ptx_csl_still-41-of-50

นาทีนี้วงอะแคปเปลล่าที่น่าจับตามองที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น Pentatonix ผู้เป็นเจ้าของเพลงดังอย่าง Can’t Sleep Love และรางวัลมากมายไม่ว่าจะเป็นจากงานประกาศรางวัลทางดนตรีอย่าง Grammy Awards ประเภท Best Arrangement, Instrumental or A Cappella ถึง 2 ปีซ้อนคือในปี 2015 และ 2016, Response of the Year และ Artist of the Year จาก YouTube Music Awards 2013  และ 2015 ตามลำดับ และยังไม่นับรางวัลอื่นๆ มากมาย รวมถึงยอดชมในยูทูปที่มีผู้เข้าชมกว่า 1500 พันล้านครั้ง และนี่ยังไม่ได้พูดถึงยอดผู้ติดตามทางยูทูปกว่าเกือบ 11 ล้านคนเลยนะ แถมด้วยผลงานทางด้านภาพยนตร์ที่หลายๆ คนอาจจะเคยเห็นพวกเขาเเว๊บๆ ในภาพยนตร์เรื่อง Pitch Perfect 2 และซีรีส์เรื่อง Bones ด้วย

นอกจากนี้อัลบั้มล่าสุดของพวกเขาที่ชื่อว่า Pentatonix ก็ฮิตจนเคยขึ้นสู่อันดับ 1 ชาร์ต Billboard 200  และ ชาร์ต Billboard Digital Album มาแล้ว ซึ่งพวกเราจะได้พบการแสดงสดของพวกเขาในงาน SOUNDBOX: PENTATONIX The World Tour 2016 ที่จัดขึ้นโดย Live Nation ร่วมกับ BEC-Tero วันอังคารที่ 13 กันยายนที่จะถึงนี้

 “การมาไทยครั้งนี้ พวกเราตื่นเต้นมากครับ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เราได้เดินทางมาประเทศไทยในฐานะ Pentatonix ได้ยินมาเหมือนกันว่าแฟนๆ ในไทยน่ารักมากก็หวังว่าแฟนๆ จะตื่นเต้นเหมือนที่เราตื่นเต้นนะครับมิตช์ กราสซี หนึ่งในสามาชิกของวง Pentatonix กล่าว

pentatonix_01

เมื่อพูดถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นกลุ่มอะแคปเปลล่าที่โด่งดังไปทั่วโลกมิตช์บอกว่าเส้นทางสายดนตรีของพวกเขาเริ่มต้นตั้งแต่สมัยสมัยไฮสคูล เมื่อสก็อตต์ โฮยิง, เคิร์สติน มัลโดนาโด และ มิตช์ กราสซีเริ่มฟอร์มวงอะแคปเปลล่ากัน แหม.. รู้อย่างงี้แล้วก็อดจะนึกถึงซีรีส์เรื่อง Glee ไม่ได้ ซึ่งที่จริงแล้วพวกเขาทั้งสามคนเคยส่งคลิปวิดีโออะแคปเปลล่าเพลง Telephone จาก Lady Gaga เพื่อเข้าประกวดในรายการวิทยุเพื่อที่จะได้ไปเจอนักแสดงจาก Glee ด้วย และหลังจากจบไฮสคูล เมื่อสก็อตต์ไปเรียนต่อที่แคลิฟอร์เนียเพื่อนของเขาก็แนะนำให้ไปประกวดรายการแข่งขันร้องเพลงอะแคปเปลล่าชื่อว่า NBC’s The Sing-Off ในซีซั่นที่ 3  โดยตอนนั้นมี  เควิน เค.โอ. โอลูโซล่า และ อาวี แคปแลนเข้ามาร่วมวงด้วย และการแข่งขันนี้ก็ลงเอยด้วยการที่ Pentatonix เป็นผู้ชนะไปนั่นเอง และหลังจากนั้น Pentatonix ก็เริ่มทำผลงานของตัวเองมาเรื่อยๆ  ก่อนจะไปชมคอนเสิร์ตกันพรุ่งนี้ เราได้มีโอกาสได้พูดคุยกับมิตช์เป็นที่เรียบร้อย จะเป็นยังไง ไปอ่านพร้อมๆ กันเลย

pentatonix_02

พูดถึงอัลบั้ม Pentatonix ให้เราฟังหน่อย?

ในฐานะศิลปิน อัลบั้มนี้ทำให้เราก้าวกระโดดไปไกลมากๆ ในอัลบั้มนี้ก็จะเกี่ยวกับการค้นหาเสียงที่เป็นออริจินัลของพวกเรา และมันก็เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้เล่าเรื่องราวของเราที่เป็นตัวเราจริงๆ ถึงเราจะเริ่มต้นกันมาด้วยการคัฟเวอร์เพลงต่างๆ และถึงแม้ว่าเราจะรักการคัฟเวอร์แต่การมีเพลงเป็นของตัวเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญนะ หลักๆที่แตกต่างจากอัลบั้มอื่นเลยคืออัลบั้มนี้เป็นเพลงออริจินัลทั้งหมด ยกเว้นเพลงคัฟเวอร์ที่เราร้องกับเจสัน เดรูโล่นะครับ แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น ผมคิดว่าเราโตขึ้นมากในฐานะศิลปิน ซึ่งถ้าอยากรู้ว่าโตขึ้นยังไงฟังได้เลยในอัลบั้มใหม่ มันชัดมากทั้งเสียงของพวกเรา โดยเฉพาะการเรียบเรียงเพลงด้วย

ชอบอะไรในการทำอัลบั้มนี้มากที่สุด?

หนึ่งในเพลงที่ผมชอบที่สุดในอัลบั้มคือ Light in the Hallway ผมและสก็อตต์ช่วยกันเขียนเพลงนี้ แล้วช่วงที่เราเขียนมันค่อนข้างละเอียดอ่อนมากๆ เราร้องไห้กันตลอดเวลา เป็นเพลงที่ผมภูมิใจมากทั้งในด้านเนื้อร้องและโครงสร้างทั้งหมดของมัน ในท่อนโซโล่ได้เสียงของอาวีมาซึ่งงดงามมาก

ptx_csl_still-15-of-50
ptx_csl_still-31-of-50

แล้วเราจะได้เห็นอะไรในคอนเสิร์ต SOUNDBOX: PENTATONIX The World Tour 2016 ครั้งนี้บ้าง?

ขออุบไว้ก่อน ไม่บอกดีกว่า แต่ว่าเรามีเซอร์ไพรส์เตรียมไว้ให้แฟนๆ ชาวไทยแน่นอนครับ

อะไรคือเคล็ดลับของการร้องอะแคปเปลล่าให้ประสบความสำเร็จ ?

มันคือการฝึกวอร์มเสียงที่จะช่วยให้เสียงของคุณสามารถมีเรนจ์เสียงที่กว้างขึ้น คือคุณจะสามารถร้องเพลงได้ในคีย์ที่หลากหลายขึ้น แต่ในการฝึกคุณต้องฝึกโดยที่ต้องระวังไม่ให้เจ็บตัวด้วยนะ ซึ่งถ้าคุณต้องการจะฝึกให้เรนจ์เสียงของคุณกว้างขึ้นกว่าเดิม ก็ลองร้องในเรนจ์เสียงที่ต้องการจนกว่าจะรู้สึกโอเค และรู้สึกสบายกับเสียงนั้น และการวอร์มอัพเป็นสิ่งที่จำเป็นมากก่อนขึ้นคอนเสิร์ต คุณต้องระวังมาก เพราะคุณคงไม่อยากเสียงพังก่อนขึ้นคอนเสิร์ตแน่ๆ ล่ะครับ

ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในวงการ จนในวันนี้ที่คุณได้รับรางวัลมากมาย คุณรู้สึกยังไงบ้าง ชีวิตเปลี่ยนไปขนาดไหน?

แตกต่างมากเลยครับอย่างกับโลกคนละใบ ตั้งแต่ปี 2011 พวกเราแต่ละคนก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เราทุกคนมีความคล่องตัวขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความครีเอทีฟในการทำงาน หรือการทำธุรกิจในแวดวงดนตรีก็ดูชัดเจนขึ้นครับ

และก่อนจะจากกันไปมิตช์ฝากบอกแฟนๆ ชาวไทยว่า “เรารักพวกคุณนะ พวกเรารอคุณอยู่ แล้วเจอกันครับ!”  แฟนๆ คนไหนมีบัตรคอนเสิร์ตอยู่ในมือก็เตรียมร้องเพลงกันให้พร้อม และสำหรับใครที่ยังไม่มี กดซื้อบัตรตอนนี้ก็ยังทันอยู่นะ

Story by Pensagow S.

Photo by BEC – Tero