twenty-one-pilots-bb10-2016-billboard-05-650

 

Stressed Out ของสองหนุ่ม Twenty One Pilots กลายเป็นเพลงฮิตประจำปี 2016 ไปแล้ว คอนเสิร์ตอารีน่าที่พวกเขากำลังจะเล่นที่นิวยอร์กก็บัตรหมดเกลี้ยงทั้งสองรอบ แต่การสัมภาษณ์ครั้งนี้ ดูเหมือนว่านอกจากเรื่องดนตรีแล้ว ไทเลอร์ โจเซฟ (ร้องนำ) และ จอช ดัน (มือกลอง) อยากคุยกับเราเรื่องสายสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องระหว่างกัน มากกว่าเรื่องชื่อเสียงและความสำเร็จเสียอีก

 

ถ้าคุณเล่นดนตรี แล้ววงของคุณได้ชื่อว่าเจ๋งที่สุดในเมืองแห่งเสียงเพลงอย่างโคลัมบัส โอไฮโอ นั่นหมายความว่าคุณสบายแล้ว ชีวิตคุณจะง่ายขึ้นมาก หวังอะไรผู้คนก็ให้คุณได้ดังหวัง เรากำลังพูดถึง Twenty One Pilots เจ้าของเพลงฮิต Stressed Out ที่ทุบกำแพงประเภทของดนตรีไปจนหมดสิ้น เพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 ทุกคลื่นวิทยุ จะเหลือก็แต่คลื่นเพลงคันทรี่เท่านั้นที่ยังไม่เคย วงที่กำลังโด่งดังขนาดนี้ อยากได้อะไรก็ต้องได้อยู่แล้ว แต่วันนี้ไทเลอร์ โจเซฟ นักร้องนำวัย 27 ปี ขอแค่อย่างเดียว เขาขอเป็นคนจัดการระบบเสียงที่ร็อคผับแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่านิวพอร์ท มิวสิค ฮอลล์ เป็นเวทีแรกในชีวิตของเขากับมือกลองเพื่อนซี้ จอช ดัน  ขณะนั้นจอชกำลังง่วนกับการจัดกระเป๋าเพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเขาต้องเดินทางไปลอสแอนเจลิส ส่วนไทเลอร์ทำซาวนด์เช็ค จัดการเสียบไอโฟนเชื่อมกับแผนควบคุมเสียง ตั้งท่าพร้อม ก่อนจะส่งซิกให้เริ่มได้

ทันใดนั้นทำนองก็ดังขึ้น เป็นจังหวะดาวน์เทมโปเนิบช้าลื่นหูที่ดังมาจากพีเอ (เครื่องขยายเสียง) ระบบเสียงเต็มพิกัดระดับได้ยินชัดแจ๋วทั้งฮอลล์ ระบบเสียงเปิดทำการราวกับว่าส่วนระบบสั่งการสมองของนักร้องนำคนนี้ก็ถูกเปิดสวิตช์ไปด้วย ไทเลอร์ขยับปากแร็พ เริ่มทุบอกขึงขัง ดูแข็งแรงจนบรรยากาศชักจะยิ่งใหญ่ขึ้นทุกที ตัวเขาคนเดียวทำให้โชว์อลังการขึ้นได้ แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมที่จะไปเล่นที่เมดิสัน สแควร์ นิวยอร์ก ในเดือนสิงหาคมนี้แล้วแน่ๆ (โชว์มีสองรอบ บัตรหมดเกลี้ยงไม่เหลือสักใบ)  

เวทีนิวพอร์ทนี้สำคัญกับทั้งไทเลอร์และจอชมาก ทั้งคู่พบกันครั้งแรกเมื่อปี 2010 ณ สถานที่แห่งนี้ วันนั้นไทเลอร์ขึ้นเวทีในนามของ Twenty One Pilots (พร้อมกับ นิก โทมัส กับคริส ซาลี ที่ออกจากวงภายหลัง) ส่วนจอชอยู่ที่ไหนน่ะเหรอ? เขามาในฐานะคนดู ยืนมองลีลาของคนบนเวทีแล้วก็อดชื่นชมไม่ได้ หลังจากนั้นไม่นานไทเลอร์และจอชได้รู้จักกัน และพบว่าชีวิตคล้ายกันจนกลายเป็นเพื่อนสนิทไปโดยปริยาย ทั้งคู่เกิดมาในครอบครัวที่เคร่งศาสนา เรียนโฮมสคูลเหมือนกัน รสนิยมการฟังเพลงก็ไปในทางเดียวกัน จึงคลิกกันง่าย “สี่วันหลังคอนเสิร์ตได้มั้งครับ เราก็เที่ยวเตร่ไปด้วยกัน คุยกันเรื่องสัพเพเหระ ชีวิต ดนตรี และพบว่าเป้าหมายและปรัชญาการดำรงชีวิตของเราไปทางเดียวกัน”

เมื่อตั้งใจว่าจะร่วมงานกันสักตั้ง พวกเขาทั้งสองเข้าสตูดิโอที่เอ็กซเพรส ไลฟ์ เพื่อปรึกษาหารือ ไทเลอร์ตั้งโจทย์ว่าในเพลงต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง “ต้องมีเสียงของฉาบไฮแฮท ต้องมีนั่น ต้องมีนี่” ฟร้อนท์แมนหนุ่มเป็นคนคุมและโปรดิวซ์เพลงเองทั้งหมด ดังที่เราได้ฟังกันในอัลบั้มลองเพลย์ล่าสุดของพวกเขา Blurryface ที่เคยขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตบิลบอร์ด 200 มาแล้ว

twenty-one-pilots-bb10-2016-billboard-01-1000

 

“ดนตรีผมมีความซับซ้อน แต่ผมคงหงุดหงิดน่าดูถ้าคนเข้าไม่ถึง” ไทเลอร์หายใจเข้าออกเป็นดนตรีในแบบที่วาดฝันไว้ เขาต้องการความเนี้ยบ อยากให้ได้ดั่งใจที่สุด “สะใจมากเลยครับที่ได้ยินเสียงกลองเป็นพระเอกในแบบที่ต้องการ” เขาพิถีพิถัน ทั้งการเลือกสตูดิโอชั้นนำ และจับมือกับโปรดิวเซอร์ขั้นเทพหลายคนอย่าง ไมค์ เอลิซอนโด คนสนิทของ ดร. เดร

แม้จุดเด่นของพวกเขาคือการขมวดเอาซาวนด์ที่หลากหลายมาไว้ด้วยกัน แต่ก็มีบ้างที่กลัวว่าความซับซ้อนจะกลายเป็นมั่วซั่ว เราจะเห็นว่าในอัลบั้ม Blurryface ทั้งสองคนสนุกกับการยัดส่วนผสมมาก มีทั้งแร็พแบบ Eminem เร็กเก้ ซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์ที่เหมือนพร้อมไปลุยเทศกาลอิเล็กทริค เดซี่ คาร์นิวัล  ท่อนฮุคแนวป๊อปพั้งค์ที่เคยฮิต ทั้งหมดควบคู่กับคอร์ดเปียโนทรงพลัง ใช้เทคนิคมัลติแทร็คให้แพรวพราวเข้าไว้ แม้แต่เสียงอูคูเลเล่ยังไม่เว้น ทั้งหมดนี้ได้ฝีมือการรัวกลองที่ไม่ธรรมดาของจอชที่ถ้าบนเวทีจะยิ่งสุดขึ้นไปอีก เสียงกลองนำแบ็คกิ้งแทร็ค คนฟังจะได้อรรถรสของซาวนด์จากสองมือของจอชแบบเน้นๆ เต็มสองรูหูกันเลยทีเดียว

เพลง Stressed Out มีท่อนแร็พที่ทำให้เรานึกถึงแมคเคิลมอร์ ร้องเกี่ยวกับความสุขเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก แม้มีความเป็นร็อคเจือจาง แต่ก็สามารถติดชาร์ตเดียวกับ The Black Keys และ Foo Fighters ได้ ซึ่งบ่งบอกว่าคนฟังเพลงร็อคยุคนี้เริ่มอยากลองชิมของใหม่ดูบ้างแล้ว

“ผมมองว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้น มันจะผ่านไป” ไทเลอร์ขอเพียงใช้เวลานี้เรียกคนให้เข้ามาชื่นชมผลงาน แม้จะชั่วครั้งชั่วคราวก็ตามที “นั่นคือสิ่งที่เราสนใจมากกว่าที่จะพยายามให้ตัวเองอยู่คู่กับคลื่นวิทยุไปตลอดกาล ความคิดนั้นไม่ได้อยู่ในดีเอ็นเอครับ”

ที่ตลกคือ เพลงดังขนาดนี้ แต่กลับไม่ใช่เพลงที่ถูกเลือกเป็นซิงเกิ้ลมาก่อน แต่เป็นเพลงที่อธิบายใจความของอัลบั้ม Blurryface ได้ดี “เพลงนี้ใช้วิธีการเล่าเรื่อง มันจะเป็นการเปิดให้คนอยากฟังทั้งอัลบั้ม เราไม่ได้คาดหวังให้คนซื้อแค่เพลงใดเพลงหนึ่ง ดังนั้นการทำซิงเกิ้ลฮิตนี่ไม่ใช่แนวเราเลยครับ ไม่คุ้นเลย”

twenty-one-pilots-bb10-2016-billboard-03-1000

 

ทั้งไทเลอร์และจอชรอบคอบในทุกขั้นตอนของการทำงาน ตั้งแต่เริ่มคิดว่าจะตั้งวงดีไหม จะเซ็นสัญญากับค่ายดีไหม จนทุกวันนี้ก็ยังไตร่ตรองละเอียดยิบไปทุกสิ่ง (ก่อนทำสัญญากับค่าย Fueled by Ramen ยังแอบคิดว่าแฟนเพลงจะโอเคหรือเปล่า) “คนข้างนอกมองเข้ามาคงเห็นเราเป็นผู้ชายเท่ๆ 2 คนทำเพลงป๊อป” เขาแซวตัวเอง “ความจริงน่ะ ตรงกันข้ามหมดเลย”

 “เออใช่” จอชเสริม “เราคือคู่หูหน้าเห่ยที่ทำเพลงกรันจ์ต่างหาก”

เราทุกคนเดินออกมาข้างนอกตึกนิวพอร์ท เห็นรถพอนทิแอคสีเงินรุ่นเดอะ รถคันนี้เป็นของขวัญวันแต่งงานที่พ่อตาซื้อให้ไทเลอร์เมื่อปีที่แล้ว แหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของไทเลอร์เป็นยางสีดำธรรมดาที่เขาซื้อมาจากถนนคนเดินสักที่ ที่เขาไม่แน่ใจว่าที่ฟิลิปปินส์หรือกรุงเทพฯ “ผมว่าแหวนที่ผมให้เจนน่าแพงกว่าเยอะ ของผมนี่ 5 เหรียญเองมั้ง” ส่วนจอชยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีใครดามหัวใจหลังเลิกกับ เด็บบี้ ไรอัน ดาราสาวช่องดิสนีย์ที่คบกันมาหลายปี

ออกจากตึก เราแวะร้านพิซซ่า ผ่านผับบาร์ ร้านรวงมากมาย แต่ละที่พวกเขาเคยขึ้นแสดงแล้วทั้งนั้น สุดท้ายก็มาถึงเอ็กซ์เพรส ไลฟ์ เวทีใหญ่ประจำเมือง เมื่อมาถึงก็พบกับ สก็อตต์ สไตเน็กเกอร์ ออกมายืนต้อนรับ ผู้เป็นทั้งเจ้าของสถานที่และโปรโมเตอร์มือหนึ่งในแถบโอไฮโอ “รู้มั้ยครับว่าสองคนนี้มาแรงขนาดไหนในโคลัมบัส? มากถึงมากที่สุด! ผมอยู่จุดนี้มา 37 ปีแล้วนะ ยังไม่เคยเห็นวงไหนทำได้เท่านี้เลย โคลัมบัสติดอันดับเมืองแห่งดนตรีได้แล้วนะเนี่ย พูดจริง”

เวลาไทเลอร์และจอชขึ้นโชว์ หรือในมิวสิควิดีโอเพลง Stressed Out คอนเซ็ปต์คือความแปลก ดาร์ก ปกปิดมือและคอ เสื้อฮู้ดมีมากส์ปิดหน้าลายโครงกระดูกเป็นชุดที่ไทเลอร์ใส่ขึ้นแสดง ทำให้ดูมีเรื่องราวน่าสนใจตามหลักศิลปการละคร เป็นไอเดียที่เกิดขึ้นเพราะพวกเขาต้องหาลูกเล่นมาดึงดูดผู้ชมในเมือง แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ติดตัววงไปแล้ว “ผมจำขึ้นใจเลย เคยดูวง The Killers ที่เวทีนี้แหละ จำได้ว่าเห็นแบรนดัน ฟลาวเวอร์ส ใส่เสื้อที่มีขนนกประดับบ่า น่าสนใจดี ตรงนี้เลยครับ เวทีเนี้ย โคลัมบัส โอไฮโอเนี่ย”

เพลง Stressed Out ตีความได้ไม่ยาก ชัดเจนอยู่แล้วว่าพูดถึงความทรงจำวัยเด็กกับปัญหาที่คนต้องพบเจอเมื่อเติบโต “Out of student loans and treehouse homes/We all would take the latter.” อย่างที่ไทเลอร์ร้อง มันคือสิ่งที่หลายๆ คนวัยมิลเลนเนียล วัยทำงานตอนต้นกำลังเผชิญอยู่ แต่พอเราเอ่ยให้ฟัง ไทเลอร์ทำหน้าอี๋ “มิลเลนเนียล?” สงสัยจะไม่ชอบให้เรียกแบบนี้

“ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลย มันไม่เกี่ยวกับคนยุคไหนทั้งนั้นแหละ ต่อให้พ่อผมฟัง ท่านก็น่าจะเข้าถึงมันได้อยู่”  

พ่อคงไม่ใช่ผู้ใหญ่คนเดียวที่อินกับเพลง เพราะเพลงนี้ติดอันดับชาร์ต Adult Contemporary ด้วย อันดับสูงไม่แพ้ชาร์ตป๊อปและอัลเทอร์เนทีฟ ลิซ่า วอร์เดน มิวสิคไดเรคเตอร์คลื่น KROQ บอกว่า “ครั้งแรกที่ได้ยินฉันอุทานเลยค่ะว่า เฮ้ย! เพลงนี้แหละ ทั้งทางโซเชียลมีเดีย สายโทรเข้า ชาแซม สตรีมมิ่ง ฯลฯ พวกเขาเอาอยู่หมัดทุกช่องทางเลยค่ะ”

นิก เพททริก้า นักร้องนำวง Walk the Moon ผู้เคยเล่นโชว์เดียวกับสองหนุ่มก็รู้สึกว่าพวกเขามีพรสวรรค์ในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนเพลง พวกเขาเป็นที่รักได้แม้ในโอไฮโอ ดินแดนที่ได้ชื่อว่าสุดยอดแห่งความหลักหลาย “โอไฮโอนี่มีครบทุกอย่าง มีทั้งเมืองมีทั้งฟาร์ม มีทั้งลิเบอรัล คนอนุรักษ์นิยมก็มี เหมือนย่ออเมริกาทั้งประเทศมาไว้ที่นี่ที่เดียวเลยครับ”

Twenty-One-Pilots-perform-at-2016-Lollapalooza-billboard-1240

 

ไทเลอร์มีบ้านอยู่ในโคลัมบัส ส่วนจอชเพิ่งซื้อไว้อีกหลังใกล้กัน วันที่สัมภาษณ์อยู่นี้ทั้งสองคนเพิ่งกลับจากทัวร์ที่ชิลี อาร์เจนติน่าและบราซิล อีกไม่กี่วันจะเดินทางต่อไปมอนทรีออล โคลัมบัสเป็นเมืองใหญ่ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ประชากรหนาแน่น แค่นักศึกษามหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตทก็ปาไป 6 หมื่นกว่าคนแล้ว การเป็นวงที่ประสบความสำเร็จในเมืองนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ “เพื่อนนักดนตรีในเมืองเราส่วนมากก็เริ่มจากการเดินสายทัวร์ แต่สุดท้ายงบหมดเกลี้ยง” แต่สำหรับสองคนนี้ ตรงกันข้ามแน่นอน “เราเล่นที่นี่มานานแล้ว โคลัมบัสเป็นเมืองที่เหมาะแก่การแจ้งเกิดและสร้างฐานแฟนเพลงมากเลยครับ”

ตอนไทเลอร์อายุ 16 ปี จนป่านนั้นเขายังไม่แยแสเรื่องดนตรีเลยสักนิด วันๆ เล่นแต่บาสเก็ตบอล ผิดกับทุกวันนี้ ทัวร์ไม่หยุด ไม่มีราศีของความเป็นนักกีฬาเหลือเลย ไทเลอร์เซ็ตผมตั้ง แขนซ้ายสักรูปห่วงรอบแขนสีดำสนิท ของจอชยิ่งรอยสักเยอะกว่า สีสันก็แสบทรวง ย้อมผมสีแดงสด ระเบิดหูทั้งสองข้างจนรูใหญ่พอจะเสียบดินสอเข้าไปแท่งหนึ่งได้

ไทเลอร์สนใจดนตรีด้วยความบังเอิญ พ่อแม่เป็นครูสอนบาสเก็ตบอล เมื่อไทเลอร์อายุ 13 ปี แม่ของเขาซื้อคีย์บอร์ดให้เป็นของขวัญคริสตมาส พอได้มาก็เก็บเข้าตู้ “หลายปีต่อมา จำได้ว่าวันนั้นฝนตก ผมเลยลองหยิบออกมาเล่น” เพลงแรกที่เข้ามาในหัวคือ Canon in D ของพาเคลเบล เพราะเคยได้ยินคนเล่นเปียโนเพลงนี้ หลังจากนั้นไม่นานค่อยหัดเขียนเพลง จนเริ่มติดใจขนาดว่ายอมสละทุนเรียนบาสเก็ตบอลแล้วเรียนต่อที่มหาวิทยาโอไฮโอสเตท มหาวิทยาลัยคือเวทีแรกที่เขาเล่นคอนเสิร์ตในชื่อของ Twenty One Pilots (ได้ชื่อวงมาจากบทประพันธ์เรื่อง All My Sons ของ อาเธอร์ มิลเลอร์ ที่เขาอ่านสมัยเรียน) พอปีสองตัดสินใจดร็อป หันมาเป็นพนักงานตรวจบัตรประชาชนที่นิวพอร์ทแทน เหตุผลง่ายๆ เพราะจะได้อยู่ใกล้ดนตรีเท่านั้นเอง

ไทเลอร์และจอชสนิทกันอย่างรวดเร็วเพราะความเหมือน ครอบครัวเข้มงวด มีพี่น้องสามคนเหมือนกัน พ่อแม่ของจอชดุจนทำให้เขาต้องซ่อนซีดี Green Day  เขาได้รับอนุญาตให้ตีกลอง แต่มีข้อแม้ เช่น เกรดเฉลี่ยห้ามต่ำกว่า 2.7 และเพลงที่เล่นต้องเหมาะสม “คิดไปคิดมา พวกเขาก็ใจดีนะครับที่ยอมให้ผมหัดกลองในห้องใต้ถุนของบ้าน เสียงดังจะตาย ดังจนต้องปล่อยหมาออกไปนอกบ้าน”

อีกอย่างที่เหมือนกันคือทั้งคู่เรียนโฮมสคูล ด้วยความที่ไม่เคยเข้าสังคมนักเรียนมาก่อน ทำให้พวกเขาตกใจมากเมื่อพบว่า แนวเพลงที่ฟังมีผลต่อการแบ่งกลุ่มเพื่อน จอชเล่า “ผมคิดแค่ว่าเราจะเรียนได้มั้ย จะมีเพื่อนมั้ย มันแปลกมากเลยที่คนเราคบกันโดยพิจารณาจากเพลงที่ชอบ ผมมีเพื่อนบางคนที่ชอบร็อค บางคนชอบแร็พ  แต่ผมชอบทั้งคู่”

ไทเลอร์ก็ไม่ต่างกัน “ผมแปลกใจนะ นี่เราต้องเลือกด้วยเหรอว่าตกลงจะชอบเพลงแบบไหน”

เพราะทั้งสองคนไม่ได้ชอบแค่แนวใดแนวหนึ่ง นั่นคืออีกสาเหตุว่าทำไมเพลงของ Twenty One Pilots มีเร็กเก้โผล่มาเป็นส่วนผสมหลักด้วย ครั้งหนึ่งพวกเขาไปเล่นคอนเสิร์ตที่อัมสเตอร์ดัมแล้วเดินผ่านอีกฮอลล์ที่เป็นคอนเสิร์ตเร็กเก้ ไทเลอร์ไม่รู้ว่าบนเวทีเป็นใคร รู้แต่ว่าถูกชะตากับซาวนด์นั้นมาก จึงเริ่มศึกษาจากวงต้นแบบอย่าง Steel Pulse “เป็นเด็กผิวขาวในโคลัมบัส แต่นึกอยากทำซาวนด์เร็กเก้ คนคงมองว่าไม่เข้ากันเนอะ แต่ไม่เป็นไร ผมไม่กลัวหรอก”

 

เอาล่ะ ใกล้หมดเวลาสัมภาษณ์แล้วเพราะจอชต้องรีบไปขึ้นเครื่อง ไทเลอร์ยังไม่ทันได้ไปเยี่ยมบ้านใหม่ที่จอชเพิ่งซื้อเลย แต่ต่อให้วันนี้จอชไม่ต้องไปสนามบิน เราก็อดไปเที่ยวบ้านจอชอยู่ดี เพราะอะไรน่ะหรือ? “จะไปได้ยังไง มีคนอยู่บ้านผมตอนนี้ครับ” ใครกันนะ? ไหนบอกโสด? จอชหลุดขำ “ก็ผมปล่อยเช่าทาง Airbnb ช่วงที่ผมไม่อยู่” ส่วนไทเลอร์มีนัดกับครอบครัวและภรรยา เวลาพูดถึงชีวิตคู่ของไทเลอร์ สีหน้าของจอชดูแฮปปี้ไปด้วย “ผมว่าพอไทเลอร์คบกับเจนน่าแล้วเขาทำตัวดีขึ้น” มือกลองบอก “นี่สิ คู่ชีวิตที่ดีต้องทำให้ได้แบบนี้”

ไทเลอร์แทรกทันควัน “ตอนอยู่กับนายฉันก็ทำตัวดีเหอะ!”

 

Story by: Jonathan Ringen
Photos by: Meredith Jenks
Translated by: Sutthimas R.