4

 

ความสนุกเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าเราจะได้ถ่ายปกศิลปินจากงาน Urban Music Festival หยิบไลน์อัพศิลปินกว่า 50 วงขึ้นมาดูแล้วก็คิดว่าจะถ่ายออกมาอย่างไรดี แน่นอน เราไม่สามารถนำทั้ง 50 วงมาไว้บนปกเดียวกันได้ และหลังจากคิดธีม คำนึงถึงความเหมาะสม รวมทั้งวันเวลาที่ศิลปินจะว่างตรงกัน เราก็ได้ธีมสุดเก๋ในชื่อ ‘งานสมรสครั้งยิ่งใหญ่ในวงการดนตรี’ ซึ่งเข้ากันกับธีมงาน Urban Music Festival เทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เที่ยงวันถึงเที่ยงคืนกับ 50 ศิลปินจากหลากค่ายหลายแนวเพลงบน 5 เวทีที่กระจายตัวอยู่ในสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เรียกว่าคือการรวมตัวอย่างไร้ขีดจำกัดของแนวเพลงและค่ายอย่างแท้จริง

ในฐานะแร็ปเพอร์หน้าหล่อมาแรงที่สุดนาทีนี้ เราเลือก UrboyTJ มารับตำแหน่งเจ้าบ่าว จีน-กษิดิศ คุณแม่บลอนด์แสนเปรี้ยวเป็น เจ้าสาวสวยสายไฮแฟชั่น และ สอง-จักรพงศ์ สิริริน มือเบสวง Paradox เป็นเจ้าสาวไฮเอนเนอร์จี้ที่มาพร้อมความป่วงสิบโมงครึ่ง สตูดิโอถ่ายแบบก็คึกคักไปด้วยศิลปินและทีมงานที่ทยอยกันมาเตรียมตัว จีน-กษิดิศ สำเนียง มาถึงเป็นคนแรกเธอส่งยิ้มสดใสมาให้แต่ไกลพร้อมอ้าแขนกอดทักทาย ในบรรดาสามศิลปินของวันนี้ เราคุ้นเคยกันที่สุด เรารู้จักจีนมาตั้งแต่ตอนที่เธอทำงานเป็นนักเขียนให้นิตยสารภาษาอังกฤษเล่มหนึ่ง ก่อนจะเข้าร่วมวง Futon เสียอีก แม้ช่วงหลังๆ จะไม่ค่อยได้เจอะเจอกันนักแต่เธอก็น่ารักสม่ำเสมอยามเจอกันทุกครั้งเหมือนเคย

tj

 

UrboyTJ หรือชื่อจริง จิรายุทธ ผโลประการ ตามมาเป็นคนที่ 2 ภายใต้รอยสักและแว่นกันแดดสีมืดนั้น เราค่อนข้างแปลกใจที่พบว่าเขาเป็นคนเงียบๆ และสุภาพจนเกือบจะเรียกได้ว่าเรียบร้อยขัดกับบุคลิกและสิ่งที่เห็นบนเวทีอย่างชัดเจน

แล้วก็ครบองค์ประชุมเมื่อแก๊ง Paradox มาถึง สี่หนุ่ม ต้า-อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา, บิ๊ก-ขจัดภัย กาญจนาภา, โจอี้-เสรฐพร กฤดากร ณ อยุธยา ส่งยิ้มเบาๆ มาให้ โดยมี สอง-เจ้าสาวจอมป่วงในวันนี้เป็นคนสร้างบรรยากาศเฮฮาในสตูดิโอ
แล้วการพูดคุยและถ่ายภาพก็เริ่มต้นขึ้น..

ปีที่แล้วเป็นปีที่คุณประสบความสำเร็จมาก เป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้ไหม

เกินจากที่คาดหมายเยอะมาก ตอนออกมาจากวง จะมาเป็นศิลปินเดี่ยวเป็นอะไรที่ยากมาก ผมเองก็ไม่คิดว่าจะทำได้ ตอนปล่อยซิงเกิ้ลก็คิดแค่ลองทำอะไรที่เป็นตัวเองดู สนุกๆ แต่กลายเป็นว่าทุกคนตอบรับดี เพลงของผมไม่ได้ฮิปฮอปจ๋าแบบ Thaitanium ไม่ได้ป๊อปแบบเมนสตรีม แต่เป็นส่วนผสมระหว่างความเป็นฮิปฮอปกับความเป็นป๊อป ฟังง่าย คนที่ไม่ได้ชอบเพลงฮิปฮอปก็สามารถฟังได้

วางเป้าหมายการทำงานในอนาคตไว้ยังไง

สำหรับตอนนี้คือปล่อยอัลบั้มเต็ม ผมอยากมีอัลบั้มเป็นแผ่นซีดีที่คนสามารถซื้อเก็บสะสมได้ มีทุกเพลงที่เรารู้สึกว่าอยากจะทำมาตลอดหลายปีแต่ไม่มีโอกาสได้ทำ น่าจะเป็นอัลบั้มที่มีเพลงเยอะที่สุดเท่าที่เคยทำมาคือประมาณ 20 เพลง คงได้ฟังกันประมาณเดือนสิงหาคมหรือไม่ก็สิ้นปีนี้ไดเรกชั่นของเพลงก็เป็นตามสไตล์ของผม ขึ้นอยู่กับว่าช่วงนั้นๆกำลังอินกับอะไรอยู่ อย่างตอนนี้กำลังอกหัก แซดมากเพลงก็จะดาร์กหน่อย ช่วงไหนมีความสุขเพลงก็จะสนุก แต่มันยืนพื้นอยู่บนความเป็นฮิปฮอปกับป๊อปเป็นหลัก ไม่มีการแหวกแนวออกไปมากมาย อาจจะมีความร็อคผสมบ้างเพราะโดยส่วนตัวผมก็ชอบเพลงร็อค เลยจะเอาร็อคมาผสมกับฮิปฮอปดู

อะไรคือเสน่ห์ของเพลงฮิปฮอปสำหรับคุณ

มันคือการที่คนคนหนึ่งมาเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองในมุมมองของเขาผ่านเรื่องเรื่องหนึ่ง ที่เราอาจจะเคยผ่านเรื่องแบบเดียวกันหรือไม่เคยผ่าน แต่เมื่อได้ยินเรื่องนั้นๆ ผ่านมุมมองของเขาแล้วเราจะรู้สึกว่าเราชอบตัวศิลปินคนนี้ ซึ่งบางทีไม่ได้ชอบเพราะเพลงแต่ชอบเพราะตัวตนของเขา ชอบมุมที่เขามองโลกแล้วพูดออกมาในแบบที่ทำให้เรารู้สึกชอบ ฮิปฮอปเป็นเพลงที่แร็ปเพอร์คนที่ร้องคนที่แร็พต้องเขียนเอง ไม่สามารถจะไปเขียนให้คนอื่นได้ เพราะว่ามันเป็นชีวิตของเรา เป็นการถ่ายทอดสิ่งที่เราเจอมา คนอื่นจะมารู้เยอะกว่าตัวเราเองไม่ได้ มันเป็นความเรียลที่คนฟังสามารถรู้ได้เลยว่าไอ้คนแร็พคนนี้มันผ่านเรื่องอะไรมา มันเจอเรื่องอะไรบ้าง แล้วมันคิดยังไง

อย่างตัวผมเจอความรักที่ไม่สมหวังมาบ่อย แล้วเรารู้สึกว่าการแร็พมันเป็นวิธีช่วยให้เราระบายบางอย่างออกไปได้ชัดเจนและตรง เพราะถ้าเราร้องเป็นเมโลดี้แบบเพลงป๊อปหรือเพลงทั่วไป มันก็จะเล่าได้ระดับหนึ่ง ด้วยความที่ภาษาไทยมีความยากในการร้องกับเมโลดี้ ต้องคำนึงเรื่องเสียงวรรณยุกต์กับดนตรี แต่การแร็พมันไม่มีข้อจำกัดตรงนี้ เราได้ปล่อยทุกอย่างที่รู้สึกจริงๆ ออกไปได้ทั้งหมด แค่ดูให้มีความคล้องจองสวยงาม

เคยแอบกลัวว่าตัวเองจะเป็น One Hit Wonder บ้างไหม

ตอนนี้ผมมี 2 ฮิตแล้วนะ ก็เลย.. เกินแล้วเว้ย (หัวเราะ) อย่างน้อยคนก็รู้จัก เค้าก่อน กับ วายร้าย สองเพลงแล้ว แล้วยังมีอีกหลายเพลงในอัลบั้มที่ผมทำแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเพลงที่ฟังง่าย คนน่าจะชอบ

วันนี้มาถ่ายปกในธีมงานแต่ง อยากใช้เพลงอะไรในงานแต่งงานของตัวเอง

โอ้โห! ยังไม่เคยคิดถึงฉากนั้นเลย คงเป็นเพลงโรแมนติกสักเพลงของเอ็ด ชีแรน เลือกเนื้อเพลงของตัวเองที่เหมาะจะมอบให้คู่รักเนื้อจากท่อนแร็พในเพลง คิดดัง เพลงนี้เป็นเพลงโรแมนติก มีการเชิญชวนกันไปทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ผมจำเนื้อไม่ได้ มันเป็นเพลงที่ต้องร้องตั้งแต่ต้นเพลงจนถึงท้ายเพลง ไม่งั้จำประโยคที่อยู่ข้างในเพลงไม่ได้ เพลงนี้ไม่ได้เล่นนานแล้วด้วย แต่เป็นเพลงที่ผมชอบมากๆ เพลงหนึ่งเลยในอัลบั้ม

เตรียมอะไรไว้ให้เราดูในงาน Urban Music Festival

ผมเล่นที่เวทีพาร์คพารากอนช่วงบ่ายๆ อาจจะยังสว่างอยู่ (หัวเราะ) แต่รับรองว่าสนุกแน่นอนเพราะในเวลา 30 – 45 นาทีนี้ผมจัดเซ็ตลิสต์ใหม่หมด ทำโชว์ใหม่หมด มาดูนะครับว่าจะเป็นยังไง แต่ผมมั่นใจว่าจะสนุกมากขึ้น กวนตีนมากขึ้น แล้วมีแนวอะคูสติกที่คนที่ไม่เคยได้ยินเราร้องเพลงแบบจริงจังก็จะได้ยินเราร้องเพลงล่ะคราวนี้ ผมอยากให้คนที่มาดูได้อารมณ์หลายๆ อย่างกลับไป มีทั้งสนุกแบบฮิปฮอปจ๋าๆ สนุกแบบเพลงฟังง่าย ร้องตามเพลงที่เราเล่นได้ โชว์ผมเลยจะวาไรตี้มาก มีความเป็นฮิปฮอป ความเป็นอีดีเอ็ม ความเป็นอะคูสติก มีเล่นกีตาร์อะคูสติกด้วย แล้วก็มีอะไรอีกหลายๆ อย่าง เพื่อให้คนที่มาดูได้เห็นหลายแง่มุมของเราได้รู้จักตัวตนเรามากขึ้น

Gene

 

ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง

ทำซิงเกิ้ลใหม่ๆ อยู่ค่ะ แล้วก็ทำโปรเจกต์ในชื่อกษิดิศ จะเปรี้ยวๆ หน่อย แตกต่างจากงานของจีน กษิดิศ มีเพลงหลายแนวที่ตัวเองอยากทำทริปฮอป จังเกิ้ล เฮ้าส์ อินดัสเทรียล ออกแนวอาร์ต มีความเป็นศิลปะมากขึ้น ร่วมงานกับคนที่เป็นมิวส์ในด้านต่างๆของเรา ทั้งเรื่องดนตรี แฟชั่น ศิลปะ คนที่ทำให้เพลงของเราสมบูรณ์และบอกเล่าถึงตัวเราในด้านอื่นๆ คาดหวังว่าตัวเองจะทำได้ดีและเสร็จในเร็ววันนี้ แล้วก็น่าจะได้ประโยชน์เรื่องไฟ เพราะถ้ามัวอยู่ที่เดิม มันก็จะเบื่อ ต้องลองทำอย่างอื่นดูบ้าง

รู้จักกันมานาน เราก็เห็นว่าจีนชอบทำเพลงมาก มีอาการหมดไฟด้วยเหรอ

มีนะ คนเรานอนนานๆ ยังเบื่อเลย แต่มันก็แค่อารมณ์แบบ.. โอ๊ย เมื่อไหร่จะมีเพลงใหม่ให้ร้องสักที เราเน้นโชว์ไง ขึ้นเวทีบ่อย ร้องเพลงเก่าๆ แนวเดิมๆ ก็เบื่อ แล้วมันท้าทายดีด้วยเพราะหลังๆ รู้สึกว่าอะไรที่เราไม่ไว้ใจให้ใครทำ ก็ทำเองเลย ถ้าพัง ก็จะได้เรียนรู้จากความพลาดของตัวเอง

ดูเหมือนทำงานอย่างสบายใจ ไม่มีความกดดัน..

ช่วงกดดันคือช่วงหาเสื้อผ้าที่ถูกใจใส่ไม่ได้ (หัวเราะ) ยุคหลังๆ ดีไซเนอร์ไม่ค่อยปล่อยของกัน ไม่ค่อยถูกใจ ก็ต้องวนใส่แบบเดิมๆ ไป จนเริ่มรู้สึกว่าจะวนไม่ได้แล้วนะ ซึ่งจริงๆ ไม่มีใครรู้หรอก มีแค่เรานี่แหละที่รู้สึกว่าฉันใส่อันนี้บ่อยไปมั้ยนะ ส่วนเรื่องเพลง ความที่เรามีค่าย ก็มีบางทีที่เขาไม่เก็ตว่าจะไปทางไหน มีการถกเถียงกันเกิดขึ้น เรายืนยันว่าจะทำแบบนี้ ก็สู้ บางทีสู้ไม่ไหวก็ปล่อยให้เขาจัดการไป สุดท้ายพอมันไม่เวิร์ก เราจะพูดได้ว่า “ฉันบอกแล้วนะ” (หัวเราะ) เท่านั้นแหละ เราก็จะมีพาวเวอร์ขึ้นมาทันทีค่ะ!

ชอบอะไรในเพลงอิเล็กทรอนิกส์

จริงๆ ฟังเพลงหลายแนวมากนะ แต่ที่ชอบที่สุดคือเพลงยุค 90s ฟังทีไรก็ไม่เบื่อ ส่วนเพลงใหม่ๆ ก็พยายามนั่งเช็กยูทูป แต่ก็ฟังแบบผ่านๆ ไป เพราะยุคนี้มันเป็นยุคการตลาด อย่าง The Weeknd ดัง ทุกคนก็แห่ไปทำเพลงกับ The Weeknd ซาวนด์เลยออกมาคล้ายกันไปหมด แต่หลังๆ ชอบไมย์ลี่ ไซรัสมาก ชีเก่ง จะแสดงเป็นใครก็เล่นได้เนียนไปหมด อย่างอัลบั้มที่แล้ว เสื้อผ้านางมาแนวอลังการ มีความเป็นอาร์ต เพลงก็เพราะ แต่งตัวแนวไปมิวสิคเฟสติวัลตลอดเวลา แต่ล่าสุดมีความรัก กลายเป็นสาวหวานเรียบร้อยเฉยเลย เรารู้สึกว่าน้องเก่ง ทำอะไรก็ได้

มองตัวเองอยู่ที่ตำแหน่งไหนในวงการดนตรีตอนนี้

อยู่ไกลๆ แล้วเราก็จะค่อยๆ วิ่งมาเสียบด้านหลังทุกคน (หัวเราะ) ปกติไม่ค่อยได้คิดถึงอะไรพวกนี้หรอกค่ะ แต่คนก็ชอบมายกตำแหน่งให้เป็นคุณแม่เป็นอะไร ความจริงคือเราก็เป็นนักร้องคนหนึ่งที่พยายามหาอะไรใหม่ๆ ทำเพื่อให้ตัวเองสดชื่น นำเสนอโชว์ให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าจะให้ใกล้เคียง รู้สึกว่าตัวเองเป็นแอคเซสซอรี่ดีกว่า ใครอยากได้แอคเซสซอรี่สวยๆ มาหาเราได้ สิ่งที่คิดว่าโชคดีมากคือเวลาคนมาจ้างเรา เราสามารถเป็นตัวเอง ได้เต็มที่ แต่ความที่เขาไว้ใจนี่แหละบางทีมันก็กลายเป็นความกดดัน เขาอาจจะคาดหวังให้เราเปลี่ยนชุดตลอดเวลา เราก็คิดไม่ออกทุกครั้งนะ ชุดไม่ค่อยมีอีก ก็ต้องบอกไป (หัวเราะ) บางทีความไม่คาดหวังอาจจะนำมาซึ่งความสดใหม่

อยากใช้เพลงอะไรในงานแต่งงานของตัวเอง

Every Time We Say Goodbye ของเอลล่า ฟิตซ์เจอรัลด์ สามีคนปัจจุบันมองว่าความสัมพันธ์เป็นเรื่องไร้สาระที่สุด แต่ด้วยความรักมันก็ต้องอยู่ด้วยกันไง คือคนที่จะเป็นโซลเมทกันมันไม่ใช่เข้ากันได้หมดนะ ตรงกันข้าม เราว่าต้องมีอะไรที่ขัดแย้งแล้วต้องประนีประนอมกันเยอะ รักไปขัดไปออมชอมกันไปแต่ถ้าใครตายจาก เราก็จะไม่มีใครอีกแล้ว อารมณ์มันจะหวานๆ เศร้าๆ หน่อย แล้วเนื้อเพลงดีด้วย
‘There’s no love song finer But how strange
the change from major to minor.’

เลือกเนื้อเพลงของตัวเองที่เหมาะจะมอบให้คู่รัก

โห ตัวเองมีแต่เพลงรักกันกุดๆ ทั้งนั้นเลย อ้อ มันจะมีท่อนภาษาอังกฤษของเพลง เก็บคำว่ารัก ที่บอกว่า
‘One night we gonna get together
Tonight we gonna get so high
One night we gonna live forever Tonight just one night forget what’s
wrong or right.’
คืนแต่งงานมันเป็นคืนพิเศษ ลืมทุกสิ่งไปเถอะ อยากทำอะไรก็ทำ ทำในสิ่งที่เรามีความสุข

เตรียมอะไรไว้ให้เราดูในงาน Urban Music Festival

ปรากฏการณ์ชุดและเครื่องหัวแปลกๆ ที่ไม่เคยโชว์ที่ไหนมาก่อน ส่วนเรื่องเพลงเราก็จะรีอะเรนจ์เพลงให้มีความเหมาะกับงานกลางเมือง มีความไทรเบิล มีความอวกาศ ฟิวเจอริสติกหน่อยๆ เพลงใหม่น่าจะออกแล้ว ก็จะเอามาเล่นด้วย อ้อ อยากให้คนดูแต่งตัวมาแบบจัดๆ เอาให้ช่างภาพสตรีทต้องมาเก็บภาพกันเลยทีเดียว
ใครแต่งตัวดีๆ เราจะเชิญขึ้นเวทีให้มาร้องเพลงด้วยกัน ซึ่งอาจจะเป็นเพลงที่ลืมเนื้อ เลยจะมีการเชิญขึ้นมาช่วยร้องนะคะ!

paradox

 

อัพเดตผลงานล่าสุดของ Paradox

ต้า: เพิ่งออกอัลบั้ม Before Sunrise/ After Sunset ไปครับ เป็นอัลบั้มใหญ่ในรอบ 8 ปีของพวกเรา ทำเพลงเก็บไว้นานแล้ว ทยอยอัดไป วงเราไม่มีการหยุดเพื่อทำอัลบั้ม เราจะเล่นคอนเสิร์ตไปเรื่อยๆ แล้วก็ทำอัลบั้มไปด้วย รวมมาได้ทั้งหมด 22 เพลง เอาให้หายคิดถึงกันไปเลย..
สอง: บางวงอาจทัวร์สามเดือน ทำเพลงสามเดือน กินนอนอยู่ในห้องอัด พวกเราก็เคยทำแบบนั้น ก็สนุกดี แต่มันก็จะได้เพลงอีกแบบหนึ่งเพราะต้องมานั่งคิด แก้กันไปเรื่อย แต่กับอารมณ์ของชุดนี้ที่ทำระหว่างทัวร์ไปด้วย มันจะได้อารมณ์อีกแบบ เป็นความสดของการที่บางทีอัดกันที่โรงแรมเลย มันได้เคลื่อนไหวดี

อยู่ในวงการมากว่า 20 ปี ทำไมถึงยังรักที่จะทัวร์ รักที่จะทำเพลงกันอยู่

ต้า: เรามองว่าดนตรีเป็นเรื่องสนุก แล้วก็มองว่ามันคืองานอดิเรก ความรู้สึกนี้แหละทำให้ยืดหยุ่นได้สูง ไม่ใช่แบบ โอ้โห ตั้งหน้าจะกอบโกย คิดอย่างเดียวว่าฉันต้องอดตายแน่ถ้าไม่ทำแบบนี้ๆ ด้วยความยืดหยุ่น งานมันเลยเหมือนไม่ใช่งาน รู้สึกเหมือนเล่นงานรับน้อง เหมือนไปเล่นปาร์ตี้ ความสนุกเกิดขึ้นได้ทุกเวลาซึ่งจริงๆ มันแล้วแต่คน เพราะเรากำหนดไม่ได้หรอกว่าต้องจริงจังถึงจะดี หรือต้องเล่นๆ สิถึงจะดี สำหรับผม การมองแบบนี้เป็นนิสัยส่วนตัว ผมมองว่าดนตรีมันทดลองได้เรื่อยๆ มันแตกแขนงแตกมุมมองไปกับการใช้ชีวิต และก็ไม่ได้มองว่าการทดลองนี้จะทำให้เพลงเราขายได้ทั่วประเทศ แค่ทดลองเพื่อหาวิธีที่เหมาะกับวงตัวเอง
ไปเรื่อยๆ อารมณ์เหมือนคนหน้าตาเรียบๆ แต่สามารถดูได้นานๆ ไม่ได้อยากโผล่มาเป็นซูเปอร์สตาร์ที่ตูมแล้วก็ช้ำ หายไป จบไปอย่างรวดเร็ว ถ้าเป็นนักวิ่งก็อยู่สักอันดับ 23-24 ค่อยๆ วิ่งไปเรื่อยๆ

ไม่อยากถึงเส้นชัยเป็นคนแรกบ้างเหรอ

สอง: ให้มันมาแบบธรรมชาติด้วยตัวเองดีกว่า ถ้าเราตั้งเป้าไว้ตลอดเวลา หน้าที่ของวงดนตรีที่แท้จริงที่ควรจะต้องสนุก สามารถเล่าอะไรก็ได้ จะกลายเป็นโดนจำกัด ต้องมานั่งกังวล คนจะชอบเยอะมั้ย จะยิ้มรึเปล่า ซึ่งมันจะผิดไปหมด มันน่าจะเริ่มจากการทำเพลงเล่นกับเพื่อน สนุกดี แบบนี้ดีกว่า มันก็เป็นงานแหละ แต่เป็นงานที่สนุกที่ได้ทำกับเพื่อน อยากพูดอะไรก็ได้พูด แล้วก็มีคนฟังที่สามารถรับสาส์นเราได้ แค่นี้ก็น่าจะจบแล้ว ส่วนถ้าอยากรวย อยากเป็นคนดัง อยากเป็นที่หนึ่ง ของแบบนี้ถ้าจะมา ผมว่ามันก็มาเอง แล้วมันก็จะไปเอง ผมเชื่อว่าเรื่องพวกนี้ไม่ยั่งยืน มันจะเข้ามาแล้วหายไป สิ่งสำคัญคือเราได้ทำเพลงกับเพื่อน ได้ทำอะไรที่สนุก เท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว

มองว่า Paradox อยู่ตรงไหนในวงการเพลง

ต้า: ถ้าเป็นฟุตบอลก็เหมือนอยู่ดิวิชั่น 2 แต่หมู่บ้านนั้นชอบ (หัวเราะ) ด้วยคาแรคเตอร์หรือการโชว์ของวง มันจะมีข้อแม้ในตัวมันเอง มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อเสียคือมันไม่ใช่เพลงชาวบ้านร้านตลาด ทุกคนร้องได้หรือโดนใจคนง่าย แต่ข้อดีคือมันไม่ช้ำมันสามารถค้นหาและฟังได้เรื่อยๆ อีกมุมหนึ่งมันจึงกลายเป็นงานศิลปะ คาแรคเตอร์ของเราตอนนี้กลมกล่อมในตัวของมันเองที่ผมมองว่าดีมากๆ เลย

อยากใช้เพลงอะไรในงานแต่งงานของตัวเอง

ต้า: น่าจะเพลง ขอ ของ Paradox เพราะเนื้อหาค่อนข้างอินกับงาน ได้รับเชิญไปร้องเพลงนี้บ่อยมาก

เลือกเนื้อเพลงของตัวเองที่เหมาะจะมอบให้คู่รัก

ต้า: ก็เนื้อเพลงเพลง ขอ นี่แหละครับ มันจะมีเนื้ออย่าง ‘ขอให้รักต่อจากนี้ ให้รักเราผลิบาน ให้ฟ้าช่วยประทานพร’ เหมือนเป็นเชิงบวก ซึ่งส่วนใหญ่เพลงเราจะอกหักซะเยอะ ไม่ค่อยมีเพลงที่แบบ..ขอให้รักไปจนนู่นนี่นั่น เพลงนี้เลยฮิตมากเวลาเพื่อนแต่งงาน ก็จะไปยืนร้องไห้ ซาบซึ้งอยู่ข้างหน้า (หัวเราะ)

เตรียมอะไรไว้ให้เราดูในงาน Urban Music Festival

ต้า: มันเป็นมหกรรมคอนเสิร์ตที่จัดกันในตัวเมือง ใจกลางสยามสแควร์ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นกันบ่อยๆ แล้วมีหลายค่ายหลายแนว Paradox จัดเต็มมาให้แน่นอน มีแน่คือเพลงใหม่ๆ เพราะช่วงนี้เพิ่งออกอัลบั้ม อาจจะได้พบกับการดีไซน์โชว์ใหม่ และอาจจะชวนเพื่อนๆ ที่หลายคนรู้จักมาขึ้นเวทีกระโดดโลดเต้นไปด้วยกัน

Gruop2

 

Story by: Srivigar S.
ภาพ: จุฑารัตน์ พรมุณีสุนทร
สไตลิสต์: ศรันรัตน์ พรรจิรเจริญ
ผู้ช่วยสไตลิสต์: ศราวุฒิ ลาปะ
แต่งหน้า/ทำผม: คชาพร แพรงาม
เสื้อผ้า: Urboytj – เสื้อเชิ้ต P.MITH, สูท กางเกง และรองเท้า Vvon Sugunasil
สอง – ชุดเจ้าสาวจาก Lost & Found Store, รองเท้า Asics
บิ๊ก – เสื้อเชิ้ต Pinky Taylor, สูท และกางเกง Pattarat
ต้า และ โจอี้ – เสื้อเชิ้ต สูท และกางเกง P.MITH