02-Pwr-Bttm-press-photo-cr-Ebru-Yildiz-2017-billboard-1548

จากซ้าย: ลิฟ บรูซ และ เบ็น ฮอพกิ้นส์ สมาชิกวง PWR BTTM

 

คงจะสะเทือนใจไม่น้อย หากศิลปินคนหนึ่งเริ่มจากการเล่นดนตรีกับเพื่อน จนฟอร์มวงขึ้นมามีชื่อเสียง มีผลงานพร้อมคำชื่นชมให้เป็นที่ประจักษ์ แต่ไม่นานนักกลับต้องพบจุดจบชนิดที่ว่าดิ่งลงเหวในพริบตา

และนี่คือสิ่งที่ PWR BTTM กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

PWR BTTM (อ่านว่า Power Bottom) ประกอบด้วยสมาชิก เบ็น ฮอพกิ้นส์ นักร้อง/มือกีตาร์ และ ลิฟ บรูซ นักร้อง/มือกลอง สองพังก์ร็อกเกอร์ที่แสดงตัวว่าเป็นเควียร์หรือเพศทางเลือกนั่นเอง พวกเขาคือขวัญใจวัยรุ่นในแวดวงดนตรีอินดี้ ฐานแฟนเพลงเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีบุคคลนิรนามใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า Kitty Cordero-Kolin โพสต์ข้อความในกรุ๊ปปิดแห่งหนึ่งโดยแฉว่า เบ็น ฮอพกิ้นส์ เป็นนักล่วงละเมิดทางเพศ ชอบข่มขืนกระทำชำเราโดยเฉพาะกับผู้เยาว์ ส่วนมากเหยื่อเป็นเควียร์ด้วยกัน ดังนั้นจึงเห็นสมควรที่เบ็นจะถูกบอยคอตต์และขอเตือนให้อยู่ห่างเขาเอาไว้

kitty

 

ความอื้อฉาวไม่หยุดแค่นั้น เมื่อเว็บไซต์ Jezebel ออกมาตีแผ่บทความชิ้นหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนบอกว่ามีบุคคลชื่อว่า เจ็น (นามสมมติ) โทรมาเล่าว่าตนคือหนึ่งในเหยื่อที่เคยถูกเบ็นข่มขืนมากกว่าหนึ่งครั้งโดยไม่ป้องกัน ทำให้ข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้ยิ่งดูมีน้ำหนักน่าเชื่อถือขึ้นมาทันที ผลก็คืออัลบั้มที่สองของพวกเขาอย่าง Pageant ที่แฟนๆ เฝ้ารอคอยได้ถูกถอดออกหมดทุกช่องทางสตรีมมิ่ง อัลบั้มที่แฟนเพลงรอคอยแหลกสลายไปในพริบตา สองอีพีแรกที่นักวิจารณ์ออกปากชมรวมถึงอัลบั้มเดบิวต์ Ugly Cherries จึงกลายเป็นแค่อดีตที่สวยงามก็เท่านั้น

 

ทนายความท่านหนึ่งชื่อว่า สตีฟ กอร์ดอน บอกว่าปกติแล้วในสัญญาข้อตกลงระหว่างศิลปินกับค่ายเพลงมักมีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับจริยธรรมระบุชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าสัญญาเป็นอันถูกยกเลิกได้เสมอ หากศิลปินประพฤติตัวเข้าข่ายเสื่อมเสียและอนาจาร

ไม่ถึง 48 ชั่วโมงหลังจากที่เว็บ Jezebel เผยแพร่เรื่องราวของเจ็น ส่งผลให้ PWR BTTM กลายเป็นศิลปินไร้ค่ายทันที ทุกอย่างถูกยกเลิกทั้งหมดไม่ว่าจะข้อตกลงเรื่องการวางขายอัลบั้ม การจัดการต่างๆ ซ้ำร้ายวงดนตรีอื่นที่เตรียมมาเล่นเปิดทัวร์คอนเสิร์ตให้พวกเขาช่วงซัมเมอร์นี้ (ซึ่ง sold out เป็นส่วนมาก) ต่างหันหลังให้ คอนเสิร์ตจึงจำต้องยกเลิกไปบางส่วน เพลงของพวกเขาทั้งๆ ที่เคยกวาดยอดสตรีมได้ถึง 4 แสนกว่าครั้งต่อสัปดาห์ได้หายวับไปจากหน้าร้านแทบทั้งหมด ไม่ทิ้งร่องรอยแห่งความสำเร็จใดๆ ไว้เลย

ทั้งเบ็นและลิฟออกแถลงการณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เบ็นไม่ได้กล่าวขอโทษ พร้อมบอกว่าพอจะรู้แล้วว่าคนที่แฉคือใคร เขายอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์จริงแต่คิดว่าอีกฝ่ายยินยอม เขายังชี้แจงอีกว่าภายหลังตนกับคนๆ นั้นยังส่งข้อความคุยกันตามปกติด้วยซ้ำ ถึงเจ้าตัวจะออกมาแถลงแบบนี้ก็ตาม แต่ก็ไม่ช่วยกอบกู้สถานการณ์ของวงให้ดีขึ้นมาได้เลย

 

บิลบอร์ดได้สอบถามไปยังผู้ใหญ่ในวงการดนตรีหลายคน ทุกคนยอมรับว่าตกใจไม่น้อยที่เห็นทั้งวงการรีบตัดหางปล่อยวัดพวกเขาในเวลาอันสั้นขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการพิสูจน์แน่ชัด ยังไม่มีใครไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งผู้ที่ออกมาโพสต์แฉก็เป็นแค่บุคคลไม่ประสงค์ออกนาม เป็นใครมาจากไหน ไม่มีใครทราบ

“นี่เป็นสัญญาณบอกว่าสังคมสมัยนี้ด่วนตัดสินคนเร็วเกินไป” ผู้บริหารท่านหนึ่งที่คร่ำหวอดในแวดวงอินดี้มาช้านานบอกกับเรา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยร่วมงานกับเบ็นและลิฟมาแล้ว

ที่ผ่านมา PWR BTTM ออกตัวสนับสนุนและให้เกียรติเพศทางเลือกมาตลอด ไม่ว่าจะไปเล่นคอนเสิร์ตที่ไหนพวกเขาจะเน้นย้ำว่าต้องมีห้องน้ำสำหรับเพศกลางด้วยเพื่อให้แฟนเพลงรู้สึกสบายใจและปลอดภัย แต่หนึ่งในผู้ใหญ่ที่บิลบอร์ดได้พูดคุยด้วยมองว่านี่คือกลยุทธ์มาร์เก็ตติ้งที่แกล้งทำเพื่อเอาใจแฟนเพลงไปอย่างนั้น สุดท้ายเมื่อเรื่องบานปลาย ความเสแสร้งนี้ก็ได้เวลาย้อนกลับมาเล่นงานพวกเขาเองในที่สุด

และการที่ทางวงตอบในทีแรกว่าตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจึงสมัครอีเมล์ใหม่ขึ้นมาเพื่อให้เหยื่อหรือผู้ใกล้ชิดช่วยส่งเบาะแสเพิ่มเติม โดยทั้งสองจะไม่ขออ่านอีเมล์เด็ดขาดแต่ให้มีบุคคลที่สามทำหน้าที่เป็นตัวกลางอ่านแทน ไอเดียนี้ก็ยิ่งเหมือนเอามีดแทงแผลให้มิดด้ามเข้าไปอีก ผู้บริหารท่านหนึ่งมองว่าเป็นวิธีการควบคุมสถานการณ์ที่ไม่เวิร์กเอาเสียเลย พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าถ้าไม่ได้ทำผิดจริงแล้วจะพยายามยื่นมือช่วยเหลือทำไม (ขณะนี้อีเมล์บัญชีดังกล่าวถูกปิดไปแล้ว)

 

ตัวแทนจากเอเจนซี่ขายบัตรคอนเสิร์ตท่านหนึ่งมองถึงอนาคตของวงว่า “เส้นทางนี้คงไม่ราบรื่นอีกต่อไปแล้วสำหรับพวกเขา” และยังเอ่ยถึงลิฟ เพื่อนรวมวงผู้โชคร้ายที่โดนหางเลขไปด้วย

“ลิฟ บรูซ คงถึงคราวต้องตัดสินใจ ในเมื่อบนเรือกู้ภัยเหลือแค่เพียงที่นั่งเดียวแล้ว”

 

 

 

Story by: Gil Kaufman
Photo: Ebru Yildiz
Translated by: Sutthimas R.