01

อันที่จริงวงดนตรีที่ชื่อว่า Prem นั้นโลดแล่นอยู่ในแวดวงดนตรีกลางคืนมาอย่างยาวนาน แถมยังปล่อยซิงเกิ้ลออกมาเป็นระยะ แต่ล่าสุดพวกเขาก็ตบเท้าเข้าสู่ค่าย Muzik Move Records อย่างเป็นทางการ พร้อมปล่อยซิงเกิ้ล แค่เธอที่ต้องการ ซึ่งกลายเป็นพูดถึงในวงกว้างในระยะเวลาเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อเพลงดังกล่าวได้เข้าไปประกอบซีนสุดซึ้งในละครสุดฮิตเรื่อง น้ำเซาะทราย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ววง Prem ที่ประกอบไปด้วย 3 สมาชิกได้แก่ เจ เทพหัสดิน ณ อยุธยา (ร้องนำ, เปียโน), แชมป์-ธนวัมน์ ดำรงศิริมงคล (เบส) และ แอ๊นท์-แอนดรูย์ ไดเล็ก (กีตาร์) ก็แวะเวียนมาส่งซิงเกิ้ลดังกล่าว พร้อมกับเล่าถึงที่มาที่ไปของ แค่เธอที่ต้องการ ให้เราฟัง

“อันที่จริงเราไม่ได้ตั้งใจจะแต่งให้ใคร หรือแต่งเพื่อไปใช้ที่ไหนต่อ เวลาแต่งเพลงเราไม่เคยมีเรเฟอร์เรนซ์ แต่พอแต่งเสร็จ ทางผู้จัดละครมีโอกาสได้ฟังแล้วคิดว่ามันเหมาะสมมากๆ ที่จะไปอยู่ในซีนที่เข้มข้นที่สุด” เจเล่าถึงการที่เพลงของพวกเขามีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในละครเรื่อง น้ำเซาะทราย ซึ่งเป็นการโคจรกลับมาพบกันของพระนางคู่ขวัญ หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ และ กบ-สุวนันท์ คงยิ่ง นั่นเอง และหลังจากซีนนั้นออนแอร์ออกไป โลกโซเชียลต่างก็ตามหาศิลปินผู้ถ่ายทอดอารมณ์สุดเศร้าในเพลงดังกล่าวเป็นการใหญ่ และวง Prem ก็ขอใช้คำว่า ‘ปรากฏการณ์’ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตพวกเขามาก่อน

หลังจากนั้นเราจึงสอบถามถึงแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง แค่เธอที่ต้องการ และ เจ คือผู้ที่ตอบกลับมา “เรื่องมันตลกที่ว่า ทุกวันนี้ความฝันเราเป็นจริง เรามีความสุขกับเส้นทางดนตรี แต่มันแลกมาด้วยความเสียใจของเรา ซึ่งเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิต” โดยนักร้องนำและมือเปียโนประจำวงเล่าว่า แค่เธอที่ต้องการ คือเพลงที่เขาแต่งให้แฟนเก่าที่เขารักมาก และใกล้เข้าสู่พิธีวิวาห์อยู่รอมร่อ แต่วันหนึ่งเธอคนนั้นก็จากไปโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว “ตอนนั้นทั้งกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ใช้ชีวิตไม่ปกติ มีวันหนึ่งร้องเพลงอยู่บนเวที อยู่ดีๆ น้ำตามันไหลเหมือนเด็กทารกเลย” เจเล่าต่อ ซึ่งในเวลาต่อมากับค่ำคืนที่เขาหลับตาไม่ลง เขาลุกไปนั่งนิ่งๆ ที่เปียโนสีขาวซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านในเวลาตีสามครึ่ง สักพักทุกอย่างก็พรั่งพรูออกมาเป็นเสียงดนตรีและเนื้อเพลงดังที่ทุกคนได้ยินกันอยู่ในตอนนี้นั่นเอง

จากความเสียใจที่เกิดขึ้นในชีวิต เจได้แปรเปลี่ยนสิ่งที่อยากจะถ่ายทอดสู่ผู้ฟังไปสู่เรื่องราวในเชิงบวก โดยเขาอยากจะเตือนทุกคนว่า ชีวิตคนเรามันสั้น ทุกคนจึงควรใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก ทำในสิ่งที่รัก และแบ่งปันซึ่งกันและกัน ในขณะที่แชมป์และแอ๊นท์ก็มีส่วนร่วมในการออกไอเดีย รวมไปถึงการเรียบเรียงเพลงและการร้องคอรัส ซึ่งบอกเลยว่าไลน์ประสานของทั้ง 3 หนุ่มน่าสนใจเอามากๆ อีกทั้งพวกเขายังได้ โอ๊บ-เพิ่มศักดิ์ พิสิษฐ์สังฆการ มารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้ด้วย

ในขณะที่เรื่องของแนวดนตรีโดยรวมของวง พวกเขาขอให้คำนิยามว่าเป็นแนว Prem ที่มีส่วนผสมของดนตรีป๊อปที่ใส่ความเป็นโซลลงไป แต่ ‘โซล’ ในทีนี้ของพวกเขาก็คือจิตวิญญาณที่เพิ่มเติมลงไปในแต่ละบทเพลง ซึ่งพวกเขาก็เน้นย้ำกับเราว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำงานของวง Prem ก็คือ ความเป็นธรรมชาติ “ในยุคที่เต็มไปด้วยดนตรีดิจิตัล เพลงของ Prem ยังย้อนกลับมาที่ความเป็นมนุษย์ เรายังมีกีตาร์โปร่ง มีกลองสด การร้องประสานเสียงของคน 3 คน กับเรื่องราวหรือแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นกับเราจริงๆ เพราะความรู้สึกของมนุษย์ ความรัก ความอบอุ่น ความสูญเสียมันเป็นเรื่องอมตะ มันอยู่เหนือกาลเวลา และอยู่เหนือเทคโนโลยีต่างๆ” เจกล่าว

02

จากการที่พวกเขาเป็นนักดนตรีกลางคืนมาตลอด เราจึงอดสงสัยไม่ได้ว่า วง Prem ต้องปรับตัวมากไหมกับการเดินทางเข้าสู่ระบบค่าย แต่พวกเขากลับมองว่านี่คือโอกาสอันแสนอบอุ่นที่สุด “เมื่อก่อนเราทำทุกอย่างกันเอง ออกแบบ สกรีนแผ่น ไรท์แผ่น โปรโมตเอง ไปยื่นทุกค่าย ทุกที่” แชมป์กล่าวย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา ก่อนที่เจจะเสริมว่า “พอเรามาอยู่ในค่าย การทำงานจะต้องเป็นมืออาชีพมากขึ้น แล้วกระบวนการหลักของเราคือ การเอาหัวใจวางบนโต๊ะประชุม เปิดแผลให้ทีมงานทั้งหมดได้รู้ ผมจะต้องไม่มีความลับใดๆ ทั้งสิ้นกับทีมงาน บอกทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกเหตุการณ์ ทุกความเจ็บปวด เพื่อที่จะได้เพลงที่ดีที่สุดออกมา”

ท้ายที่สุด 3 สมาชิกวง Prem ที่ล้มลุกคลุกคลานมาด้วยกันร่วม 10 ปีในถนนสายดนตรีก็กล่าวย้ำกับเราว่า หน้าที่ของพวกเขาก็คือ เป็นกำลังใจให้คนฟังนั่นเอง โดยเจเป็นตัวแทนวงกล่าวว่า “ทุกคนต้องเคยสูญเสีย เคยเจ็บปวด เหมือนกับเราที่เคยล้มเหลว หน้าที่ของเราในฐานะนักดนตรีวง Prem ก็คือ เป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านบทเพลง ผ่านการแสดงของพวกเรา และอยากให้ทุกคนก้าวเดินไปด้วยกันพร้อมๆ กับเราครับ”

 

Story by: Chanon B. & Tanachot K.
Photos by: Muzik Move Records