IMG_4409

 

นับเป็นการดูคอนเสิร์ตของวงดนตรีวงเดียวกันในระยะเวลาห่างกันที่สั้นที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ เพราะ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ เพิ่งมีโอกาสได้เดินทางไปประเทศมาเลเซียกับสถานีวิทยุออนไลน์ Rock On Radio เพื่อไปชมเทศกาลดนตรี Good Vibes Festival เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่ง Two Door Cinema Club ก็ขึ้นเวทีในฐานะศิลปินเฮดไลเนอร์อีกด้วย 5 วันให้หลัง ผู้จัด OD ก็พาวงอินดี้ร็อคจากไอร์แลนด์เหนือวงนี้มาแสดงสดที่เมืองไทยเป็นครั้งแรกกับ “OD TWO DOOR CINEMA CLUB” ณ Show-DC Oasis Arena ย่านพระราม 9 นั่นเอง

แน่นอนว่าในเมื่อ Two Door Cinema Club เป็นอีกหนึ่งวงดนตรีที่แฟนเพลงชาวไทยต่างรอคอยที่จะได้ดูโชว์ของพวกเขาเป็นบุญตาสักครั้ง หลังจากที่เมื่อ 3 ปีที่แล้วพวกเขาเฉียดที่จะได้มาเหยียบผืนแผ่นดินไทย แต่ก็ต้องแคนเซิลไปแบบกะทันหันทั่วทวีปเอเชียเนื่องด้วยอาการป่วยของนักร้องนำ อเล็กซ์ ทริมเบิล บรรยากาศภายในงานจึงคึกคักตั้งแต่ช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์ยังไม่ลับขอบฟ้า รวมถึงประตูหน้างานยังไม่เปิดเสียด้วยซ้ำ แม้ว่าจะมีแอบห่วงเรื่องฟ้าฝนอยู่บ้างเพราะสถานที่จัดงานเป็นเอาต์ดอร์ แต่ผู้คนก็หลั่งไหลทยอยเดินทางมารอวงดนตรีขวัญใจของพวกเขาอย่างไม่ขาดสาย

เข็มนาฬิกาบอกเวลาหนึ่งทุ่มเศษ วงเปิดวงแรกอย่าง Tabasco จากค่ายสนามหลวงมิวสิกก้าวขึ้นไปบนเวที ในขณะที่ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ และสื่อมวลชนอีกจำนวนหนึ่งยังคงรอคอยการสนทนากับ Two Door Cinema Club อยู่บริเวณหลังเวที น่าเสียดายที่เราไม่ได้ชมโชว์เต็มๆ ของพวกเขา แต่เสียงที่เล็ดลอดมาถึงบริเวณที่เรายืนอยู่ก็พอจับใจความได้ว่า พวกเขานำเพลงจากทั้งในอัลบั้ม 1984 รวมถึงซิงเกิ้ลใหม่ๆ มาเล่นผสมผสานกันไปในโชว์ ที่แน่ๆ เพลง ยานอนหลับ (ไลลา) ซึ่ง Tabasco เล่นเป็นเพลงปิดท้ายนี่สนุกจนเราอดโยกตามเบาๆ ไม่ได้

IMG_4312

 

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ตัวแทนจาก smallroom อย่าง Tattoo Colour ก็ขึ้นเวทีเรียบร้อย พร้อมกับการสัมภาษณ์วง Two Door Cinema Club ที่สิ้นสุดลงพอดี เราจึงมีโอกาสได้ยืนดูโชว์ของพลพรรคสักสีวงนี้เกือบเต็มโชว์ ดูเหมือนว่าลิสต์เพลงสำหรับโชว์นี้พวกเขาจะคัดเน้นๆ มาแต่เพลงเร็วทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น คืนนี้สบาย, เจ้าพระยา, เปิดเพลงไหน เปิดเมื่อไหร่ ก็ยังสวยงาม, โกหก, Cinderella ปิดท้ายด้วย เกาะร้างห่างรัก ที่ทำเอาคนดูด้านล่างกระโดดโลดเต้นและโบกไม้โบกมือกันอย่างสนุกสนาน Tattoo Colour ยังคงความเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์อยู่อย่างเต็มเปี่ยม แถมยังเรียบเรียงดนตรีเวอร์ชั่นไลฟ์ให้แตกต่างไปจากเวอร์ชั่นในอัลบั้มได้อย่างน่าสนใจ แต่บอกตามตรงว่า ณ ตอนนั้นเรายังรู้สึกแปร่งๆ กับซาวนด์ที่ได้ยิน ไม่ถึงกับดีนัก แต่ก็ไม่ได้แย่ ก็ได้แต่หวังว่า เมื่อถึงคิวไฮไลต์อย่าง Two Door Cinema Club ขึ้นเวทีแล้วทุกอย่างจะลงตัว

IMG_4412

 

พักเวทีไปกว่าครึ่งชั่วโมง อากาศบริเวณนั้นทวีความร้อนอบอ้าวมากขึ้นเรื่อยๆ และผู้คนก็เริ่มทยอยเข้ามาบริเวณด้านในเกือบหมดแล้วเช่นกัน และแล้วช่วงเวลาแห่งการรอคอยก็สิ้นสุดลง “OD TWO DOOR CINEMA CLUB” การแสดงสดครั้งแรกในเมืองไทยของพวกเขาก็เริ่มต้นขึ้น อเล็กซ์ ทริมเบิล (กีตาร์, ร้องนำ), เควิน แบร์ด (เบส) และ แซม ฮัลลิเดย์ (กีตาร์) พร้อมนักดนตรีแบ็คอัพอีก 2 คนออกมาวาดลวดลายความมันในซาวนด์แบบฉบับทูด๊อร์ทูดอร์อย่างต่อเนื่อง แค่ 5 เพลงแรกอย่าง Cigarettes in the Theatre, Undercover Martyn, Do You Want It All?, This Is the Life และ Changing of the Seasons ก็ทำให้แฟนเพลงชาวไทยขยับแข้งขยับขากันถ้วนหน้าแล้ว

IMG_4410

 

แม้ว่าเพลงต่อมาที่ Two Door Cinema Club ที่ชื่อเหมือนสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 อย่าง Gameshow คนดูจะนิ่งไปสักพักด้วยความไม่รู้จัก (พวกเขายังไม่ปล่อยออกมาเป็นซิงเกิ้ลน่ะ) แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินหน้าสร้างความมันกันต่อด้วยเพลงจากทั้งอัลบั้มเดบิวต์ Tourist History ในปี 2010 ไม่ว่าจะเป็น Something Good Can Work, I Can Talk และ Eat That Up, It’s Good for You หรือจะเป็นแทร็คในอัลบั้มต่อมาในปี 2012 อย่าง Beacon อย่าง Sun, Next Year, Handshake รวมถึง 2 ซิงเกิ้ลใหม่ที่แฟนๆ ชาวไทยเริ่มจะคุ้นหูแล้วอย่าง Are We Ready? (Wreck) และ Bad Decisions และแถมอังกอร์ให้อีก 3 เพลงคือ Sleep Alone, Someday และ What You Know ที่อินโทรขึ้นมาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือกว่า 80% ของจำนวนคนดูที่ยกขึ้นมาอัดคลิปความทรงจำกันอย่างพร้อมเพรียง พร้อมเสียงที่ร้องตามกันกระหึ่ม และสองเท้าที่ตอนนี้ไม่มีใครติดพื้นกันแล้ว ณ ตอนนั้น

Two Door Cinema Club กลายเป็นวงอินดี้ร็อครุ่นใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว… ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตั้งแต่โชว์ของพวกเขาที่มาเลเซียเมื่อ 5 วันก่อนหน้านี้จบลง แน่นอนว่าพวกเขามาตอกย้ำความเป็นรุ่นใหญ่ให้แฟนเพลงชาวไทยได้เป็นที่ประจักษ์กันอีกรอบ การเรียงเพลงที่ลื่นไหลไม่ติดขัด และประสบการณ์การทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกกว่า 6 ปีทำให้พวกเขาเอาคนดูอยู่หมัดตลอดกว่า 1 ชั่วโมงของการแสดง พักเบรกด้วยการทักทายแฟนเพลงบ้าง (นี่พูดเยอะกว่าโชว์ที่ Good Vibes Festival อีกนะ ฮ่าฮ่า) และยิ่งนี่เป็นการเดินทางมาในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรกของ TDCC หลังจากรอคอยมา 3 ปีเต็มก็ยิ่งรู้สึกว่า พวกเขาใส่เต็มแบบไม่มีกั๊กกันเลยทีเดียว

IMG_4323
IMG_4329
IMG_4337

 

ไลท์ติ้งนับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์จากโชว์ของ Two Door Cinema Club ยิ่งผสานรวมกับฉากและวิชวลด้านหลังที่แม้จะดูเรียบง่าย แต่ด้วยจังหวะและองค์ประกอบต่างๆ มันช่างสอดคล้องกับเมโลดี้ในแต่ละเพลงของพวกเขา ซึ่งเมื่อภาพและเสียงมันสอดผสานกันอย่างลงตัว ความน่าตื่นตาตื่นใจจึงบังเกิดขึ้นพร้อมกับความมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้… ปรบมือ!

อย่างไรก็ตาม ความอิ่มเอมในเรื่องซาวนด์อาจจะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์นักเมื่อเทียบกับโชว์ที่ผ่านมาของ TDCC เมื่อ 5 วันที่แล้ว เพราะเมื่อคุณยืนเยื้องไปทางซ้ายหรือขวาของเวที ซาวนด์มันจะไม่เต็มอิ่มเหมือนเรายืนฟังอยู่ตรงกลางเวที (หน้าแผงมิกเซอร์) รวมถึงซาวนด์กลองที่ฟังดูแห้งๆ ไม่หนักแน่นตลอดทั้งโชว์ สิ่งเหล่านี้มันทำให้ระดับความฟินลดลงไปพอสมควรทีเดียว

อีกทั้งสถานที่จัดงานยังอยู่ติดกับคอนโด ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีกรณีที่ผู้พักอาศัยในคอนโดดังกล่าวไม่พอใจเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์อย่าง S2O Festival กับเรื่องเสียงที่ดังเกินไปมาแล้ว ก็คงต้องฝากทางผู้จัดให้พิจารณาอย่างรอบคอบในงานถัดๆ ไปด้วย

แต่ท้ายที่สุดแล้ว การที่เราได้ดูวงดนตรีอย่าง Two Door Cinema Club เดินทางมาเล่นสดให้เห็นกับตาสักครั้งในชีวิตก็ถือเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมสุดๆ แล้ว และเราเชื่อว่าทุกคนที่ได้ไปดูก็คงจะหอบเอาความสุขกลับบ้านไปแบบสำราญใจกันเลยทีเดียวล่ะ

IMG_4411

 

Story & Photos by: Chanon B.