Guy-Manuel de Homem-Christo และ Thomas Bangalter สองหนุ่มโปรดิวเซอร์ชื่ออ่านยากจากประเทศฝรั่งเศส หรือที่ทุกคนรู้จักพวกเขาภายใต้ชื่อในวงการว่า Daft Punk ภายใต้ชื่อนี้พวกเขาได้กวาดรางวัลปริมาณมากมายจากหลายสำนักมาเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จในสายอาชีพนักดนตรีอย่างไม่ต้องสงสัย นอกเหนือไปกว่านั้น ‘ภาพลักษณ์’ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ Daft Punk นำเสนอได้ชัดเจนมาตลอดและเป็นองค์ประกอบของงานของพวกเขามาจนถึงทุกวันนี้

0

pitchfork.com

ยุคหน้าสด ( 1993 – 1996 )

ย้อนกลับไปปี 1993 กีย์ มานูแอล และ แบงกอลเตอร์ ให้สัมภาษณ์ลงแม็กกาซีน Jockey Slut เป็นครั้งแรกในฐานะศิลปินชื่อ Daft Punk เมื่อสมัยนั้นพวกเขายังคง ‘โอเค’ ที่จะให้สื่อถ่ายรูปได้ตามปกติ

อันที่จริงแล้ว ภาพโปรโมทแผ่นซิงเกิ้ล Da Funk ในปี 1995 ยังเป็นหน้าพวกเขาสองคนทาสีน้ำเงินอยู่เลยด้วยซ้ำ

1

bandmine.com

 

จนกระทั่งปี 1996 เมื่อ Daft Punk ได้ให้สัมภาษณ์ลง Jockey Slut อีกรอบ

2

 

และเนื่องจากคราวนี้พวกเขามีชื่อเสียงในแวดวงดนตรีเต้นรำในระดับหนึ่งแล้ว Daft Punk เลยได้ขึ้นหน้าปกแม็กกาซีนด้วย ประเด็นคือ ภาพถ่ายของพวกเขาปกหน้าปก การที่สมาชิกมีสองคน รวมกับชื่อแม็กกาซีนที่มีคำว่า SLUT ทำให้ภาพลักษณ์ทั้งหมดของแม็กกาซีนเล่มนี้ออกมาคล้ายคลึงกับหนังสือโป๊ราคาถูกที่หาซื้อได้ในสมัยนั้น และนั่นทำให้ Daft Punk ปฏิเสธการออกสื่อทุกอย่างด้วยหน้าสดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ยุคหน้ากากแรกเริ่ม ( อัลบั้ม Homework )

หลังจากเกิดเหตุการณ์ปกหนังสือโป๊ของ Jockey Slut ในปี 1996 Daft Punk เข้าเซ็นสัญญาทำอัลบั้ม Homework กับ Virgin Records ในปี 1997 (ในสัญญาระบุด้วยว่า ทั้งสองคนขอสิทธิ์ในการปิดบังหน้าตาตัวเองเพื่อความเป็นส่วนตัวตลอดการทำงานในฐานะศิลปิน) หลังจากนั้นรูปภาพต่างๆ ของพวกเขาก็เป็นการใส่หน้ากาก คลิปวีดีโอสัมภาษณ์ทั้งหมดก็เป็นอนิเมชั่น รวมไปถึงภาพ press release ก็ถูกเซ็นเซอร์หน้าตาทั้งสองคนเท่าที่ทำได้

3
4
5
6
7

futurestyle.org

 

อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันในบรรดาแฟนเพลง Daft Punk ว่า อัลบั้ม Homework ที่ออกมานั้น ทั้งสองคนก็ใจดีใส่หน้าตัวเอง (แบบเบลอๆ) มาในปกอัลบั้มให้ทุกคนที่เป็นเจ้าของแผ่นได้เห็นหน้าค่าตากันอยู่

8

 

ตัวอย่างงานเพลงของ Daft Punk ในยุคนี้ ถ้าเอาที่ดังและโดดเด่นที่สุดก็หนีไม่พ้นมิวสิควีดีโอเพลง Around the World กำกับโดย มิเชล กอนดรี เจ้าพ่องานกราฟิกตั้งแต่เมื่อปี 1997

 

ตัดจบภาค 1 แค่นี้ก่อน คราวหน้ามาต่อ ภาค 2 ถึงความเป็นไปของ กีย์ มานูแอล เดอ โฮเมม คริสโต และ โทมัส แบงกอลเตอร์ หลังจากที่พวกเขาตัดสินใจจะแปลงร่างเป็นหุ่นยนต์พร้อมกับงานเพลงอัลบั้ม Discovery ในช่วงประมาณปี 2001 และชื่อเสียงที่ส่งพวกเขาเป็นศิลปินระดับโลกนับแต่นั้นเป็นต้นมา

 

 

Story by: เอม – ธิติพันธุ์ อนะวัชพงษ์ (มือกลอง Slur)