vinyl-teaser-hbo-billboard-2015-billboard-650

 

ขนาดมือฉมังในอุตสาหกรรมดนตรียังออกปากชมซีรีส์ของมิค แจ๊คเกอร์, มาร์ติน สกอร์เซซี่ และ เทเรนซ์ วินเทอร์ ว่าบอกเล่าเรื่องราวได้ตรงกับเรื่องจริงที่สุด

 

ตอนทดลองฉายของ Vinyl ที่กำกับโดยมาร์ติน สกอร์เซซี่นั้น บอกเล่าถึงเรื่องราวของริชชี่ ฟิเนสตร้า (บ็อบบี้ แคนเนเวล) เจ้าของค่าย American Century Records ซึ่งกำลังจะขายกิจการส่งต่อให้ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Polygram Records จนกระทั่งเขาตาสว่างในที่สุด เอพิโสดนี้ซึ่งยาวราวสองชั่วโมงมาถึงจุดไคลแม็กซ์ตอนที่ The Mercer Arts Center ในย่านดาวน์ทาวน์ของแมนฮัตตันถล่มลงมาในระหว่างการแสดงของ The New York Dolls และชายที่ผู้ที่ลุกขึ้นมาจากโคมไฟแชนเดอเลียร์ที่ร่วงหล่นและซากปรักหักพังคือคนทำเพลงตัวจริงที่โดนปลุกวิญญาณขึ้นมาใหม่ราวกับลาซารัส เขาลุกขึ้นมาฉีกสัญญา เพราะเลือกที่จะเชื่อพลังการเปลี่ยนแปลงของร็อคแอนด์โรลมากกว่าเม็ดเงิน

 

อุตสาหกรรมดนตรีมักวาดภาพอดีตของตนเองไว้อย่างหอมหวาน แต่ในช่วงเวลาที่ชาร์ตเพลงฮิตถูกกำหนดโดยอัลกอริทึ่มและกลุ่มข้อมูล  Vinyl บอกเล่าเรื่องราวถึงความสร้างสรรค์และไร้การควบคุมของยุค 70s ในมหานครนิวยอร์กที่ซึ่งร็อคแอนด์โรลเกิดร่วมยุคและผสมผสานกับเพลงดิสโก้ พังค์ และฮิปฮอปรุ่นบุกเบิก รวมถึงเซ็กส์และยาเสพย์ติดก็เบ่งบานท่ามกลางเมืองแห่งอาชญากรรมและสภาพเศรษฐกิจที่กำลังล้มระเนระนาด

 

เช่นเดียวกับซีรีส์เรื่องก่อนของ HBO อย่าง Boardwalk Empire เรื่อง Vinyl นี้ผสมผสานข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์กับบทภาพยนตร์อย่างลงตัว (The Mercer Arts Center นั้นถล่มลงมาจริงๆ ในปี 1973 แต่ไม่ใช่ช่วงที่ The New York Dolls ทำการแสดง) ยิ่งใกล้เคียงความจริงมากโดยเฉพาะการเล่าเรื่องราวถึงอุตสาหกรรมดนตรีที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านยุคที่สำคัญ RCA ซึ่งเป็นเจ้าพ่อในตลาดเพลงมานานก็โดนบดบังรัศมีโดย CBS ส่วนคลื่นลูกใหม่ของ Warner Communications ทั้งสามอย่าง Warner Elektra และ Atlantic และ อินดี้แนวใหม่อย่าง เดวิด เกฟเฟนก็ออกมาตามทางของตัวเอง

 

“ตัวละครถูกออกแบบมาได้ตรงเป๊ะไปเลย และการใช้ดนตรีก็งดงามมาก” เจอร์รี่ แบรนดท์ ผู้เป็นตัวแทนของ The Rolling Stones ในยุค 60s และเป็นผู้บุกเบิกคลับในตำนานของนิวยอร์กอย่าง Electric Circus และ The Ritz

 

ว่ากันตามจริง ฟิเนสตร้าชวนให้นึกถึงผู้ก่อตั้ง Casablanca Records อย่างนีลล์ โบการ์ต ผู้ปลุกปั้นดอนน่า ซัมเมอร์และ Kiss ถ้ามองจากรูปลักษณ์ ฟิเนสตร้าช่างคล้ายคลึงกับเรย์ คาวิเอโน่ จอมอัจฉริยะแห่งยุคดิสโก้เหลือเกิน

 

ความเป๊ะของรายละเอียดในค่ายเพลง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า บทสนทนา งานปาร์ตี้  คือสิ่งที่ Vinyl ทำได้เนี้ยบมาก และนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ได้มาโดยบังเอิญ ริช โคเฮ่น นักข่าวและผู้ร่วมสร้างสรรค์ Vinyl ได้ทำการรีเสิร์ชสำหรับซีรี่ส์นี้มาตั้งแต่ปี 1997 แล้ว “ผมใช้เวลาสัมภาษณ์คนนานสองปีเลยครับ” คนในวงการเพลงที่เขาไปตามสัมภาษณ์มานั้นมีทั้งคนทำเพลงอินดี้ยุคเก่า จูลี่ ริฟกิ้น,ไฮ ไวส์ อดีตแชร์แมนของ Elektra และ Capitol อย่างโจ สมิธ รวมถึงกลุ่มคนที่กุมบังเหียนของอุตสาหกรรมดนตรีอย่างอดีตซีอีโอของค่ายเพลง Universal Music Group ไนเจล เกรนจ์ และแดนนี่ โกลด์เบิร์ก ไปจนถึงนักหนังสือพิมพ์อย่าง เคท ไฮแมน

 

“ผู้คนในวงการแอบหวั่นในตัวซีรีส์นี้นะครับ” เกรนจ์กล่าว ตัวเขาเองกลัวว่า Vinyl จะออกมาเต็มไปด้วยเซ็กส์, ยาเสพย์ติด และร็อคแอนด์โรลในแง่มุมเดิมๆ ซ้ำซาก แต่แล้วเขาก็ถึงกลับแปลกใจที่ผู้สร้างสรรค์ของซีรีส์นี้ให้ความคารวะเรื่องที่เกิดขึ้นจริงมากๆ Vinyl คือการปลุกวิญญาณของกลุ่มศิลปินที่ไปไม่ถึงฝั่งฝันความสำเร็จเสียทีอย่าง The Good Rats เช่นเดียวกับศิลปินหลายคนที่เลือนหายไปตามกาลเวลา

 

ความตึงเครียดที่แสนดราม่าที่เกี่ยวพันกับยอดขายของ American Century มีความสอดคล้องกับรอน ชาพิโร่ ชาพิโร่ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมในปี 80s ผ่านทางสื่อที่ MCA Records และทำหลากหลายหน้าที่รวมทั้งเป็นประธานบริษัทร่วมที่ Atlantic “ที่ Atlantic เราผ่านมาทั้งการขาย Time-Warner ทิ้ง และการขายให้ เอ็ดการ์ บร็อนฟแมน จูเนียร์” เขากล่าว “ความกดดันในการทำหนังสือให้ออกมาดูดีนั้นมันสุดๆ ไปเลย และสิ่งที่มากับความกดดันด้วยคือ เสียงนินทา และความหวาดกลัวไม่รู้จบของผู้คนที่กลัวสูญเสียงานของตัวเองไป หลากหลายงานดีๆ ถูกลดคุณภาพลงไปด้วยครับ”

 

ความไม่เท่าเทียมทางเพศอันชัดเจนของวงการนี้เห็นได้ชัดผ่านตัวละครของเจมี่ ไวน์ (จูโน เทมเปิ้ล) ผู้ซึ่งในตอนทดลองฉาย รับบทเลขาฝ่าย A&R และเป็นเอเย่นต์ยาให้กับผู้มีอิทธิพลในวงการ แนนซี่ เจฟฟรี่ย์ ผู้บริหารด้านการสื่อสารของ MPL เริ่มอาชีพของเธอในยุค 70s ด้วยการทำงานเป็นผู้ดูแลศิลปินให้กับ RCAและ A&M เธอมีความคล้ายคลึงกับเจมี่ เข้าสู่โลก A&R ด้วยการเป็นเลขา “ผู้ชายจะไม่ได้เลือกให้มาทำงานเลขา ฉันเข้าไปใน RCA เพราะความสามารถ”

 

Vinyl ถือว่าเป็นซีรีส์ที่มีเรตติ้งดี (ตัดสินจากยอดคนดูตลอด 4 ตอน) เพราะพล็อตของเรื่องที่เป็นเมโลดรามาติก เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ไม่เคารพกฎหมาย เช่น คดีฆาตกรรมเจ้าของคลื่นวิทยุ การยัดเงินให้กับคลื่นวิทยุเพื่อจะได้เล่นเพลงของค่ายตัวเอง หรือ เปิดโปงผู้ร้ายที่ฉากหน้าเหมือนจะไม่มีพิษมีภัย

 

ทุกอย่างที่เล่าคือเหตุการณ์จำลอง แต่บอกได้เลยว่าสมจริงเสียจนคุณอาจจะนึกออกทันทีว่าเรื่องกำลังพูดถึงใคร ซึ่งมันอาจจะเปลี่ยนสิ่งที่คุณเคยเชื่อมาตลอดเลยก็เป็นได้

 

Story by: Fred Goodman

Translated by: Patricia K.

Photo by: Billboard