bb15-2017-beat-jukeboxes-Patrick-Swayze-Lisa-Niemi-billboard-1548

นักสะสมตู้เพลงตัวพ่อ และเจ้าของบริษัท JukeBoxes Unlimited ดอน มูลเลอร์ เนรมิตคฤหาสน์หลังใหญ่ย่านซาน เฟอร์นานโด วัลลีย์ ให้กลายเป็นสถานที่เก็บรักษาตู้เพลง ที่นักสะสมหลายๆ คนได้แต่ฝันถึง ผู้สร้างซีรี่ส์สุดฮิตทางโทรทัศน์ Simpsons อย่าง แมตต์ โกรนิง ก็เป็นหนึ่งในลูกค้าของดอน โดยเป็นเจ้าของตู้เพลงรูปโดม รุ่น 1961 AMI Continental ซึ่งได้มาจากคฤหาสน์แห่งนี้เช่นกัน ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ก้าวเท้าเข้ามาในนี้ จะรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจจนล้นไปหมดดอนกล่าวอย่างติดตลก ลูกค้าคนดังคนอื่นๆ ของเขายังได้แก่ ทอม เพ็ตตี้, บรูซ วิลลิส, ดรูว์ แบร์รีมอร์ และ Snoop Dogg หลังจากเจ้าตัวเริ่มกิจการคฤหาสน์ตู้เพลงมาตั้งแต่ปี 1971

ภายในคฤหาสน์ ประกอบไปด้วยโชว์รูมที่จัดวางตู้เพลง โดยเป็นรุ่นที่นับว่าเป็นเอกลักษณ์มากที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก จัดวางไว้ไม่ต่ำกว่า 12 ชิ้น อาทิ อดีตตู้เพลงของบิล คอสบี รุ่น 1946 Wurlitzer Bubbler และ 1948 Seebug M100A ซึ่งดอนบอกว่าเป็นตู้เพลงที่บรรเลงเสียงเพลงได้ดีที่สุด ที่ตู้เพลงรุ่นอื่นๆ ควรเอาเป็นแบบอย่าง ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อตู้เพลงกับดอนนั้น ต้องวางค่ามัดจำล่วงหน้าในราคา 9,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3 แสนบาท) ก่อนที่ตู้เพลงรุ่นที่ต้องการซื้อจะถูกนำไปซ่อมแซม ปรับปรุงให้คุณภาพเสียงดียิ่งขึ้น และจัดส่งในลำดับต่อไป

bb15-2017-beat-jukeboxes-don-muller-billboard-1240

ดอน มัลเลอร์

 

สำหรับบรรดานักดนตรีและศิลปินมองว่าการทุ่มเงินจำนวนมากๆ เพื่อซื้อตู้เพลงนั้น เป็นการลงทุนทางดนตรีอย่างหนึ่ง โดยความนิยมนี้เริ่มมีมาตั้งแต่ยุค 1940-1950’s เป็นต้นมา จอห์น เลนนอน ยังเคยมอบตู้เพลงรุ่น 1965 KB Discometic ให้กับ วิลสัน พิคเกตต์ และบรูซ ชันเเนล เพื่อเป็นของขวัญตอบแทนที่ทำหลายๆ เพลงของเขาให้กลายเป็นที่โด่งดัง หรืออย่าง ไมเคิล แจ็คสัน ก็มอบตู้เพลงรุ่น Rock-Ola ให้กับ ควินซี โจนส์ หลังจากที่เพลง Thriller ทำให้เขากลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืนในปี 1982 ตู้เพลงนั้นก็เหมือนกับกีตาร์ ยิ่งเวลาผ่านไป มูลค่ายิ่งเพิ่มมากขึ้น เช่นตู้เพลงสไตล์ Gabel Kuro ปี 1940 เริ่มแรกมีราคาเพียงไม่กี่พันเหรียญ แต่ปัจจุบันมูลค่าอยู่ที่ 120,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 4 ล้านบาท

bb15-2017-beat-jukeboxes-john-lennon-billboard-1240

 

 

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระแสความนิยมของแผ่นเสียงไวนิลด้วย ที่ทำให้ความนิยมของตู้เพลงเพิ่มขึ้นไปตามลำดับ จากแฟนดนตรีกลุ่มเดียวกันธุรกิจตู้เพลงเติบโตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ขณะที่ดอนกำลังพูดคุยกับเราอยู่นี้ เจ้าตัวมีคิวจะต้องจัดส่งตู้เพลงอีกกว่า 19 ชิ้นไปตามที่ต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ซูริค, บัลติมอร์, เท็กซัส และเทนเนสซี

ทางด้านประธานบริษัท Rock Ola ผู้จัดจำหน่ายตู้เพลง กล่าวว่า กลุ่มลูกค้าพวกร้านอาหารและบาร์เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น คนที่ซื้อไปตั้งที่บ้านมากกว่า ที่เป็นลูกค้าหลักของเรา Rock Ola จะฉลองกิจการครบรอบปีที่ 90 ในปีนี้ พร้อมพัฒนาตู้เพลงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นภายในปีหน้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคอดนตรี โดยตู้เพลงของ Rock Ola สามารถเล่นได้มากกว่า 13,000 เพลง ด้วยการพัฒนาระบบการเล่นแผ่นซิงเกิ้ล (จำนวนรอบหมุน 45 rpm)

ตอนเด็กๆ ผมคลั่งไคล้อันดับเพลงท็อป 40 มาก พอโตมาผมก็ยังคงเป็นเจ้าของเพลงพวกนั้นอยู่ในแบบ 45 rpm ไมเคิล ปีเตอร์เซน ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายธุรกิจและกฎหมายสัมพันธ์ บริษัท Universal Music Publishing Group กล่าว เจ้าตัวเป็นเจ้าของตู้เพลงรุ่น 1973 Seebug ซึ่งอาจทำงานได้คล่องตัวไม่เท่ารุ่น Wurlitzer ที่สำนักงานใหญ่ของยูนิเวอร์เซลในแนชวิลล์ก็ตามที

ดอนมองว่าในยุคที่มีเพลย์ลิสต์เป็นล้านให้เลือกเสพ ตู้เพลงยังคงสามารถทำได้ขนาดว่า เปลี่ยนคนขี้อายให้กลายเป็นกล้าแสดงออกได้เลยล่ะดอนทิ้งท้าย

02-bb15-2017-beat-jukeboxes-1548

 

Original 1946-47 Wurlitzer 1015

หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “The Bubbler” หนึ่งในตู้เพลงรุ่นที่โด่งดังที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ในอดีตเคยเล่นแบบแผ่นเสียงซิงเกิ้ลอยู่ที่ 78 rpm ปัจจุบันดอนปรับแต่งให้เล่นได้อยู่ที่ 45s อีกทั้งยังเป็นตู้เพลงที่แทบจะไม่เคยถูกสัมผัสและปรับเปลี่ยนองค์ประกอบใดๆ เลย ราคาแรกเริ่มอยู่ที่ 2,500 ถึง 10,000 เหรียญสหรัฐฯ แต่ดอนขายในราคา 40,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1 ล้าน 3 แสนบาท) ด้วยเหตุผลที่ว่าเจ้าเครื่องนี้เคยตกเป็นของบิล คอสบีมาก่อนนั่นเอง

03-bb15-2017-beat-jukeboxes-1548

 

 

1954 Seeburg M100 “G

หลังจากปรากฏตัวในซีรี่ส์เรื่อง Happy Days ต่อมาเจ้าตู้เพลงรุ่น 1953 Seeburg “C” ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำซีรี่ส์เรื่องนี้ไปในทันที มีจุดเด่นด้วยสีสันสดใส สะดุดตา แต่แล้วก็มีการพัฒนามาเป็นรุ่น “G” ด้วยวัสดุที่คงทนกว่าเดิม ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,200 เหรียญสหรัฐฯ แต่ถ้าได้รับการปรับแต่งแล้ว ราคาจะสามารถขึ้นไปสูงถึง 9,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3 แสนบาท) เลยทีเดียว

01-bb15-2017-beat-jukeboxes-1548

 

1959 Seeburg Model 222

ตู้เพลงรุ่นแรกและรุ่นเดียวจาก Seeburg ที่จะโชว์ให้เห็นฟังก์ชั่นการทำงานของตู้เพลงอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ขณะเปลี่ยนแผ่นเสียง ไปจนถึงการขยับของเครื่องกล ราคาอยู่ที่เกือบ 10,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3 แสน 3 หมื่นบาท) นับว่าเป็นรุ่นที่กลไกการสร้างค่อนข้างยากและท้าทาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็นับว่าคุ้มทีเดียว เพราะให้เสียงที่ไพเราะยิ่งขึ้นไปอีก

 

Story by: Brooke Mazurek
Photos by: Billboard
Translated by: Promthida R.