v-900-1

เราอาจจะเห็นหน้าตาสวยเก๋ของ วี วิโอเลต วอเทียร์ ผ่านหน้าจอทั้งเล็กและใหญ่ในฐานะนักแสดงค่อนข้างบ่อย แล้วเธอยังเป็นนักแสดงฝีมือดีที่ได้รับรางวัลด้านการแสดงมาแล้วหลายเวที จนบางทีก็ลืมนึกไปว่าครั้งแรกที่รู้จักนั้น เธอเป็นผู้เข้าประกวดในรายการแข่งขันร้องเพลง The Voice Thailand ที่สร้างความประทับใจให้คนฟังมากมาย

แต่วันนี้ที่ได้กลับมาคุยกันอีกครั้งในวันที่เธอมีผลงานเพลงใหม่ วียืนยันชัดเจนว่าเธอยังคงรักมั่นกับการร้องเพลงและทำงานเพลง เหมือนที่เธอเคยรักมาตั้งแต่เด็ก แล้วยังบอกว่านับจากนี้ไปเธอจะโฟกัสที่การทำเพลงเป็นหลักอีกด้วย

ที่มาที่ไปของซิงเกิ้ล ก็แค่ไม่มีฉัน

ตั้งใจเล่ามุมมองความรักประมาณว่าถ้าเจอความรักแบบนี้ ไม่เอาดีกว่า ให้มองว่าเราอยู่ของเราคนเดียวได้ เรื่องอะไรจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครสักคน ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้ชอบ หรืออยากจะเปลี่ยนตัวเองไปแบบนั้น ที่คิดเรื่องนี้เพราะมันเป็นสิ่งที่เราเห็นมาตลอด เพื่อนวีโดนแฟนตามแบบ… หนักจนเรารำคาญแทน เราเองก็เคยเจอโมเมนต์ประมาณนี้ อย่างเวลาไปไหน พอถ่ายรูปมา มีเพื่อนผู้ชายอยู่ในรูปด้วย ก็จะโดนถามว่าอะไรยังไง โดนว่านู่นนี่นั่น เป็นเรื่องไปเรื่อย ไม่มีขอบเขต ซึ่งวีไม่ชอบและไม่อยากเจออะไรแบบนี้แล้ว เลยเอามาเขียนเพลงเลย

การทำงานในซิงเกิ้ลนี้เป็นยังไงบ้าง

เรื่องเนื้อเพลง ได้พี่สองคนมาช่วย พี่บิว-รังสรรค์ (Lemon Soup) กับพี่เย่-จักรพันธ์ (Slur) ส่วนดนตรี วีแอบทดลองประมาณหนึ่งนะ เพราะแนวเพลงในซิงเกิ้ลนี้มันค่อนข้างเปลี่ยนจากงานเก่าๆ เราเองก็ลองใส่นู่นนี่ที่คิดว่ามันจะเข้าที่เข้าทาง ฟังแล้วสนุก วีชอบเสียงแฮนด์แพน อยากลองเอามาใส่ในเพลง ก็พอดีไปเจอวงชื่อฮอนนอน เขาเป็นวงสองคนชื่อฮอลกับอ้น เลยชวนมาอัดให้ เพลงนี้ก็เลยได้เสียงแฮนด์แพนมาสมใจ แล้วก็ได้พี่โหน่ง-วิชญ (The Photo Sticker Machine) มาโปรดิวซ์ให้ ถือเป็นสีสันและแนวทางที่อาจจะเรียกว่าเปลี่ยนไปนิดหนึ่งของวี

ซึ่งค่อนข้างเปลี่ยนจากซิงเกิ้ลที่แล้ว…

เอาจริงๆ สำหรับวี วีไม่ได้รู้สึกว่ามันเปลี่ยนขนาดนั้นนะ เพราะตั้งแต่ซิงเกิ้ลที่แล้ว ก็อยากจะลองทำดนตรีประมานนี้ แต่มันไม่ค่อยเข้ากับเพลง ก็เลยปล่อยเป็นโทนดาวน์ๆ ใช้ดนตรีน้อยชิ้นไปดีกว่า เราคิด แต่เราไม่ได้ทำ คนเลยไม่ได้เห็นช่วงเปลี่ยนถ่ายระหว่างนั้นว่าวีเปลี่ยนไปยังไงบ้าง เพราะมันไม่ได้มีเพลงออกมาให้เตรียมตัวว่าดนตรีของวีกำลังเปลี่ยนไปประมานนี้นะ พอซิงเกิ้ลนี้ออกมา ก็ค่อนข้างแปลกใจกัน แต่ว่าหลังจากนี้ก็จะไม่เเปลกใจแล้วค่ะ (หัวเราะ)

v-900-4
v-900-7

ซิงเกิ้ลนี้วีร่วมงานกับหลายคน มีใครอีกไหมที่อยากทำงานด้วย

มีเยอะมาก พี่ป๊อด Moderndog ซึ่งวีเคยฟีทแล้ว พี่เนม Getsunova เคยไปแจมในคอนเสิร์ตแต่ยังไม่เคยทำเพลงด้วยกันจริงจัง แล้วก็อีกหลายคน แต่ถ้าเป็นศิลปินฝรั่งก็ต้องบรูโน่ มาร์ส

ช่วงหลังๆ วีไปทางสายการแสดงค่อนข้างเยอะ หลังจากนี้แพลนเรื่องการทำงานไว้ยังไงบ้าง

แพลนชีวิตตัวเองล่วงหน้าไว้แล้ว 4 ปี ในสี่ปีนี้วีรู้ละว่าตัวเองจะทำอะไรบ้าง ที่แน่ๆ คือเน้นงานดนตรี แต่ถ้ามีงานแสดงหรืองานอื่นๆ เข้ามา แล้วมันไม่ได้ทำให้เราวอกแวกไปจากแพลนที่วางไว้ วีก็จะทำ คือถึงช่วงหลังๆ อาจจะรับงานแสดงเยอะ แต่เราก็ยังมองตัวเองเป็นนักร้องมากกว่าการเป็นนักแสดงอยู่ การร้องเพลง การทำเพลงก็เป็นสิ่งที่วีรัก แล้วรู้สึกว่าเรายังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองกับงานเพลงมากเท่าไหร่ด้วย น่าจะถึงเวลาแล้วที่ต้องเน้นงานเพลง ตอนนี้วีก็กำลังทยอยทำเพลงไว้เพื่อปล่อยสำหรับปีหน้า แล้วก็มีแพลนออกอัลบั้มสากล แต่เป็นแค่มินิอัลบั้มก่อน ดีเทลยังไม่บอก บอกได้แค่ว่าเป็นเพลงสากล

อัลบั้มเพลงไทยล่ะ

ยังไม่คิดเรื่องอัลบั้มเพลงไทยค่ะ แต่อาจจะมีปล่อยซิงเกิ้ลเพลงไทยอีกสักเพลงภายในปีนี้ ไว้รอดูกันอีกที

สิ่งที่วีชอบที่สุดเวลาทำงานเพลง

ชอบที่ได้ระบาย (ยิ้ม) แล้วเราไม่ได้แค่ร้อง แต่เขียนทั้งเนื้อเพลง ทำทั้งดนตรี งานเอ็มวีก็ยังทำด้วย วีว่าการทำเพลงมันเป็นอะไรที่มาเป็นแพกเกจ มันคือการได้นำเสนอตัวตน ความคิด สิ่งที่เราอยากบอก อยากเล่า อยากระบาย ออกไปให้คนอื่นได้รับรู้

ความทรงจำแรกเกี่ยวกับเพลงที่จำได้

เพลงภาษาฝรั่งเศสสไตล์เพลงช้างค่ะ ตอนนั้นเด็กมาก จำไม่ได้ว่ากี่ขวบ เผลอๆ เพิ่งจะเริ่มพูดได้ด้วยซ้ำ แต่จำได้ว่าคุณพ่อชอบร้องให้ฟัง

v-900-6
v-900-2

รู้ตัวตอนไหนว่าอยากจริงจังกับงานเพลง

วีรู้ตัวตั้งแต่อนุบาลแล้วว่าอยากเป็นนักร้อง แล้วเป็นคนที่ถ้าตัดสินใจอะไรไปแล้ว จะไม่มีใครเปลี่ยนใจเราได้ เพียงแต่ตอนนั้นเราคิดแบบเด็กๆ เออ โอเค เรารู้ตัวละว่าเราอยากเป็นนักร้อง แต่ก็ไม่ได้รู้ว่าจะต้องคิดอะไรนอกเหนือไปจากนั้น เพราะตัวเราก็ยังไม่มีประสบการณ์อะไรเลย ไม่ได้รู้จักใครที่จะมาสอนด้วย รู้แค่ว่าอยากเป็นนักร้อง ก็ต้องร้องเพลงให้เพราะ แล้วก็สนุกไปกับมัน แค่นั้นเอง

แต่เริ่มมาจริงจังน่าจะหลังจากเข้าวงการมาแล้วสักปีหนึ่งค่ะ รู้สึกว่าเราอยากมาทางนี้แหละ เพราะเริ่มได้โอกาสบ่อยๆ ได้โอกาสแล้วทำไมไม่ไปต่อ ก็เลยคิดว่ามาทางนี้จริงจังเถอะ เพียงแต่พอคิดแล้วมันไม่ใช่จะทำได้เลย การเป็นนักร้องหรือศิลปินไม่ใช่แค่เรื่องของการร้องเพลงเพราะแบบที่เราคิดตอนเด็กๆ มันมีการตลาดมีโน่นนี่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำยังไงนักร้องคนหนึ่งจะมีความโดดเด่นมากกว่าแค่การร้องเพลงเพราะ เพราะนักร้องทุกคนก็ร้องเพลงเพราะ นี่คือสิ่งที่เป็นเรื่องของการตลาดละ เหมือนเราต้องมีลายเซ็นเป็นของตัวเอง

แล้วลายเซ็นของวิโอเลตคืออะไร

วีรู้ว่าลายเซ็นเสียงของวีชัดมาก ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งสำคัญของนักร้อง เป็นการสื่อว่านี่คือนักร้องคนนี้ แต่วีไม่ได้อยากเป็นแค่นักร้อง วีอยากเป็นศิลปิน เพราะฉะนั้นดนตรีของวีก็ควรที่จะต้องเป็นลายเซ็นของวีด้วย ตอนนี้ก็เลยค่อยๆ เรียนรู้ไป พยายามหาตัวเองไปด้วย ไปเรื่อยๆ ค่อยๆ เติบโต

เพิ่งเรียนจบด้วยใช่ไหม เอาสิ่งที่เรียนมาใช้ในการเติบโตด้วยหรือเปล่า

วีจบภาพยนตร์จากนิเทศ จุฬาฯ ฉะนั้นทุกอย่างที่เรียนมา เอามาใช้ได้หมดเลย เรียนมาร์เกตติ้งมา ก็เอามาใช้ทำการตลาดโฆษณาให้ตัวเอง เรียนฟิล์มมา ก็เอามาใช้ในเรื่องการถ่ายทำเอ็มวี เราสามารถคิด ครีเอทเรื่องราวให้มิวสิควิดีโอได้ วางคอนเสปต์ว่าจะเป็นยังไง ลุคจะเป็นยังไง สามารถเอามาประยุกต์ใช้กับตัวเองได้หมดเลย อย่างเอ็มวีเพลง ก็แค่ไม่มีฉัน วีก็ดูเรื่องอาร์ตไดเรกชั่นเอง คุยกับพี่ปิงเกรียงไกร (Hormones, พรจากฟ้า) ที่มากำกับให้ว่าอยากได้ประมาณไหน ไอเดียตั้งต้นเป็นของวีแล้วพี่ปิงเอาไปครีเอทต่อ

เอ็มวีสวยแปลกตาเหมือนถ่ายทำที่ต่างประเทศเลย

อันนี้ต้องยกเครดิตให้ผู้กำกับกับตากล้องเพราะตอนไปถึงโลเกชั่น วีก็แบบ… เหวอนิดหนึ่งค่ะ (หัวเราะ) ที่นี่เหรอ จะได้เหรอ แต่พอถ่ายออกมาจริงๆ เห็นภาพแล้ว โอเค ไม่มีคำถามเลย

ทำไมเหวอล่ะ

มันเป็นโลเกชั่นเอ๊าท์ดอร์ ไม่มีการปิดเป็นสัดส่วนหรืออะไร ถ่ายกันจริงๆ ริมถนนเลย แล้วคุมยากด้วย มีอยู่ซีนหนึ่ง ถ่ายกันประมาณสี่โมงเย็น รถเริ่มติด แล้วเป็นซีนที่จะต้องโบกรถแท็กซี่ พอเราจะโบกก็ อ้าว รถยังมาไม่ถึงบ้าง จอดเลยบ้าง (หัวเราะ) แต่สนุกค่ะ

นิยามความเป็นวี วีโอเลตหน่อย

วีก็เป็นคนคนหนึ่งที่มีความฝันและก็พยายามจะไปให้ถึงฝัน ความฝันของวีคือการเป็นนักร้อง เป็นศิลปิน อยากให้คนได้รู้จักตัวตนของเราผ่านเพลงของเรา

Story by: Srivigar S.

Photos by: Purin A.