ohm chatri-900-2

การคร่ำหวอดในอยู่วงการเพลงบ้านเรามาตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีของผู้ชายที่ชื่อ โอม-ชาตรี คงสุวรรณ ทำให้เขากลายเป็นอีกหนึ่งตำนานที่ยังมีลมหายใจในแวดวงดนตรีอย่างปฏิเสธไม่ได้ โอม คืออีกหนึ่งมือกีตาร์ระดับพระกาฬของเมืองไทย นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ รวมถึงเป็น Music Director ของรายการประกวดร้องเพลงและคอนเสิร์ตต่างๆ มากมาย รวมถึงเป็นหนึ่งในสมาชิกวงดนตรี The Innocent ที่โด่งดังสุดๆ ในยุค 80s ในอีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้า เขากำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่อีกครั้ง ทว่าเป็นโชว์ที่ไม่ได้หยิบเอาเพลงของตัวเองมาเล่น แต่เป็นการนำเอาผลงานเพลงในยุคแรกของ เต๋อ-เรวัต พุทธินันทน์ มาเรียบเรียงในรูปแบบร่วมสมัย พร้อมส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ได้ซึมซับความยิ่งใหญ่ของตำนานศิลปินผู้ล่วงลับใน True GMM Grammy presents Ohm Chatree Live “REWAT FOREVER” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคม 2017 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ การพูดคุยระหว่าง บิลบอร์ด ไทยแลนด์ และ โอม-ชาตรี ในคราวนี้ นอกจากจะเน้นไปที่ความพิเศษที่จะเกิดขึ้นในคอนเสิร์ตดังกล่าวแล้ว เรายังมอบโอกาสให้เขาเล่าถึงความยิ่งใหญ่ของรุ่นพี่ที่เคารพรักอย่าง เต๋อ-เรวัต ผู้ซึ่งเป็นบุคคลแห่งประวัติศาสตร์ได้มอบเอาไว้ให้วงการเพลงไทย กับเรื่องราวที่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยรู้มาก่อน รวมถึงให้ทรรศนะเกี่ยวกับแวดวงดนตรีในอนาคตของบ้านเราว่าจะไปสู่ทิศทางใดกันแน่อีกด้วย

 

เมื่อหลายปีก่อนเรามีโอกาสได้เห็นอัลบั้ม Alive ซึ่งรวบรวมเพลงของ เต๋อ-เรวัต พุทธินันทน์ เอาไว้หลากหลายเพลง?
ใช่ครับ ตอนนั้นทำออกมาเป็น Box Set ใช้ชื่อว่า เรวัต พุทธินันทน์ Alive The Collection Box Set จริงๆ อัลบั้ม Alive เป็นโปรเจกต์พิเศษที่พี่เต๋อทำไว้ก่อนจะเสียชีวิต ซึ่งผมก็มีโอกาสได้ร่วมทำงานในโปรเจกต์ดังกล่าวด้วย เพลงในอัลบั้ม Alive จะเป็นเพลงจากอัลบั้ม เต๋อ 1 (ปี 1983), เต๋อ 2 (ปี 1985) และ เต๋อ 3 (ปี 1986) ที่พี่เต๋อเลือกเอาไว้ แล้วเอามาทำดนตรีใหม่ โดยพี่เต๋อก็มีการบันทึกเสียงร้องใหม่เอาไว้ด้วย รวมถึงเคาะงาน ตรวจงานเองทั้งหมด แต่ตอนที่ทำออกมาเป็น Box Set เมื่อหลายปีก่อนก็ยังไม่ได้เอามาเผยแพร่หรือแสดงมากนัก คอนเสิร์ต True GMM Grammy presents Ohm Chatree Live “REWAT FOREVER” ในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะนำเอาบทเพลงเหล่านั้นมาเล่นโชว์เป็นหลัก คือถ้าไม่มีอัลบั้ม Alive มันก็จะเป็นคอนเสิร์ตที่นำเสนอเพลงพี่เต๋อนั่นแหละ แต่ทีนี้พอมีอัลบั้มเกิดขึ้นมา มันก็จะเป็นการนำเสนองานในเวอร์ชั่นใหม่ ดนตรีก็ค่อนข้างมีจังหวะจะโคนแบบร่วมสมัยหน่อย น่าจะเป็นการนำเสนอผลงานรำลึกถึงพี่เต๋อในยุคสมัยนี้ที่สามารถดูได้ทุกรุ่น

แล้วคอนเสิร์ต Ohm Chatree Live “REWAT FOREVER” ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร?
จริงๆ กิจกรรมอะไรก็ตามที่จัดทำขึ้นเกี่ยวกับการรำลึกถึงพี่เต๋อก็มีไปหมดแล้วนะ ทุก 5 ปี 10 ปีก็มีคนทำตลอด ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับเรื่องราวที่จะเล่าในแต่ละครั้ง แต่สำหรับคราวนี้ อัลบั้ม Alive มันเกี่ยวพันกับผมโดยตรง เนื่องจากผมทำร่วมกับพี่เต๋อ โดยมีหน้าที่ดูแลเรื่องดนตรีและการทำเพลง อย่างในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผมก็จะมีคอนเสิร์ตที่รวมผลงานเพลงของตัวเองออกมาอยู่เป็นระยะใช่ไหม ซึ่งทีแรกผมก็ไม่ได้คิดว่าจะนำเอาเพลงในอัลบั้ม Alive มาแสดง เนื่องจากว่ามันเป็นงานที่ค่อนข้างเป็นเรื่องราวเฉพาะ แต่ปีที่แล้วครบรอบ 20 ปีที่พี่เต๋อจากไป ได้คุยกับทั้งทางครอบครัวพี่เต๋อ รวมถึงหลายฝ่ายก็อยากให้มีกิจกรรมบางอย่าง คอนเสิร์ตครั้งนี้ก็เลยเกิดขึ้นมา

Poster900

ความน่าสนใจของคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่แตกต่างจากคอนเสิร์ตรำลึก เต๋อ-เรวัต ที่มีมาก่อนหน้านี้?
คือบางครั้งการนำเอาผลงานเก่าๆ มาเล่นในคอนเสิร์ตก็ค่อนข้างต้องออกแรงในการปัดฝุ่นอยู่พอสมควร แต่ว่างานเพลงของพี่เต๋อในอัลบั้ม Alive เอามาเล่นเฉยๆ ก็ร่วมสมัยแล้วนะ คือโดยปกติคอนเสิร์ตของผม ผมก็จะเล่นกีตาร์เอง ดูแลพาร์ตของดนตรี เป็น Music Director เอง เป็นเรื่องที่ผมค่อนข้างจะถนัด แล้วการนำเอาเพลงในอัลบั้ม Alive มาเซ็ตทำเป็นโชว์ก็น่าจะเป็นอะไรที่ถนัดกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะเรานำผลงานที่ลงมือโปรดิวซ์เองมาเล่นด้วย

เท่าที่เห็นในโปสเตอร์คอนเสิร์ต แขกรับเชิญเยอะมาก?
ก็เป็นไปตามความเหมาะสมแหละ สมมติถ้าเราบอกว่าจะจัดคอนเสิร์ตเพลงพี่เต๋อ เอาเพลงพี่เต๋อมาเล่น อย่างน้อยก็ต้องมีไม่ต่ำกว่า 20 เพลงอยู่แล้ว คำถามคือใครจะมาร้อง เพราะพี่เต๋อคงไม่ได้มาร้องเองอยู่แล้ว (หัวเราะ) ผมมองเรื่องความหลากหลายมากกว่า ไม่ใช่ว่าพอมีแขกรับเชิญแล้วให้ทุกคนมาร้องกันคนละเพลง อันนั้นก็ไม่ใช่ สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ ศิลปินบางคนก็จะมาช่วยเล่นในแบนด์ บางคนมาแจมดนตรี อย่างคุณ หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม ก็จะมาเล่นคีย์บอร์ดให้ จั๊ก-ชวิน จิตรสมบูรณ์ ซึ่งเล่นกีตาร์ด้วยกันกับผมมาแทบทุกงานก็จะเล่นในแบนด์เป็นหลักเลย หรือ โบ-สุนิตา ลีติกุล ก็จะมาร่วมทีมเป็นคอรัสกิตติมศักดิ์ ซึ่งก็เป็นความถนัดของเขา ตอนสมัยพี่เต๋อยังมีชีวิตอยู่ คุณโบก็เป็นคอรัสในทีมผลิตเพลงของแกรมมี่ ซึ่งก็น่าสนุกดี

มีการผสมผสานศิลปินทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่?
อย่างที่ผมบอกว่า ดนตรีในอัลบั้ม Alive เอามาเล่นเฉยๆ ก็ร่วมสมัยแล้ว แต่พี่เต๋อก็ถือว่าเป็นศิลปินของยุคก่อนที่เป็นรุ่นใหญ่ ฉะนั้นผมจึงไล่รายชื่อจากศิลปินในยุคนั้นลงมาเรื่อยๆ ผมนึกถึงพี่อ๋อง-สุรสีห์ อิทธิกุล นึกถึง อำพล ลำพูน ซึ่งคุณอำพลและวงไมโครก็เคยเป็นศิลปินที่เล่นเปิดในคอนเสิร์ตพี่เต๋อก่อนจะออกผลงานเพลงของตัวเองเสียอีก เหมือนมาเล่นชิมลางประมาณนั้น คริสติน่า อากีล่าร์ หรือ ทาทา ยัง ก็เป็นศิลปินที่พี่เต๋อปลุกปั้นมา หรืออย่าง T-Bone จะเป็นวงที่พี่เต๋อเคยพูดถึงว่า ชอบน้ำเสียงของคุณแก๊ป (เจษฎา ธีระภินันท์) นักร้องนำ อะไรแบบนี้ ส่วนศิลปินรุ่นใหม่ๆ ก็เลือกไม่ยาก เพราะเขามีความสามารถสูงอยู่แล้ว ก็จะดูในเรื่องความสะดวก เรื่องคิวงานมากกว่า อย่าง สิงโต นำโชค หรือ แสตมป์ (อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข) พอทาบทามไปเขาก็ยินดีเลย หรืออย่าง พัดชา อเนกอายุวัฒน์, ว่าน-ธนกฤต พานิชวิทย์ หรือ นนท์-ธนนท์ จำเริญ ซึ่งเป็นนักร้องคุณภาพทุกคนก็ตอบตกลงแบบทันที

ohm chatri-900-6

คาดหวังอะไรกับคอนเสิร์ตในคราวนี้บ้าง?
ผมว่าการทำงานลักษณะนี้สำหรับยุคนี้มันไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ โดยเฉพาะกับผลงานของพี่เต๋อ ผมมองว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ใช่การทริบิวต์นะ เพราะมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาทริบิวต์ในช่วงเวลานี้ แต่พอดีมันมีเรื่องราวที่เราสามารถนำมาบอกเล่าได้ ผู้คนก็จะได้รับรู้ว่า แม้ว่าพี่เต๋อจะจากไปแล้ว แต่เขาก็ยังคิดที่จะสร้างงานแบบนี้ไว้เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เสพ ผมเชื่อว่าถ้าพี่เต๋อยังอยู่ พี่เต๋อคงเล่นคอนเสิร์ตนี้ด้วยตัวเอง และผมก็พยายามจะบอกเล่าเรื่องราวของพี่เต๋อควบคู่ไปกับยุคสมัย ไม่จำเป็นต้องนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปบอกคนนั้นคนนี้ว่า เราจะมารำลึกถึงพี่เต๋อกันนะ มันก็ไม่ใช่แบบนั้น ผมว่ามันเป็นคอนเสิร์ตที่นำเสนอความมีสีสัน ความสนุกสนาน และคนที่มาดูก็จะได้รับข้อมูล เรื่องราวต่างๆ และรำลึกถึงอะไรบางอย่างจากความรู้สึกของตัวเองไปโดยอัตโนมัติ

แน่นอนว่าเด็กรุ่นใหม่คงไม่ทันความยิ่งใหญ่ของผู้ชายที่ชื่อ เรวัต พุทธินันทน์ อยากให้คุณเล่าถึงสิ่งที่ เต๋อ มอบให้กับวงการเพลงไทยในยุคนั้นให้ฟังสักหน่อย?
เด็กรุ่นนี้อาจจะรู้จักพี่เต๋อจากบทเพลงต่างๆ ใช่ไหม ซึ่งจริงๆ ตอนพี่เต๋อเป็นศิลปินนั้นเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แล้วผมจะเรียกช่วงเวลานั้นรวมถึงผลงานของพี่เต๋อว่าเป็นงานทดลอง เป็นช่วงเวลาก่อนที่พี่เต๋อจะสร้างศิลปินมาประดับวงการเพลงเมืองไทย และก่อนที่แกรมมี่จะรุ่งเรืองเสียอีก พอหลังจากพี่เต๋อหันมาเน้นทำงานในบริษัทแกรมมี่ ก็เลยเฟดงานส่วนตัวไป มาทุ่มเวลาให้งานของศิลปินต่างๆ แทน อย่าง พี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์, คริสติน่า อากีล่าร์, Nuvo, ไมโคร พี่เต๋อจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง คอยผลักดันและดูแลทั้งหมด ฉะนั้นเวลาที่เราจะเล่าให้คนรุ่นใหม่ฟัง มันต้องแยกออกเป็น 2 เรื่อง เรื่องหนึ่งคือความเป็น artist ความเป็นศิลปินของพี่เต๋อที่ทุกคนรับรู้จากบทเพลงต่างๆ เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการที่พี่เต๋อนำมาสร้างรากฐานให้กับวงการเพลงไทย ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไปก็จะเป็นเวลาที่นานมากแล้ว พี่เต๋อในมุมมองของคนที่เพิ่งจะรู้จัก หรือบางคนที่รู้จักอยู่แล้วอาจจะมองว่าพี่เต๋อเป็นศิลปินอย่างเดียว แต่ในมุมที่แท้จริง พี่เต๋อเป็นผู้สร้างคนสำคัญของวงการเพลง ซึ่งในมุมของผม เวลานึกถึงพี่เต๋อ ผมจะนึกถึงมุมหลังมากกว่า คือถ้ามองกลับไปที่ บริษัท แกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด หรือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ในทุกวันนี้ คนอาจจะไม่ค่อยได้รับข่าวสารของพี่เต๋อมากนัก แต่โดยแท้จริง พี่เต๋อเป็นคนที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาร่วมกับทีมงาน ถ้าจะให้ผมแนะนำทุกๆ อย่างที่เป็นรากฐานของแกรมมี่ หรือแม้กระทั่งผู้คนในวงการเพลงที่ชื่นชอบในแนวทางนั้น ก็มักจะซึมซับความเป็นพี่เต๋อโดยไม่รู้ตัว อย่างเวลาเราฟังเพลงของแกรมมี่ น้อยคนที่จะมองเห็นภาพว่า พี่เต๋อเป็นคนควบคุม ดูแล กำกับในยุครุ่งเรืองมาทั้งสิ้น มาอยู่ที่ห้องอัดเลยด้วยซ้ำ

ในมุมของความเป็นศิลปิน ผลงานของ เต๋อ-เรวัต มักจะออกมาในลักษณะใด?
ถ้าจะแยกแยะเฉพาะเรื่องของซาวนด์ งานของพี่เต๋อมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงสำหรับยุคนั้น ไม่เหมือนใครเลย แล้วก็เป็นเพลงปรัชญาเพื่อชีวิต แต่ในมุมของความเป็นศิลปินมักจะเป็นมุมที่ผู้คนเลือกเสพ บางครั้งผมรู้สึกว่า พี่เต๋อใช้ความเป็นศิลปินในการหาแนวทางในการบุกเบิกด้วยซ้ำ ทดลองเรื่องรสนิยมคนฟังว่ามาตรฐานประมาณไหนที่คนฟังรับได้ ถ้ายื่นแนวทางแบบนี้ไป คนฟังจะสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเพลงได้ไหม แล้วก็กลับมาทุ่มเททุกอย่างให้กับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการสร้างความสำเร็จและยิ่งใหญ่ให้บริษัทแกรมมี่

OhmTer900

โอม-ชาตรี และ เต๋อ-เรวัต (Photo by: โอม-ชาตรี คงสุวรรณ)

ซึ่งคุณก็ได้ทำงานกับ เต๋อ-เรวัต ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง?
ผมเป็นลูกทีมพี่เต๋อน่ะครับ ขั้นแรกก็เป็นแค่เด็กต่างหวัดที่เป็นแฟนเพลง ตอนนั้นพี่เต๋อก็เข้าไปอยู่ในวง The Impossible ซึ่งดังที่สุดในบ้านเราในยุคนั้นเลย พี่เต๋อเป็นศิลปินหัวก้าวหน้า หัวตะวันตก ทำอะไรก็จะออกแนวอินเตอร์หน่อย แล้วก็มีบทบาทค่อนข้างเยอะในวงการ เล่นละครโทรทัศน์ เป็นพิธีกร แล้วในที่สุดผมก็มีโอกาสได้มาเป็นหนึ่งในทีมงานของพี่เต๋อ ก็เป็นไปตามครรลองปกติครับ ผมเป็นเด็กรุ่นใหม่ ทำงานอยู่ในละแวกห้องอัด พี่เต๋อก็ทำทีมงานในการบันทึกเสียง ก็คงได้ยินชื่อเราบ้าง ก็เลยชวนไปร่วมงานด้วย แรกๆ ก็ชวนผมไปเล่นเป็นแบ็คอัพให้ในคอนเสิร์ต แล้วพี่เต๋อก็คงเห็นเราไปด้วยกันได้ดีกับทีมงาน ก็เลยชวนเรามาเป็นมือกีตาร์ประจำในห้องอัด ผมก็อัดเสียงให้พี่เต๋อทุกอัลบั้ม แล้วก็เริ่มได้แต่งเพลง เริ่มเป็นโปรดิวเซอร์ พี่เต๋อเริ่มมอบภารกิจใหญ่ให้มากขึ้น ค่อยๆ เติบโตไปเรื่อยๆ ในตอนนั้น

นอกจากคอนเสิร์ต ช่วงนี้คุณมีโปรเจกต์หรือวางแพลนจะทำอะไรต่อจากนี้บ้าง?
อย่างช่วงนี้ก็จะเน้นไปที่คอนเสิร์ตเป็นหลัก ซึ่งผมใช้ประสบการณ์ทั้งหมดจากการเป็นทั้ง Music Director ความเป็นมือกีตาร์หรืออะไรก็ตามแต่มาทำให้โชว์นี้แข็งแรงที่สุด แต่ช่วงที่ผ่านมาสักพัก ผมเรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่เรารีเฟรชตัวเอง จริงๆ ก็ยังทำอะไรอยู่บ้างประปราย แต่ผมไม่ได้วางตัวเองว่าต้องมานั่งทำอะไรอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าก็ทำมานาน ก็จะให้เวลากับการ input เยอะ ดูข่าวสาร เทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งหมดมันทำให้เรารู้สึกว่า โอ้โห เราหยุดไม่ได้เลย โลกหมุนไปทุกๆ วัน มันมีเทคโนโลยีใหม่ๆ วิธีคิดใหม่ๆ การตลาดแบบใหม่ มีคนที่เขาดิ้นรน พัฒนาปรับปรุงตัวเองเพื่อที่จะไปได้กับยุคสมัย สิ่งเหล่านี้กระตุ้นเราตลอด เราเป็นมือกีตาร์ เราก็หยุดฝึกซ้อมไม่ได้ อายุเยอะขึ้นมันไม่เกี่ยว ชีวิตก็แบบนี้ มันเป็นเรื่องท้าทายมากนะสำหรับการให้เวลาในการพัฒนาตนเองอย่างจริงจังสักระยะหนึ่ง ผมไม่ได้วางตัวเองไว้ว่าจะเป็นคนที่อยู่กับอดีต ปัจจุบันเราอาจเป็นใครที่สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง แต่เราจะทำอะไรต่อไปในอนาคตล่ะ บอกได้เลยว่าในอนาคตเราจะได้เจอบ่อยครั้งขึ้นแน่ๆ

ต้องปรับตัวเยอะไหมกับวงการเพลงที่เปลี่ยนไปมากในยุคนี้?
ผมแทบไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย อย่างที่บอกว่าผมรับข่าวสารตลอด อาจจะเป็นเพราะผมเป็นคนที่ชอบเล่นเทคโนโลยีมาตั้งแต่หนุ่มๆ ด้วย แล้วผมไม่ได้วางตัวเองว่าเป็นเซเลบ หรือมีอาชีพโดยตรงที่จะต้องขึ้นลงอยู่กับกระแสธุรกิจ ผมเป็นคนโปรดักชั่นมาเป็นสิบปีแล้ว แต่เราไม่ได้ทำโปรดักชั่นเพื่อมาซื้อขายตลอดเวลา ก็มีโอกาสคบหากับหน่วยงานที่เขามีกิจกรรมดนตรีดีๆ แล้วก็ได้ร่วมงานกัน จุดนี้ทำให้เราไม่ต้องแกว่งไปตามกระแสหรือการค้าขายเพลงตลอดเวลา แต่ก็รับฟังและเข้าใจคนที่เขาขึ้นลงไปตามกระแสนะ อย่างคนที่เป็นซูเปอร์สตาร์ดังๆ เขาก็คงแฮปปี้อยู่แล้ว แต่ศิลปินคนอื่นๆ ก็คงต้องปรับไปทำนู่นทำนี่ หาหนทางอื่นกัน

ohm chatri-900-3

ในฐานะที่อยู่ในแวดวงนี้มาเกือบ 40 ปี มองอนาคตของวงการเพลงบ้านเราอย่างไรบ้าง?
ถ้าเอาตรงๆ ยุคนี้มันก็แปลกนะ เดี๋ยวนี้คนไทยฟังเพลงต่างประเทศเยอะขึ้นจนบางทีก็รู้สึกว่า หรือว่าจริงๆ คนไทยชอบฟังเพลงของประเทศอื่น คือเราไม่ได้ฟังเพลงไทยในจุดประสงค์หรือในรูปแบบที่เป็นการแชร์มาจากคนอื่น และเราก็ไม่ได้เอาศิลปินบ้านเราไปยืนเทียบหิ้งศิลปินต่างประเทศ หลายสิบปีมานี้เราฟังเพลงอะไรกันบ้าง ฟังเพลงไทย เพลงเกาหลี เพลงสากลที่เรายกขึ้นหิ้ง ผมมองว่าวงการเพลงไทยในปัจจุบัน จริงๆ ก็ยังสู้ฝรั่งไม่ได้ ทั้งในเรื่องภาพรวม ความแข็งแรง ความเป็นชิ้นงาน หรือแม้แต่การยอมรับในความเป็นศิลปิน คนไทยก็ยังให้ความชื่นชมและศรัทธาศิลปินฝรั่งหรือเกาหลี ซึ่งผมว่ามันท้าทายดีนะ ศิลปินไทยต้องสู้เพื่อทำให้คนไทยหันมายกนิ้วให้ศิลปินไทยด้วยกัน ถ้าจะสรุปง่ายๆ มันน่าสนุกมากถ้าวงการเพลงไทยจะหันมาพัฒนาทุกอย่าง ยกมาตรฐานให้สูงขึ้นเทียบเท่ากับระดับสากล แต่หากมองกันง่ายๆ ว่าฟังเพลงเพื่อความบันเทิง ก็ไม่มีอะไรต้องวิเคราะห์ ไม่มีกฎเกณฑ์อะไร ฟังสนุกๆ

ท้ายที่สุดอยากฝากอะไรถึงทั้งคนในยุคของ เต๋อ-เรวัต และคนรุ่นใหม่ สำหรับคอนเสิร์ต Ohm Chatree Live “REWAT FOREVER” บ้าง?
พี่เต๋อคือคนที่ยิ่งใหญ่ครับ การที่ผมมีโอกาสได้มาทำคอนเสิร์ตครั้งนี้ ก็อยากให้มาร่วมชม มาสนุกสนานกัน ที่แน่ๆ ผมคงไม่ได้ย้อนกลับมาทำงานสำคัญๆ แบบนี้ได้อีกบ่อยๆ สำหรับผม นี่คือวาระสำคัญในฐานะนักดนตรี เล่นเอง ดูแลดนตรีทั้งหมดของงานด้วยตัวเอง เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจครั้งใหญ่ในชีวิต ผมคงสนุกมากๆ แล้วก็เชื่อว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะส่งต่อไปถึงผู้ชมได้ไม่มากก็น้อย และหวังว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะเป็นหลักหมุดอีกอันหนึ่งของวงการเพลงบ้านเรา

 

** คอนเสิร์ต True GMM Grammy presents Ohm Chatree Live “REWAT FOREVER” จะจัดแสดงในวันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2017 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน บัตรราคา 3,500/3,000/2,500/2,000/1,500 บาท จับจองได้แล้วที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา **

 

Story by: Chanon B. & Tanachot K.
Photos by: Purin A.