borchetta-bb8-topline-opener-composite-a-2017-billboard-1548

ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ผู้คนในธุรกิจดนตรีของแนชวิลล์ต่างทึ่งกับความสำเร็จของ Big Machine Label Group (BMLG) หรือกลุ่มค่ายเพลงที่รวบรวมค่ายเพลงไว้ภายใต้สังกัดอีก 5 ค่าย ในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี่  โดยเป็นค่ายที่สังกัดศิลปินที่ประสบความสำเร็จอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์, Florida Georgia Line, The Band Perry และ ทิม แม็คกรอว์ ซึ่ง ค่ายเพลงอินดี้อย่าง BMLG ก็เอาชนะส่วนแบ่งทางการตลาดของค่ายคู่แข่งอย่าง Sony Nashville และ Warner Nashville ไปได้อีกด้วย

ดังนั้นเมื่อข่าวการปิดหนึ่งในค่ายภายใต้สังกัด BMLG อย่าง Dot Records เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาหลุดออกไปและตามมาด้วยการย้ายออกจากค่ายของผู้บริหารถึง 3 คน คือ เคลลี่ ริช อดีตรองประธานฝ่ายขายอาวุโส ที่ย้ายไปอยู่กับ Amazon, รองประธานอาวุโสและหุ้นส่วนฝ่ายการตลาดและกลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดอย่าง จอห์น ซาร์ลิ่ง ที่ย้ายไปอยู่กับ Sony และ แจ็ค เพอร์เซลล์ รองประธานอวุโสฝ่ายกลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดก็ได้ย้ายไปทำกับบริษัท EM.Co ซึ่งก็ทำให้ผู้คนแวดวงธุรกิจดนตรีในแนชวิลล์ต่างก็สงสัยว่า BMLG กำลังเจ็บปวดกับการเจริญเติบโตทางธุรกิจของพวกเขาหลังจากที่ค่ายอินดี้กำลังขยายเป็นค่ายเพลงกระแสหลักหรือเปล่า?  ซึ่งก็เป็นคำถามที่ สก็อตต์ บอร์เชตต้า ประธานกรรมการบริหารของ BMLG เต็มใจจะตอบว่า “เราเริ่มรู้สึกตั้งแต่ช่วงปีที่ 10 ของ BMLG ว่าเรากลายมาเป็นค่ายใหญ่ด้วยการคว้าโอกาสต่างๆ พร้อมๆ กับที่เราพูดไปด้วยว่า ‘เดี๋ยวก่อนนะ เรากำลังเริ่มทำหลายๆ สิ่งเหมือนกับค่ายใหญ่ๆ ทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบเลย” สก็อตต์กล่าว

taylor-swift-bbmas-trophies-press-room-2015-billboard-650

การเพิ่มจำนวนศิลปินในสังกัดอย่างรวดเร็วก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ สก็อตต์ ไม่ชอบนัก สก็อตต์บอกว่า “ในช่วง 16 – 17 เดือนหลังมานี้ เรามีศิลปินเพิ่มขึ้นประมาณ 12 – 13 คนทีเดียว” แต่ภายหลังก็มีจำนวนศิลปินน้อยลง เริ่มจาก The Band Perry ที่สมัครใจออกไปเอาดีทางเพลงป๊อป และ ทิม แม็คกรอว์ ซึ่งภายหลังเขาและภรรยาอย่าง เฟธ ฮิลล์ ออกไปอยู่กับค่าย Sony เพราะได้ข้อเสนอที่ดีกว่า

สก็อตต์ บอกว่าการปิดตัวของ Dot Records ถือเป็นการรวบรวมกิจการที่เขาเห็นว่าจำเป็นต้องทำแบบนั้น และบอกอีกว่า “ไม่ว่าเราจะเหลือ 3 หรือ 4 ค่าย ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับอันดับในชาร์ตเพลงหรอก”  Dot Records ป็นค่ายที่เกิดจากการร่วมทุนของ BMLG และค่าย Universal ในปี 2015  โดย BMLG ซื้อกิจการกว่าครึ่งของ ค่าย Republic Nashville (ค่ายในสังกัดของ Universal) โดยมีสัญญา 3 ปีและจะต้องต่อสัญญาในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งพอเวลานั้นมาถึงสก็อตต์ก็ย้ายพนักงานทั้งหมดใน Dot ไปอยู่ค่ายอื่นๆ ในสังกัด BMLG

และทุกสิ่งก็เริ่มซับซ้อนยิ่งขึ้นสำหรับศิลปินที่มีสัญญาในค่าย Dot เพราะเมื่อถึงเวลาที่สัญญาหมดลงก็เป็น Universal ที่ต้องตัดสินใจว่าศิลปินในสังกัดอย่าง Maddie & Tae, เดรก ไวท์, แอรอน ลูวิส และ ผู้ชนะจากรายการ American Idol ซีซั่นที่ 15 ว่าจะถูกโยกไปอยู่ในความดูแลของ Big Machine, ค่ายของ Universal หรือไม่ได้อยู่ทั้งคู่

ส่วนผู้บริหารที่พากันออกจากบริษัท  สก็อตต์  ก็บอกว่า “สุดท้ายพวกเขาจะเดินทางมาถึงจุดที่ไม่มีผมไม่มีอะไรจะมอบให้อีกแล้ว อย่าง จอห์น ซาร์ลิ่ง เขาเหมือนเป็นลูกชายของผม เขาก็ออกไปมีโอกาสที่ยอดเยี่ยมกับ Sony ซึ่งมันเป็นสิ่งผมมอบให้เขาไม่ได้ นอกจากนี้สก็อตต์ก็พูดถึง เคลลี่ ริช ไว้ว่าการออกไปทำงานร่วมกับ Amazon ถือเป็นโอกาสใหญ่ในการทำงานด้านการค้าปลีกของประเทศ เขาบอกว่า “พวกเขาออกไปได้ดีกันหมด ผมก็ภูมิใจมากที่เราได้คุยกัน ผมไม่ได้ไล่ใครออกเลย มันเป็นการมานั่งคุยกันถึงเรื่องอนาคตมากกว่า”

florida-georgia-line-2014-desert-2-billboard-650

Florida Georgia Line 

the band

The Band Perry

นอกจากนี้ สก็อตต์ บอกว่า “เรากำลังจะดัน 3 ศิลปินเข้าสู่ตลาด และให้เป็นเฮดไลน์เนอร์ตามงานต่างๆ ให้ได้ ซึ่งก็คือ Florida Georgia Line, แบรนท์ลีย์ กิลเบิร์ต และ โทมัส เร็ตต์”  และยังทิ้งท้ายว่า “คุณลองนึกดูนะว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีค่ายอื่นในแนชวิลล์นอกจากเราที่สามารถสร้างศิลปินเฮดไลน์เนอร์ซักค่ายไหมล่ะ?” นอกจากเฮดไลเนอร์แล้ว BMLG ยังมี 2 ศิลปินหน้าใหม่ที่ขึ้นสู่ชาร์ตได้อย่างรวดเร็วอย่าง Midland และ เบร็ตต์ ยังด้วย

ทั้งนี้ สก็อตต์ ยกความดีความชอบให้ผู้บริหารรุ่นใหม่สำหรับคิดไอเดียออกมาซึ่งก็คือ “การที่พวกเขาทลายกำแพงเพื่อที่จะสร้างแผนกมาร์เกตติ้งเก่งๆ ตอนนี้มันไม่ใช่แค่การโปรโมตอีกแล้ว มันคือการทำการตลาดและการใช้ข้อมูลอย่างจริงจัง”

เมื่อดูจากตัวชี้วัดกระแสการตอบรับของแฟนๆ ที่ใช้แอปพลิเคชั่น Shazam, วิทยุดาวเทียม และ บริการสตรีมมิ่งเพลงอย่าง Spotify ซึ่งดูจะได้รับการตอบรับดีกว่าการฟังเพลงผ่านวิทยุทั่วไป ก็เป็นสัญญาณบอกให้ทางค่ายต้องผลักดันศิลปินอย่างเบร็ตต์ และ Midland เข้าสู่ตลาดทางนั้นมากขึ้น

เลสลี่ แฟรม รองประธานอาวุธโสฝ่ายกลยุทธ์ทางดนตรีจาก CMT บอกว่าเธอพูดไม่ออกเลยเมื่อเห็น Midland, คาร์ลีย์, เทรนทต์ และเดลต้า เรย์  ที่งานโชว์เคสของ Big Machine ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เธอชื่นชมที่ สก็อตต์ ไม่หยุดเพียงแค่การเป็นผู้บริหารยักษ์ใหญ่ แต่เป็นผู้ที่สามารถปั้นศิลปินที่กำลังจะเป็นดาวรุ่งในอนาคตได้เก่งที่สุด โดยเธอบอกว่า เบร็ตต์ ยัง มีฝ่ายคัดสรรและพัฒนาศิลปินที่มีมาตรฐานสูงมากอยู่ข้างๆ  และ โทมัส เร็ตต์ ก็โชว์ให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นซูเปอร์สตาร์ออกมามากมาย เห็นแบบนี้ราก็คงต้องบอกว่า สก็อตต์ บอร์เช็ตต้า ทำสำเร็จอีกแล้ว

Story by Chris Willman

Photo by Billboard

Translated by Pensagow S.