03

แม้ว่าวงดนตรีอินดี้จากกรุงลอนดอนนามว่า PREP อาจจะยังไม่มีชื่อเสียงในวงกว้างเท่าใดนัก แต่เมื่อผู้จัด Seen Scene Space ประกาศพาพวกเขาเดินทางมาเปิดการแสดงสดที่เมืองไทยเป็นครั้งแรกก็ทำให้เราตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เนื่องด้วยบทเพลงของพวกเขาที่เราได้ฟังจากเว็บไซต์ยูทูปมาสักพักใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Who’s Got You Singing Again, Cheapest Flight หรือ Sunburnt Through the Glass มันช่างละมุนหูดีแท้ และในที่สุดค่ำคืนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรื่นรมย์ก็ถือกำเนิดขึ้นเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

 

ยอมรับตามตรงว่าเมื่อเดินทางสู่สถานที่จัดงานอย่าง Live RCA Bangkok ในช่วงราวๆ สองทุ่ม ผู้เขียนค่อนข้างรู้สึกอ่อนเพลียพอสมควรจากภารกิจในช่วงกลางวันที่ลากยาวมาถึงช่วงโพล้เพล้ บวกกับอากาศอันอบอ้าวไม่เกรงใจหน้าไหน แต่ในเมื่อมีความตั้งใจว่าจะต้องดูวงนี้ให้ได้นับตั้งแต่วันแรกที่ผู้จัดคอนเฟิร์มอย่างเป็นทางการ เป็นไงเป็นกันล่ะงานนี้ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าในช่วงเวลาดังกล่าวผู้ชมจะยังค่อนข้างบางตาอยู่สักหน่อย แม้ว่าจะมีประกาศผ่านเฟซบุ๊กเพจของผู้จัดว่าเหลือบัตรขายหน้างานเพียง 30 ใบสุดท้ายแล้วก็ตาม

01

Lukpeach

โชว์แรกของค่ำคืนที่ผ่านมาเปิดด้วย Lukpeach หรือ ลูกพีช-รพีพร ตันตระกูล ที่หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอจากเวทีการประกวดร้องเพลง The Voice Thailand Season 2 และเธอก็เพิ่งจะปล่อยซิงเกิ้ลเปิดตัวในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่าง High ออกมาให้ฟังกันเมื่อไม่นานมานี้ แน่นอนว่าสาวลูกพีชก็นำซิงเกิ้ลดังกล่าวมาเล่นปิดโชว์เป็นเพลงสุดท้าย โดยก่อนหน้านั้นเธอก็นำเพลงที่ทำเอาไว้แต่ยังไม่ได้ปล่อยอย่าง Not Mine และ Too Far มาเล่นสดๆ ให้ฟัง รวมถึงเพลงคัฟเวอร์ Someone That Loves You จากวง HONNE และ My Favorite Part จาก Mac Miller ด้วย (ในเพลงหลังเธอและวงแบ็คอัพคัฟเวอร์ได้สุดยอดมาก) ซึ่งยอมรับโดยดุษดีเลยว่าน้ำเสียงของลูกพีชนั้นยอดเยี่ยมไม่มีตก อีกทั้งบทเพลงที่เน้นการเล่าเรื่องของเธอก็ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม แต่อาจเป็นเพราะนี่คือโชว์บนเวทีครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ลูกพีชจึงออกอาการเกร็งและประหม่าอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงซาวนด์บนเวทีที่ในช่วงแรกอาจยังฟังดูแปร่งๆ อยู่บ้าง ทำให้การขับเน้นบรรยากาศผ่านเสียงเพลงที่เราสัมผัสได้จากสตูดิโอเวอร์ชั่นในเพลง High นั้นขาดหายไป คงจะต้องอาศัยการสั่งสมประสบการณ์ต่อไปเรื่อยๆ และเราเชื่อว่า ลูกพีชทำได้

02

Cloud Behind

ต่อด้วยวง Cloud Behind วงอัลเทอร์เนทีฟซึ่งนำเอากลิ่นอายของดนตรีชูเกซ, แอมเบียนต์ และไซคิเดลิกมาผสมผสานที่หายหน้าหายตาไปพักใหญ่ ก่อนจะเพิ่งกลับมาปล่อยซิงเกิ้ลใหม่เมื่อ 1-2 เดือนที่แล้ว และที่สำคัญ พวกเขากลับมาพร้อมโชว์ใหม่ที่หนักแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เริ่มต้นด้วย นกนางนวล ที่ทำเอาทั้งฮอลล์ล่องลอยกันพอสมควร ต่อด้วยซิงเกิ้ลล่าสุดที่ยังมีมู้ดแอนด์โทนคล้ายๆ กันอย่าง ในท้องฟ้า เพิ่มบีตให้หนักแน่นขึ้นกับไลน์กลองย้ำๆ ในเพลง แค่แปลกตา ที่ทำเอาผู้ชมเริ่มโยกตาม ก่อนที่จะพาทุกคนเข้าสู่โหมดดาร์คสักหน่อยกับเพลงที่ทำให้พวกเขากลายเป็นที่รู้จักอย่าง เทา ซึ่งมีการนำมาเรียบเรียงดนตรีใหม่อีกด้วย โดยรวม Cloud Behind มีโชว์ที่ดี ซาวนด์ที่ใช้ได้ บรรยากาศจากเพลงของพวกเขาเอาคนดูอยู่หมัดตลอดทั้งโชว์ ทว่าด้วยสไตล์การร้องของนักร้องนำอาจทำให้แฟนเพลงกลุ่มใหม่ที่ไม่เคยฟังเพลงของพวกเขามาก่อนอาจจะจับใจความในสิ่งที่พวกเขาจะสื่อสารค่อนข้างยากอยู่สักหน่อย แต่เอาเป็นว่า โชว์นี้ทำให้เราหายคิดถึง Cloud Behind ได้ดีทีเดียว

Processed with VSCO with f2 preset

PREP

รู้สึกได้ว่าอากาศภายในฮอลล์ค่อนข้างจะน้อย ก็เลยออกมาพักสูดอากาศข้างนอกระหว่างที่ PREP กำลังเซ็ตเวที แต่ดูเหมือนว่าอุณหภูมิที่มากระทบร่างกายจะไม่มีทีท่าจะลดลง แต่ไม่เป็นไร อีกอึดใจเดียว 4 หนุ่มวง PREP อันประกอบไปด้วย แดน แรดคลิฟฟ์ (กีตาร์, คีย์บอร์ด, ซินธิไซเซอร์), ลีเวลีน แอป เมิร์ดดิน (คีย์บอร์ด, เปียโน), กีโยม แจมเบล (กลอง) และ ทอม แฮฟล็อค (ร้องนำ) ก็จะขึ้นเวทีแล้ว

เมื่ออินโทรเพลงแรกดังขึ้น ก็ทำเอาเราลืมความร้อนระอุเมื่อชั่วครู่ไปในทันที กับบรรยากาศละมุนชวนโยก แม้ว่าจะมาจากบทเพลงที่เราไม่รู้จัก รวมถึงซาวนด์ที่ยังไม่เสถียรนักก็ตาม สมาชิกทั้ง 4 ของ PREP ขึ้นมาพร้อมนักดนตรีแบ็คอัพอีก 2 คนที่ชื่อ ออลลี เวสตัน (แซกโซโฟน, ฟลูต, คีย์บอร์ด, ซินธิไซเซอร์) และ เจมส์ อาห์ไว (เบส) กับรอยยิ้มและแววตาที่รับรู้ได้ว่า พวกเขาพร้อมจะสร้างความสุนทรียะให้กับแฟนเพลงชาวไทยแล้ว

Processed with VSCO with f2 preset
Processed with VSCO with f2 preset

โชว์ของ PREP สลับไปมาระหว่างเพลงจากอัลบั้มอีพี Futures ที่คุ้นหูกันดีอยู่แล้วกับเพลงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน แน่นอนว่าเพลงอย่าง Sunburnt Through the Glass, Futures และ Who’s Got You Singing Again คนดูที่เนืองแน่นอยู่ทั้งบริเวณชั้นบนและล่างภายในฮอลล์ก็ร้องตามกันกระหึ่ม ในขณะที่บรรดาบทเพลงที่อาจจะเพิ่งได้ฟังกันเป็นครั้งแรก ทุกคนก็ยังโยกตัว ปรบมือ ชี้นิ้วขึ้นฟ้าตามวงกันแบบไม่มีอิดออด โดยเฉพาะเพลงใหม่ที่ชื่อว่า Don’t Bring Me Down รวมถึงเพลงสุดท้ายก่อนอังกอร์อย่าง Situation นี่เรียกได้ว่า ใครมีพื้นที่เพียงพอที่จะออกสเต็ปได้ก็วาดลวดลายกันเต็มที่ ก่อนพวกเขาจะออกมาปิดท้ายด้วย Cheapest Flight ที่ทำให้อบอุ่นหัวใจเหลือเกิน

อย่างที่กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่า ซาวนด์ในช่วงแรกอาจยังฟังดูแปลกๆ พอสมควร ด้วยไลน์ของเครื่องดนตรีบางชิ้นที่ดังขึ้นมามากกว่าชิ้นอื่น แต่นับจากไปเพลงที่สองเป็นต้นมาก็ถือว่าหาจุดลงตัวได้ แม้ว่าหลายเสียงจะมีความเห็นตรงกันว่า ซาวนด์เบสค่อนข้างหนักกว่าที่คิดไว้ ส่งผลให้ความละมุนละม่อมทางซาวนด์ที่ได้ฟังจากสตูดิโอเวอร์ชั่นนั้นหายไปไม่น้อย

Processed with VSCO with f2 preset

ทว่าสิ่งที่ทำให้ผู้ชมลืมความแปลกแปร่งนิดๆ จากทั้งซาวนด์ที่ได้ยิน การตัดอารมณ์จากวง Cloud Behind สู่ไฮไลต์ของงานอย่าง PREP รวมถึงอากาศที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าวภายในฮอลล์ซึ่งไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใดก็คือ เพอร์ฟอร์แมนซ์ของ PREP ที่มีอารมณ์ร่วมในทุกเพลง ความเป็นกันเองของสมาชิกทุกคนที่ส่งมาถึงคนดูทั้งที่อยู่ด้านบนและด้านล่าง ภาษาไทยของ ทอม นักร้องนำทั้งคำว่า สวัสดีครับ, ขอบคุณครับ, กรุงเทพฯ และ สุดทีน ที่ออกเสียงได้ชัดเหลือเกิน รวมถึงเสียงเฮดโทนอันแหลมสูงจากนักร้องนำ ไลน์ประสานที่มีเสน่ห์เหลือเกิน ยิ่งบวกกับกรู๊ฟกลิ่นอายอาร์แอนด์บีและโซลฟังค์ที่ผสมผสานอยู่ในเพลงป๊อปของพวกเขา และซินธิไซเซอร์ที่พวกเขาดีไซน์ออกมาได้น่าสนใจมากๆ (ร้อง โอ้โห ไปหลายรอบเลยทีเดียว) ก็ยิ่งทวีความสุขให้กับทุกๆ คนที่อยู่ในงานได้ตลอดทั้งโชว์ แถมเมื่อจบงานพวกเขายังออกมาแจกลายเซ็น ขายแผ่นไวนิล รวมถึงสวมบทบาทดีเจเปิดเพลงในอาฟเตอร์ปาร์ตี้เองอีกต่างหาก เรียกได้ว่าได้ใจแฟนเพลงชาวไทยไปเต็มๆ

 

และสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในความรู้สึกของผู้เขียนทันทีเมื่อโชว์สิ้นสุดลงก็คือ อยากดู PREP เล่นสดอีกอย่างปฏิเสธไม่ได้…

 

Story & Photos by: Chanon B.