Pris (2)

 

 

ชาร์ตเพลงสำคัญไหม?

ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบดูชาร์ตเพลง อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าตอนนี้เค้ามีเพลงอะไรกำลังฮิตอยู่บ้าง (หลายคนก็น่าจะด้วยเหตุผลเดียวกัน) สมัยนี้อะไรก็ง่าย กดคลิกสองคลิกก็ได้เห็นชาร์ตทั้งแผงแล้ว แต่วิบากกรรมของนักฟังเพลงสมัยก่อนไม่ได้ง่ายแบบนี้นะ จะได้เห็นชาร์ตทีนึงก็ต้องรอนิตยสารสักเล่มหนึ่งวางแผง แล้วก็เปิดหน้าที่เค้าตีพิมพ์ชาร์ต Hot 100 ของ บิลบอร์ด แล้วก็อ่านมันอยู่นั่นแหละในหนึ่งเดือนวนไปวนมา พัฒนาขึ้นมาอีกนิดก็เมื่อมีร้านขายเทปหัวใสเอาหน้าที่เป็นชาร์ตประจำสัปดาห์มาก๊อปปี้แจกพร้อมกับคนที่มาซื้อเทป ซื้อแล้วก็จะได้ชาร์ตที่ถ่ายเอกสารมา ก็อ่านวนอยู่ในหนึ่งสัปดาห์ อ่านมันทะลุปรุโปร่งมากกว่าตำรับตำราเรียน นักฟังเพลงยุคก่อนดิจิตอลเลยแม่นชาร์ตก็เพราะเหตุนี้

 

แล้วก็มาถึงยุคที่มีนิตยสารอย่าง Today’s English ที่เป็นรายสัปดาห์ ก็ได้อัพเดทชาร์ตรวดเร็วทันใจขึ้นใกล้เคียงกับในโลกประเทศศิวิไลซ์จริงๆ ถ้าการตามชาร์ตว่าไม่ง่ายแล้ว การหาเพลงที่ติดชาร์ตมาฟังก็เป็นงานที่หนักหนาพอกัน นักฟังเพลงยุค 80s 90s น่าจะรู้ซึ้งดี บางซิงเกิ้ลขึ้นชาร์ตมาสามเดือนหกเดือน เมืองไทยเพิ่งจะมีขาย บางเพลงเมืองนอกปล่อยมารับซัมเมอร์กว่าจะมาฮิตในเมืองไทยก็จะเข้าหน้าหนาว (สมัยก่อนเมืองไทยมีหน้าหนาวนะ) แล้วไปหาฟังกันที่ไหน แต่ก่อนเค้ามีรายการวิทยุชื่อ American Top 40 จ้ะ เป็นรายการที่อิมพอร์ทมาเลย มีสัปดาห์ละครั้งวันอาทิตย์บ่ายสองถึงหกโมงเย็น สี่ชั่วโมงก็ได้ฟังเพลงที่อยู่ Top 40 ทั้งสี่สิบเพลง ก็ต้องมานั่งลุ้นกันเอาหูแนบลำโพงวิทยุว่าเพลงไหนจะขึ้นชาร์ต จะไต่กี่อันดับ ความตื่นเต้นของแต่ละสัปดาห์ก็คือจะมีเพลงไหนเข้ามาใหม่บ้าง วิธีการส่วนตัวมากๆก็คือเอาเทปคาสเซ็ตต์อัดรายการ (ถึงตอนนี้เด็กยุคนี้คงงงว่ามันคืออะไร) ก็ใช้เทปสี่ม้วนกลับหน้าไปมา เท่ากับว่าในหนึ่งสัปดาห์เราก็มีเพลงที่ขึ้นชาร์ตฟังเพลินๆ ถึงเสียงจะไม่ใสปิ๊ง แต่เสน่ห์ของการฟังเพลงบนวิทยุก็เป็นอะไรที่เลอค่ามาก พอสัปดาห์ใหม่มาเราก็เอาเทปชุดเดิมอัดทับลงไปใหม่ พยายามไหมล่ะนั่น

 

สถิติการขึ้นชาร์ตบิลบอร์ดเป็นสีสันที่น่าสนใจของวงการเพลง ทำไม The Beatles, เอลวิส เพรสลีย์, , มาดอนน่า, ไมเคิล แจ๊คสัน และ มารายห์ แครี่ ถึงได้ครองสถิติอะไรไว้มากมาย ทำไมศิลปินรุ่นใหม่ๆอย่าง ริแอนน่า, เดรค, จัสติน บีเบอร์ ถึงได้พร้อมทุบสถิติเหล่านั้น หรืออย่างน้อยก็ยังได้เทียบเคียง การขึ้นชาร์ตเป็นทุกสิ่งทุกอย่างหรือไม่ พูดเลยว่าก็ไม่เชิง มีเพลงในโลกนี้ตั้งหลายเพลงที่ไม่สมควรขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งเลย และมีอีกหลายเพลงที่ควรจะได้ตำแหน่งเพลงอันดับหนึ่งแต่ก็ไปค้างอยู่ที่อันดับสองให้ช้ำอารมณ์เป็นรอยด่างอย่าง Bad Romance, Material Girl และ Hotline Bling เพลงพวกนี้เป็นเบอร์สองที่มีคุณงามความดีไม่แพ้เพลงเบอร์หนึ่งหลายๆเพลง

 

เพลงโปรดของนักฟังเพลงแต่ละคนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเพลงอันดับหนึ่ง บางเพลงอยู่ในชาร์ตแบบต้องใช้แท่นขุดเจาะทะลวงลงไปถึงจะเจอแต่ก็เป็นเพลงที่มีอิทธิพลสำหรับเราได้ เอาเข้าจริงนักฟังเพลงบางรายก็มองที่ตัวศิลปินเท่านั้น พอเราชอบศิลปินรายนั้นๆ แล้วชาร์ตเพลงก็แทบจะกลายเป็นเรื่องรอง แต่การคงอยู่ของชาร์ตเพลงทำให้เราได้อัพเดตว่ามีเพลงอะไรที่หลงหูหลงตาเราไปบ้างไหม

 

บางรายก็ไม่ซีเรียสกับเรื่องอันดับเพลงเลยแต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อรู้ว่า  อเดล ทำสถิติใหม่ขายอัลบั้มได้มโหฬาร การที่จะมีเพลงขึ้นชาร์ตในยุคก่อนก็มีแค่ยอดขายกับยอดแอร์เพลย์ทางวิทยุ มาถึงยุคนี้การจัดชาร์ตต้องมีทั้งสองสิ่งนั้นบวกกับยอดดาวน์โหลดบวกกับการสตรีมมิ่งเพลง เราถึงได้เห็นเพลงทั้งอัลบั้มของบียอนเซ่เอย ของเทย์เลอร์ สวิฟต์เอย พาเหรดกันเข้าชาร์ตทั้งอัลบั้ม หรืออย่างล่าสุดที่มีเพลงของเดรคอยู่ใน Hot 100 ถึง 20 เพลงในสัปดาห์เดียวกัน ก็คงเป็นการสะท้อนยุคสมัยได้ชัดเจน

 

กลับมาที่ว่าชาร์ตเพลงสำคัญไหมก็ต้องบอกว่าสำคัญนะ การดูชาร์ตที่เชื่อถือได้ยังคงทำให้ศิลปินที่ปรากฏในชาร์ตอย่างสม่ำเสมออย่าง เคที่ เพอร์รี่ หรือ อาเรียน่า กรานเด ได้รับการยอมรับนับถือ ยังคงทำให้เราตื่นเต้นกับการค้นพบศิลปินใหม่ๆ อย่าง Lukas Graham

 

ชาร์ตเพลงก็คือเสน่ห์ที่ยังสัมผัสได้เช่นเดียวกับการได้ยินดีเจทางวิทยุพูดถึงเพลงใหม่ของศิลปินที่เราชื่นชอบ เช่นเดียวกับการเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในคอนเสิร์ต เป็นพื้นฐานของการฟังเพลงที่ทำให้คนรักดนตรีดื่มด่ำได้

 

 

Story by: ปริศร์ อติเรกานนท์ (โปรแกรมไดเรคเตอร์ ประจำคลื่น Eazy FM 105.5)