_N1A5484-1

ครั้งที่แล้วที่คุยกัน คชา-นนทนันท์ อัญชุลีประดิษฐ์ เพิ่งออกอัลบั้มแรกในชีวิต ผ่านไปอีกไม่นานเท่าไร วันนี้เรากลับมาเจอกันอีกครั้งในวันที่เขามาอยู่กับค่ายใหม่ กำลังจะออกอัลบั้มใหม่ และอาจจะเรียกว่าเดินบนเส้นทางใหม่ก็น่าจะได้ เพราะก่อนนี้คชาร้องเพลงตามที่มีคนแต่งเนื้อแต่งทำนองให้ แต่ตอนนี้เขาบอกว่ามีส่วนร่วมในการทำเพลงเองเกือบทุกเพลง และตั้งใจจะพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่สามารถทำเพลงได้ด้วยตัวเองทั้งหมด

ปีนี้จะออกอัลบั้มจริงไหม
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะใช่ครับ แต่ตอนนี้ทยอยปล่อยซิงเกิ้ลก่อน ล่าสุดคือเพลง นับแกะ เป็นเพลงป็อปที่มีจังหวะอาร์แอนด์บีนิดๆ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคนอกหัก ผมเชื่อว่าใครที่เพิ่งอกหัก คืนแรกเนี่ยน้อยมากที่จะนอนหลับ เลยหยิบประเด็นนี้ขึ้นมา และวิธีการแก้ปัญหาแรกๆ ที่จะช่วยเรื่องการนอนไม่หลับก็คือนับแกะ เนื้อเพลงก็จะพูดถึงวิธีที่ช่วยให้ตัวเองนอนหลับได้ในคืนแรกที่ชีวิตไม่เหมือนเดิม คืนที่เราไม่ได้รักกันแล้ว จริงๆ มันเริ่มมาจากพี่ว่านไฉ (โปรดิวเซอร์) ด้วย ตอนแรกจะเขียนอีกเพลงหนึ่ง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป พอกลับมาเจอกันดันได้เพลงนี้ เพราะคืนก่อนนั้น พี่ว่านไฉบ่นว่านอนไม่หลับ ผมเองก็เหมือนกัน ต่างคนต่างเล่าให้กันฟัง แล้วเห็นภาพเป็นการนับแกะตรงกัน ก็เลยพักอันเก่าไว้ ทำอันนี้ก่อน

ทำไมเลือกเพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลสอง
ความจริงผมมีอีกเพลงที่มองไว้ เนื้อหาง่ายๆ ไม่ได้เศร้าหรืออารมณ์แบบฟีลแบด แต่เราเลือก ใต้ความโสด ที่เป็นเพลงสนุกๆ เป็นซิงเกิ้ลแรกไปแล้ว เลยอยากให้ซิงเกิ้ลสองเป็นอีกขั้วหนึ่ง เพราะถ้าเพลงสองเปิดมาคล้ายๆ กับเพลงแรกมันจะไม่ค่อยมีความแตกต่าง

การทำงานกับค่ายใหม่เป็นยังไงบ้าง
มีหลายความรู้สึก ทั้งตื่นเต้นทั้งไม่แน่ใจว่าจะเอายังไงต่อ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ออกมาด้วยดี ผมชอบที่ได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น แล้วก็มีเเพลนเกี่ยวกับเรื่องงานเพลงมากขึ้น งานอื่นก็มีนะครับ ประปราย แต่ผมโฟกัสที่เพลงมากกว่า เหมือนหลายๆ ครั้งที่เคยบอกว่าผมเน้นงานเพลงมากกว่าอย่างอื่น

_N1A5446-1
_N1A5497-1

มีเพลงในมือมากน้อยแค่ไหนตอนนี้
ก็เยอะนะ (ยิ้ม) หลังจากนี้ก็จะมีซิงเกิ้ลต่อๆ ไปให้แฟนๆ ได้ฟัง มีทั้งเพลงที่เสร็จแล้วและกำลังเขียนอยู่ ผมอยากให้แฟนๆ ได้ฟังให้ครบทั้งเพลงที่โปรโมตและไม่ได้โปรโมต อย่างเพลงที่ไม่ได้โปรโมตหลักๆ เลยคือได้อยู่ในอัลบั้ม แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นเรามีโซเชียลเน็ทเวิร์กครับ มันทำอะไรได้หลายอย่าง ก็ว่าจะปล่อยอะไรของเราไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ไฟเขียวปล่อยอัลบั้ม

กระบวนการทำงานเปลี่ยนไหม จากเมื่อก่อนที่ทำเพลงเป็นซิงเกิ้ล ตอนนี้ต้องคิดถึงการทำอัลบั้ม…
เปลี่ยนครับ นี่เป็นครั้งแรกของผมเลยที่มีเรื่องธีมเรื่องคอนเส็ปต์อะไรพวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งตัวผมเองก็ยังไม่เก่ง อาจจะมองเห็นภาพรวมไม่ค่อยชัด ก็จะเลือกจากความสนใจของตัวเองมาเริ่มเขียนเป็นเพลงก่อน ไม่ได้ตั้งใจว่าจะเขียนแค่เรื่องนี้เรื่องนั้น เพราะส่วนตัวผมคิดว่ามนุษย์เรามีความวาไรตี้อยู่ในตัว เราคงไม่เศร้าไปทั้งหมด หรือเอาแต่เต้น กระโดดกันทั้งอัลบั้ม ดูจากซิงเกิ้ลแรกมาที่ซิงเกิ้ลที่สอง มันจะครอบคลุม แต่รวมๆ ก็เป็นเรื่องของความรักแหละครับ แค่ขึ้นอยู่กับว่าเป็นแนวไหน เพราะความรักมันก็มีหลากหลายรูปแบบ บางเพลงอาจจะเป็นความรักที่เข้าใจโลก บางเพลงอาจจะเป็นความรักที่สะท้อนสังคม

เท่ากับว่าอัลบั้มนี้ได้เขียนเนื้อและทำนองด้วยอย่างจริงจัง
ใช่ครับ อาจจะไม่ได้เขียนเนื้อและทำนองทุกเพลง เพราะมันก็ค่อนข้างเยอะ แต่พยายามจะมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุดกับทุกเพลง ต้องขยันขึ้นเยอะมากๆ แต่ก็สนุกดีกับการได้เจอคนทำงานเก่งๆ ได้เจอครู ได้เจอพี่ๆ ซึ่งเราชอบแบบ… เขาเก่งจังวะ แล้วเราก็สนุกไปด้วย ได้แสดงไอเดียของเราให้คนอื่นดูด้วย

_N1A5426-1

เมื่อก่อนคนอาจจะมองคชาในแบบไอดอล แต่ตอนนี้ดูมีความมุ่งมั่นกับการทำงานเพลง เป็นความตั้งใจจะเปลี่ยนมุมมองของคนหรือเปล่า
ก็อยากให้คนอื่นมองว่าผมเป็นคนทำดนตรีจริงๆ เป็นคนทำเพลงจริงจังนะ แต่ในโลกของความเป็นจริง มันสามารถผสมกันได้ เราสามารถทำเพลงไปพร้อมกับเป็นไอดอลได้ด้วย ไม่จำเป็นต้องมุ่งไปทางใดทางหนึ่งอย่างเดียว ผมมีไอดอลคือจีดรากอน เขาเเต่งเพลงได้ ร้องเพลงได้ แล้วก็เป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ เขาเป็นทุกอย่าง และทำมันออกมาได้ดีมากๆ จนเป็นตัวอย่างให้ผม หวังว่าตัวเองจะสามารถเป็นแบบนั้น คงไม่เท่าเขาหรอกครับ แต่ก็มีเขาเป็นแบบอย่างเราโตแล้ว จะมายืนร้องอย่างเดียวไม่ได้แล้ว แล้วเรารู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง รู้ว่าเราไม่ไช่คนที่ร้องเพลงเก่งขนาดที่จะสามารถยืนร้องเพลงอย่างเดียวได้ ผมเลยคิดว่าอยากเป็นหลายๆ อย่าง จะได้มีทักษะเพิ่มขึ้นด้วย

ต้องฝึกหรือเรียนอะไรเพิ่มเติมไหม
ทั้งสองอย่างเลยครับ เรียนดนตรีเพิ่ม ฝึกเขียนเพลงให้มากขึ้น ช่วงก่อนนี้โดนสั่งการบ้านให้เขียนไดอารี่ทุกวัน ไม่มีอะไรจะเขียนก็ต้องเขียนให้ได้ เพื่อเอามาใช้เป็นไอเดียในการทำเพลง เป็นการฝึกเขียน ฝึกเรียบเรียง เพราะเราเป็นคนเรียบเรียงไม่ค่อยเก่ง นึกถึงแต่ปลายทางอย่างเดียว ไม่ได้นึกถึงระหว่างทาง เลยโดนสั่งการบ้านเลย ที่ยากสำหรับผมคือไม่รู้จะเขียนอะไรดี แต่พอไอเดียเริ่มมา ก็เริ่มรู้ละว่าจากเรื่องที่เราเขียนจะเก็บรายละเอียดอะไรต่อ สามารถลงรายละเอียดยิบย่อยได้

ระหว่างการเขียนเนื้อกับทำดนตรี ชอบอะไรมากกว่ากัน
ความจริงทักษะทางดนตรีของผมยังน้อยอยู่มาก ผมเลยอินกับการเขียนเนื้อมากกว่า ส่วนเรื่องการทำเพลงก็จะให้โปรดิวเซอร์เก่งๆช่วยดู เรายังคิดได้ไม่เท่าเขา ในอนาคตก็หวังว่าจะทำได้เหมือนเขาบ้าง

ชอบเขียนเนื้อเพลงแปลว่าชอบอ่านหนังสือด้วยหรือเปล่า
ปกติผมก็อ่านหนังสือแบบทั่วไปน่ะ แต่พอมาเขียนเนื้อแล้วรู้สึกว่าการอ่านหนังสือจำเป็นมาก เพราะถ้าคลังคำในหัวน้อยมันจะลำบากละ เราต้องมีความหลากหลายในการใช้คำด้วย ซึ่งหนังสือช่วยได้ ผมชอบอ่านหนังสือของพี่ๆ ในวงการอย่าง ก่อนความฝันจะล่มสลาย ของพี่แสตมป์ อ่านแล้วแบบ… โอ้โห ได้แรงบันดาลใจ ชอบอ่านหนังสือประวัติของคนอื่น สัตว์ประหลาดเลี้ยงลูก ของพี่กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ก็อ่าน

คิดไหมว่าสักวันจะมีหนังสือของตัวเอง
คิดมาสองปีแล้วครับ ยังไม่ได้ทำสักปี (หัวเราะ) ยังไม่ได้ลงมือสักที อาจจะเป็นเร็วๆ นี้มั้งครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไม่เริ่มสักที ผมอาจจะเป็นมนุษย์ที่ขี้เกียจตอนเริ่ม แต่พอเริ่มปุ๊บก็จะติดเลย…

ชอบทำงานภายใต้ความกดดัน…
เออนั่นสิ ดูเหมือนเป็นคนนิสัยเสียเนอะ แต่ถ้ามีไฟลนปุ๊บจะมาทันที เสร็จทันเดดไลน์ แบบถ้าต้องส่งเพลงแล้วโว้ย อยู่ดีๆ เนื้อเพลงก็มา สมองไบรท์เฉยเลย

_N1A5419-1
_N1A5387-1

ปีนี้ คชามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ
อ้วนขึ้นครับ! ล้อเล่น ก็น่าจะเป็นในเรื่องของการทำงาน อย่างปีที่แล้วเราไม่ได้เขียนเพลงบ่อยและถี่ขนาดนี้ เหนื่อยนะ แต่เป็นสิ่งที่เราเลือกแล้ว เดี๋ยวความเหนื่อยมันก็หาย

ขยายความคำว่า ‘สิ่งที่เราเลือกแล้ว’ หน่อยสิ
ย้ายค่ายเพื่อมุ่งมั่นกับการทำเพลง สเต็ปต่อไปก็อยากมีอัลบั้ม อยากมีคอนเสิร์ตในหลายๆ ที่ แต่กว่าจะไปถึงขั้นนั้นได้ก็ต้องค่อยๆเก็บเลเวลไปก่อน ความสุขของผมคืออยากเจอผู้ฟังมากหน้าหลายตา อยากอยู่ในบรรยากาศคอนเสิร์ตที่เรายืนร้องเพลง ผมมีความสุขกับได้ร้องเพลง มีความสุขกับการขึ้นเวที มีความสุขกับการได้เห็นคนฟังมีความสุขกับสิ่งที่เราร้อง เขายิ้ม เขาอิน คนฟังมีความสุข คนร้องก็มีความสุขครับ

แล้วอะไรคือสิ่งที่ยังเหมือนเดิม
มีความดูเหมือนง่วงนอนตลอดเวลาเหมือนเดิม บางคนคิดว่าไม่ดีเราก็เข้าใจ แต่แค่ตอนนี้ยังเปลี่ยนไม่ได้ มันเป็นที่บุคลิกของผมด้วย ที่หน้าของเราด้วย เจอกันคนชอบถามตื่นยังครับ ความจริงคือเราตื่นแล้ว แต่มันตื่นได้เท่านี้ คือถ้าวันไหนที่ผมอะเลิร์ตสุดๆ แสดงว่าวันนั้นมีเรื่องให้ผมแฮปปี้

ยังมีอะไรที่อยากทำอีกไหม
ก็อยากทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ให้ดีครับ จริงๆ นะ เพราะเรารู้สึกว่าเรายังไม่เก่งขนาดนั้น ยังไม่เทิร์นโปรเหมือนพี่ๆ หลายๆ คน เรายังเป็นแค่มนุษย์ฝึกหัดอยู่ ถ้าเป็นได้ก็อยากลองเป็นดีเจดูบ้าง ดีเจวิทยุอะไรแบบนี้ ผมชอบเสียงตัวเองเวลาพูด แล้วมันก็ดูน่าสนุกดีที่ได้พูดคนเดียว

สิ่งที่อยากบอกให้โลกรู้
กลัวว่ามันจะเยอะแยะน่ะสิ! ผมฝากบอกแฟนๆ แล้วกันครับ ว่าบางทีการเป็นศิลปินเราไม่สามารถจะไว้ผมทรงเดียวได้ ซึ่งก็คือทรงหน้าม้านั่นเอง ผมเข้าใจว่าทุกคนชอบ มันอาจจะดูน่ารัก แต่การที่เราไว้มา 4-5 ปี เราก็จะเบื่อ ผมอยากเปลี่ยนทรงบ้าง อยากเสยผมขึ้น ผมอาจจะไม่ได้หล่อ แต่ผมทำแล้วมั่นใจ ผมก็อยากจะทำ อย่าว่าผมเลยครับ หรือบางทีเราอยากจะเปลี่ยนสีบ้าง เพราะสุดท้ายแล้วมันก็คือหัวผม มันอาจจะไม่ได้ดีที่สุด แต่ผมชอบ ผมมั่นใจ ช่วยเข้าใจผมด้วยนะ
จริงๆ ผมสนุกที่จะได้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพราะบางทีก็เบื่อ คือผมก็ไม่ได้อยากเป็นเด็กน้อยน่ารักตลอดเวลาหรอก ฝากไว้ด้วยนะจ๊ะ ไม่เคยพูดเรื่องนี้ที่ไหนเลย มาพูดที่บิลบอร์ด สาระมาก!

Story by: Srivigar S.

Photos by: Purin A.