระแส” ที่วันหนึ่งวันใด ฮิปฮอปก็เงียบหายไปตามกาลเวลา และเทรนด์ของคนฟังเพลงสมัยใหม่เหมือนที่เคยเป็นมา “จริงๆ มันหายไปเพราะไม่มีใครทำ ฮิปฮอปที่อเมริกาก็เหมือนลูกทุ่งบ้านเรา มันไม่เคยหายไปไหนเลยนะ ถ้าเราถึงจุดที่ติดลมบนแล้ว มันก็จะไม่หายไปหรอก มันจะกลายเป็นคัลเจอร์ ไม่ใช่แฟชั่น” นี่คือคำตอบของต้าร์ และฟลุ๊คก็เสริมมาอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มว่า “แต่มันจะเหลือแค่ตัวจริงเท่านั้นนะ”

อีกหนึ่งข้อสงสัย… ที่สงสัยมานานพอสมควร ทำไมแร็พแบทเทิลต้องเคียงคู่มาพร้อมคำหยาบด้วยเล่า? และนี่คือทรรศนะของหลุยส์ ผู้อยู่เคียงข้างแร็ปเพอร์บนเวทีทุกครั้ง “มันคงไม่ถูกจริตเขาน่ะ (หัวเราะ) มันก็เหมือนเราไปดูมวย คำหยาบคือหมัดแย็บ แต่หมัดฮุคจริงๆ มันไม่หยาบนะ มวยมีเวที มีกฎกติกา เราก็มีเหมือนกัน มันคือกีฬาชนิดหนึ่งนั่นแหละ เขาใช้คำรุนแรงเพื่อโจมตีอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งนั่นคืออาวุธของเขา ผมก็อยากให้มีแชมป์ในรายการที่ชนะโดยไร้คำหยาบเหมือนกันนะ แต่ก็เป็นเรื่องที่แร็ปเพอร์ต้องศึกษาต่อไป เราไม่สามารถไปห้ามเขาใช้หมัดแย็บได้ ยังไงเขาก็ต้องต่อย มันก็เป็นเสน่ห์อีกรูปแบบหนึ่ง”

RIN (6)

เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายของการพูดคุย เราเชื่อว่า Rap is Now ได้สร้างแรงกระเพื่อมบางอย่างสู่วงการฮิปฮอปบ้านเราอย่างไม่มีข้อสงสัย ซึ่งพวกเขาก็แสดงมุมมองต่อเรื่องนี้เช่นกัน “มีรุ่นพี่ฮิปฮอปเดินเข้ามาแสดงความยินดี เขาบอกว่ามันเป็นปรากฏการณ์นะ พวกเราทำให้ฮิปฮอปกลับมาอยู่ในจุดที่คนสนใจอีกครั้ง ง่ายๆ ก็คือ ถ้าจะนึกถึงฮิปฮอป ณ นาทีนี้ คนก็จะนึกถึง Rap is Now” หลุยส์กล่าว และเราก็เห็นด้วยอย่างเต็มเปา รวมถึงตอนนี้ที่ศิลปินฮิปฮอปกลับมาทำเพลงกันเยอะขึ้น โปรดักชั่นก็แข็งแรงทั้งสายบนดินและใต้ดิน บางคนใช้ผู้กำกับเอ็มวีเป็นชาวต่างประเทศก็มี ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาทำก็อยู่ภายใต้แคมเปญ #รันวงการ และ #RESPECT ที่พวกเขาพยายามผลักดันมาตลอด

ก่อนจากลา Nazesus แชร์บางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจให้เราได้ฟัง “ยุคก่อนวงการแร็พใต้ดิน คนก็จะมาเชียร์อัพเพื่อนเท่านั้น โปรโมตกันในระยะสั้นๆ เพราะไม่มีเงินลงทุน ขายอย่างมากก็งานแฟต แต่พอเปลี่ยนมาเป็นยุคอินเทอร์เน็ต มันเปลี่ยนแปลงมโหฬารเลยนะ เมื่อก่อนเขาจะพูดกันว่า ฮิปฮอปบนดิน – ใต้ดิน บนดินก็จะมีโจอี้บอย ฟักกลิ้งฮีโร่ ใต้ดินก็จะเป็น Thaitanium ดาจิม แต่เดี๋ยวนี้ฮิปฮอปมันคือฮิปฮอป ทุกคนเป็นฮิปฮอป ไม่มีการแบ่งแยก เพราะทุกคนมีสื่อในมือหมด”

7

และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ… ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ฮิปฮอปก็ยังคงเป็นฮิปฮอป ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งจังหวะ นำเสนอสังคมแห่งความจริงผ่านคำพูดและบีตที่เราได้ยินได้ฟังมาตลอด เช่นเดียวกับ Rap is Now กลุ่มคนที่ไม่เคยทิ้งความฝัน ไม่เคยหันหลังให้กับดนตรีฮิปฮอปและวิถีการแร็พแม้แต่วินาทีเดียว 

… ว่าแล้วก็หยิบ 8 Mile มาดูอีกสักรอบ และต่อด้วยศึกแร็พแบทเทิลของ Rap is Now สักคลิปสองคลิป เดือดไม่แพ้กัน บอกเลย!!! …

 

RAP IS NOW CREW :

ART DIRECTOR : โจ้ – ศวิชญ์ สุวรรณกุล aka PHENOMENYX

DIRECTOR : หลุยส์ – ธชา คงคาเขตร aka LiskStryx

PRODUCER : ต้าร์ – สักกพิช มากคุณ aka ARTISTRYX

HOST : เอ็ม – จีรังกูล เกตุทอง aka Nazesus

CO-PRODUCER : ด้อด – ปวิตรี ประวิตร สวนสัน aka dDimple

MANAGER : ฟลุ๊ค – พลกฤต ศรีสมุทร aka FLUKERALWAYSON

ONLINE CONTENT : ฮอคกี้ – เดชาธร บำรุงเมือง aka Hockhacker

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Pisut S. / Rap is Now