03-Diplo-bb16-fea-2016-billboard-crop1-1548

 

วันนี้เรามีนัดคุยกับดิปโพล แสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายที่มหานครนิวยอร์กนั้นร่มรื่นกำลังดี แต่ดิปโพลดูท่าทางไม่ค่อยสดใสรับกับอากาศเท่าไหร่ น่าจะยังเหนื่อย เพราะเมื่อสองคืนก่อนเขารับงานด่วนทำให้ต้องบินไปเซี่ยงไฮ้เพื่อเล่นที่งานอาฟเตอร์ปาร์ตี้แห่งหนึ่ง เมื่อคืนเขาบินวกกลับมาที่ลอสแอนเจลิสเพราะตั้งใจว่าอย่างน้อย ในหนึ่งเดือนเขาต้องหาเวลามาอยู่กับลูกชายสุดที่รักทั้งสองคนให้ได้ (ล็อกเก็ต 5 ขวบ ส่วนคนเล็ก เลเซอร์ เพิ่ง 1 ขวบเท่านั้น) “ผมทำพาสปอร์ตหาย จัดงานการกุศลที่บ้านเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ปวยเป็นมะเร็ง เข้าไปประชุมที่ค่าย Mad Decent เรื่องผลิตสินค้ามาขาย” เขาสาธยายให้ฟังว่าวันสองวันนี้ทำอะไรมาบ้างด้วยสีหน้าที่ง่วงเหงาหาวนอนสุดๆ “จนมาถึงที่นี่ ว่าจะเล่นโยคะสักหน่อย”

อาจฟังเหมือนบ่น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาไม่พอใจกับกิจกรรมทั้งหมดที่ว่ามา ดิปโพล (โทมัส เวสลี่ย์ เพ็นท์ซ) ดีเจ/โปรดิวเซอร์วัย 37 ปีคนนี้ยังสนุกกับการใช้ชีวิตเสมอ เพราะเขารู้ดีว่าถ้าเขาชะลอไปแม้แต่นาทีเดียว ทุกอย่างมีสิทธิ์พังได้

ในปี 2015 ดิปโพลเป็นเจ้าพ่อประจำคลื่นวิทยุและสตรีมมิ่ง เขามีเพลงเด่นถึงสองเพลงที่มาพร้อมซาวนด์ที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน ทั้งสองเพลงมีความฟิวเจอร์ริสติกที่เข้มข้น ทรอปิคัลนิดๆ และมีท่อนฮุคที่เหมาะจะขึ้นท็อป 40 ได้อย่างง่ายดาย ดิปโพลฉลาดใช้เซ้นส์เลือกบีทและริทึ่มที่หลากหลายจากทุกมุมโลก ตั้งแต่ฟังก์ชวนโยกจากบราซิล, ซาวนด์ลึกลับแห่งโลกบอลลีวูดที่เขาเรียนรู้สมัยทำเพลงกับ M.I.A. หรืออย่างเพลงที่ฟังจากลานเต้นรำที่จาไมก้าที่เขาเคยไปสมัยวัยรุ่น ไปจนถึงเพลงแทร็ปจากฟากแอตแลนต้าที่กลายเป็นแม่แบบของหลายๆ เพลงในค่าย Mad Decent

เพลงแรกคือ Where Are U Now ที่เขาทำในนามของ Jack U ร่วมกับ Skrillex เพื่อนซี้ เป็นเพลงที่ช่วยให้จัสติน บีเบอร์ ได้ลอกคราบความเป็นเด็กทิ้งไปเลย และเพลงนี้ยังมีสไตล์เฉพาะตัวมากพอจนคานเย่ เวสต์ยังชอบ (เพลงนี้ถูกสตรีมไปทั้งหมด 358 ล้านครั้ง บวกกับอีก 1.7 ล้านก๊อปปี้ จากการรายงานของเนลสันมิวสิค) ส่วนอีกเพลงหนึ่งคือ Lean On ที่ดิปโพลทำในนามของวง Major Lazer ร่วมกับ DJ Snake และได้เสียงของ MØ  มาเติมเต็ม ทั้งที่เป็นซิงเกิ้ลเดี่ยวที่ถูกปล่อยออกมา แถมนักร้องก็เป็นสาวจากเดนมาร์กที่ยังไม่ดังในวงกว้าง แต่กลับทำยอดขายแซงเพลงแรกเสียอีก กับยอดสตรีมมากกว่า 400 ล้านครั้ง และยอดขาย 1.7 ล้านก๊อปปี้เท่ากัน ส่วนอีกผลงานของ Major Lazer ที่ชื่อว่า Light It Up ฟีทเจอริ่ง Nyla ก็ติดอันดับชาร์ต Hot 100 แช่แข็งอยู่อย่างนั้นจนล่วงเลยมาสามเดือนแล้ว

“บียอนเซ่เป็นคนเดียวที่ผมโปรดิวซ์ให้เมื่อปีที่แล้ว เพราะเราทั้งคู่คิดเหมือนกันว่าทำเพลงด้วยตัวเองน่ะกำไรกว่าเยอะ” ดิปโพลพูดออกมาเรื่อยๆ ราวกับว่าความคิดของเขาขยับเร็วกว่าริมฝีปากเพียงนิดเดียว “ถ้าทำเพลงกับบียอนเซ่ โอเค เราได้ชื่อเสียงก็จริง แต่ต่อให้ไม่มีผม บียอนเซ่ยังได้อีกเป็นพันล้านจากการทัวร์คอนเสิร์ตนะ แต่ถ้าผมมีเพลงของตัวเองแล้วดังเหมือนอย่าง Lean On ขึ้นมาอีกล่ะก็ ผมทำเงินได้อีกเยอะ ไหนจะทางสปอติฟาย ไหนจะเป็นเฮดไลน์เทศกาล นี่เป็นอีกหนึ่งโมเดลธุรกิจที่ผมอยากลงลึกดู”

“ดิปโพลมีหัวใจเป็นนักธุรกิจแต่มีจิตวิญญาณแบบนักครีเอฟทีฟ” สกูตเตอร์ บรอน ผู้จัดการของจัสติน บีเบอร์ ให้คำนิยามเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานกว่าสิบปี “เขาบอกผมเสมอว่าเราไม่มีวันรู้ได้เลยว่าเวลาของเราจะหมดลงเมื่อไหร่ เราต้องคว้านาทีนี้ไว้ และผมว่าเวลาของดิปโพลยังไม่หมดง่ายๆ เพราะเขามีหัวใจและจิตวิญญาณอย่างที่บอก”

05-Diplo-bb16-fea-2016-billboard-89-1240

 

และซัมเมอร์นี้ ดิปโพลรวบตัวจัสติน บีเบอร์และ MØ เข้าด้วยกันในเพลง Cold Water เพื่อเป็นซิงเกิ้ลเปิดตัวอัลบั้มลองเพลย์ชุดที่สี่ของ Major Lazer ที่เขาขนานนามว่าเป็นการรวมกันของเร็กเก้-อีดีเอ็ม-ป๊อป ฯลฯ ก่อนที่จะมานิวยอร์กในวันนี้ ดิปโพลเล่าว่าเขาตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ จัสติน บีเบอร์ ก็เขียนในทวิตเตอร์ถึงเพลงใหม่เพลงนี้ แถมยังแท็กชื่อถามดิปโพลอีกว่าเพลงนี้จะออกวันไหน “ยังไม่ได้แพลนเลยครับ ตอนผมเห็นเขาทวีตมา ผมก็แบบ ชิบเป๋งแล้ว! ต้องตอบกลับเดี๋ยวนี้เลยสินะ! คือจริงๆ เพลงมันยังไม่เสร็จหรอก เขาคงตื่นเต้นน่ะ ทวิตเตอร์เป็นทางเดียวที่ทำให้ผมรู้ว่าเขาตื่นเต้นกับเพลงนี้ เราไม่ได้แลกเบอร์กัน เลยทวีตเอา”

เพลงนี้ถูกเซ็ตไว้ให้เป็นเพลงเปิดตัวอัลบั้มที่คาดว่าจะปล่อยเดือนมกราคมปีหน้า ดิปโพลแอบตั้งความหวังว่าอัลบั้มนี้จะทำให้แฟนเพลงแยกให้ออกได้ว่างานของ Major Lazer นั้นแตกต่างออกไปจากเดิม “มันสับสนอยู่บ้างเพราะเราอยากทำให้มันอินดี้” เขาหมายถึงเพลง Cold Water “และการชักชวนให้ทีมบีเบอร์มาอินดี้ไปกับเรานั้นมันยาก ผมไม่อยากให้ใครมาชี้ว่า นี่นะ มาร์เก็ตติ้งเขาสำรวจตลาดมาแล้วว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ผมเป็นคนลงสนามเองมาตลอด ผมรู้ดีน่ะ”

เมื่อเดือนมีนาคม Major Lazer กลายเป็นศิลปินอเมริกันวงแรกที่ได้เล่นคอนเสิร์ตในคิวบาตั้งแต่มีปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเมื่อปี 2014 การแสดงครั้งนั้นเป็นฟรีคอนเสิร์ตบนลานกลางแจ้งที่ถนนฝั่งตรงข้ามสถานทูตอเมริกา วันนั้นมีผู้ชมราวๆ 400,000 คนและก็เป็นโชว์ที่สุดเหวี่ยงไม่แพ้ที่ไหนเลย

นอกจากนั่งสัมภาษณ์ เราได้ตามดิปโพลไปทำอีกหนึ่งภารกิจในวันนี้ เขามาตรวจฟุตเทจหนังสารคดีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่เสร็จดีนัก เป้าหมายของดิปโพลคือพาภาพยนตร์เรื่องนี้ไปฉายที่โตรอนโต อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์ม เฟส มันจะไม่ใช่แค่สารคดีประมวลภาพคอนเสิร์ต แต่จะเน้นหนักในประเด็นทางวัฒนธรรมด้วย เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการแสดงที่คิวบาในครั้งนั้น สำหรับดิปโพล การได้ไปเยือนถิ่นอื่นไกลอย่างคิวบา ปากีสถาน หรืออย่างจาไมก้า ที่ซึ่งแม้แต่ศิลปินระดับตำนานยังไม่ค่อยได้ไปกัน การจะไปเล่นตามที่เหล่านี้ได้ต้องใช้ความพยายามเงินมหาศาล “ผู้ชมที่ปากีสถานถึงกับน้ำตาไหล ผมไม่ได้ทำงานกาชาดนะ แต่เด็กในปากีสถานและคิวบาต้องการสิ่งนี้ เหมือนว่าผมกำลังทำบางสิ่งที่สำคัญมากอยู่ ผมช่วยให้พวกเขาได้มีพลังที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ที่บ้านของพวกเขาไม่เคยมีมาก่อน”

Major-Lazer-cuba-bb16-2016-billboard-1240-a

 

ย้อนไปสักสิบกว่าปีก่อน ดิปโพลเริ่มแจ้งเกิดจากการเป็นดีเจที่ฟิลาเดเฟีย (แต่เขาเกิดที่ฟลอริด้า) กับผลงานที่เขาทำกับ M.I.A. ที่คบกันเป็นแฟนในตอนนั้น และเป็นขาประจำในงานปาร์ตี้ใต้ดินต่างๆ ที่เขาจัดกับเพื่อนในนามของ Hollertronix ที่นั่นเขาได้เริ่มยึดสายอาชีพดีเจ และขายแผ่นเสียงหายากที่เคยมีลูกค้านักสะสมเป็น DJ Premier และ คานเย่ เวสต์ ในขณะที่บ้านเกิดของเขาอยู่ที่เซาธ์ฟลอริด้า พ่อเปิดร้านขายอุปกรณ์ตกปลาและแม่ทำงานที่ซูเปอร์มาร์เก็ต “มีอยู่สามสิ่งที่เข้าหูผม นั่นคือ ไมอามี่เบส, เร็กเก้ และ เฮฟวี่เมทัล” นี่คือประโยคที่ดิปโพลเคยบอกกับเราตอนสัมภาษณ์เมื่อสองปีที่แล้ว “ผมยังสงสัยอยู่เลยว่าทำไมคนเราถึงอยากฟังอย่างอื่นนอกเหนือจากสามอย่างนี้”

หลังจากดูงานตัดต่อสารคดีเสร็จ ดิปโพลเดินออกจากออฟฟิศบริษัทภาพยนตร์ไปยังอีกบริษัท TMWRK ในชุดสีขาวดูเด่นตา ทั้งหมวกแก๊ปของ Major Lazer เสื้อฮู้ด Master P และรองเท้าผ้าใบ Yeezys พอไปถึงบริษัทเขาก็ประชุมสั้นๆ กับผู้จัดการอีกคนหนึ่ง แอนดริว แมคอินส์ “แด๊นซ์มิวสิคมีวันตายนะ เราแจ้งเกิดให้มัน และเราก็สามารถทำให้มันล้าสมัยได้เช่นกัน แต่ตอนนี้ผมมองเห็นดิปโพลกำลังกลายเป็น Jay Z หรือ Diddy คนต่อไป หรือเทียบเท่าเดฟ โกรห์ล ก็ได้ เขาลงมือทำสิ่งต่างๆ มากมายและกำลังผลักดันให้ดนตรีแนวนี้ก้าวไปข้างหน้า”

แต่มุมมองของดิปโพลที่มีต่อวงการนี้นั้นแรงกว่ามาก “โลกของดีเจนี่เป็นอะไรที่ห่วยสุดๆ” เขาส่ายหัว “นอกจาก ดิลลัน ฟรานซิส หรือ คาลวิน แฮร์ริส วงการนี้เหมือนเรืออับปาง มันเป็นวัฒนธรรมที่แย่จริงๆ นะ ผมเสียใจที่เป็นส่วนหนึ่งของวงการนี้ แต่ผมจำเป็นต้องเดินตามเกมต่อไป”

แอนดริวร่ายให้ฟังว่าดิปโพลกำลังงานล้นมือขนาดไหน ถ้าไม่นับตารางโชว์ที่แน่นขนัด ทั้งอัดเพลงและแสดงในฐานะ Jack U และ Major Lazer ไปออกรายการ BBC Radio 1, Apple Music แต่งเพลงให้ทั้งตัวเองให้ทั้งคนอื่น ตั้งแต่บียอนเซ่ ไปจนถึงอัชเชอร์ บริหารทั้งสำนักพิมพ์และค่ายเพลงที่ชื่อ Mad Decent (ใช้ชื่อเดียวกัน) และยังมี Mad Decent Block Parties เทศกาลดนตรีประจำปีที่น่าจะขายบัตรได้ถึง 180,000 ใบในช่วงซัมเมอร์นี้ แถมตอนนี้เขากำลังสร้างสตูดิโอใหม่บนพื้นที่เลียบชายฝั่งแสนสงบขนาด 50 เอเคอร์ที่ พอร์ท อันโตนิโอ ในจาไมก้า แล้วไหนจะโปรเจกต์ภาพยนตร์สารคดีที่เราเพิ่งไปตัดต่อกันมาเมื่อสักครู่นี้อีก

นิตยสารฟอร์บสประมาณรายได้ของดิปโพลเมื่อปีที่แล้วว่าอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านเหรียญสหรัฐ “เพราะได้ชื่อว่าเป็นดิปโพลไงล่ะครับ ธุรกิจเลยเข้าหาเขาเยอะ เขาเป็นคนฉลาด รู้จักนำเสนอของแปลกใหม่มาเซอร์ไพรส์เราได้เสมอ” แอนดริวบอกกับเรา “มีหลายเจ้าเหมือนกันนะที่ทำธุรกิจกัญชาควบคู่กับดนตรีไปด้วย เป็นโมเดลทางธุรกิจที่เยี่ยมไปเลย” ใช่แล้ว ในแวดวงธุรกิจค้ากัญชาถูกกฎหมาย ดิปโพลก็เป็นคนที่ฮอตมากรายหนึ่งเช่นกัน

03-Diplo-bb16-fea-2016-billboard-p-1240

 

เก้าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เพลง Paper Planes ดัง เขาก็ได้เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินเบอร์ใหญ่หลายคน ทั้ง อัชเชอร์, คริส บราวน์, มาดอนน่า และล่าสุดกับ บียอนเซ่ ที่ดิปโพลได้ลงเครดิตไว้ถึงสองเพลงในอัลบั้ม Lemonade คือ Hold Up และ All Night “เธอเป็นหนึ่งในศิลปินเพียงไม่กี่คนที่เต็มที่เสมอต้นเสมอปลาย” ดิปโพลชื่นชม “เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครเป็นกันแล้ว” ดิปโพลได้ดูภาพยนตร์ Lemonade ที่พรีเมียร์ทางช่อง HBO เหมือนกับเราทุกคน “ผมดูแล้ว เฮ้ย นี่มันโคตรเมคเซ้นส์”

นอกจากควีนบีและศิลปินอื่นๆ ที่เอ่ยชื่อมา ดิปโพลอยากทำงานกับศิลปินอีกหนึ่งคนแต่ยังไม่มีโอกาส “ผมตามตัวแซม ฮันท์ อยู่ ผมว่าเขาไปได้หลายแนวนะ เหมือนเทย์เลอร์ สวิฟต์”

ซึ่งเราคิดว่าถ้าเขานึกอยากทำงานกับใครแล้วได้ทำจริงๆ ผลออกมาต้องงอกงามแน่นอน ดูจากที่เขาได้ร่วมงานกับจัสติน บีเบอร์ “จัสตินมาที่เวกัสในคืนหนึ่งที่ผมกำลังเล่นเพลง Where Are U Now เขาบอกว่าขอบคุณนะ เพราะนั่นเป็นครั้งแรกที่คนฟังที่เป็นผู้ใหญ่ยังต้องยอมยกนิ้วให้ มันยิ่งใหญ่มากสำหรับเขา เพราะแต่ก่อนเขาคือเด็กกะโปโล เหมือนตัวตลกที่ถูกล้อบ่อยๆ”

สกูตเตอร์ บรอนบอกว่าวินวินกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ “จัสตินช่วยให้ชื่อของดิปโพลได้แผ่ไปในวงกว้างมากขึ้นเยอะ และดิปโพลก็ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือให้กับจัสติน ซึ่งเรากำลังต้องการมากในขณะนั้น”

แล้วดิปโพลคิดว่าเพลงของเขาช่วยให้จัสตินดูโตขึ้นได้จริงหรือ? “ผมว่ามันยากนะ เพราะจัสตินเค้ามีความคูล และเขาก็รักดนตรีแนวป๊อปและแร็พ  (แอบกระซิบว่า เรามีทำเพลงแร็พด้วยกันอยู่ห้าเพลงแต่พวกคุณไม่มีวันได้ฟังหรอก) แล้วคิดดูสิถ้าคุณอายุ 18 19 จะมีหญิงกี่คนก็ได้ ใช้เงินเท่าไหร่ก็ได้ โห ผมต้องบ้าบิ่นหนักกว่าเขาแน่ๆ คือ ตอนนี้ผมอายุ 37 และคิดว่าก็เพิ่งจะมามีวุฒิภาวะก็ตอนนี้แหละ”

skrillex-diplo-justin-bieber-bb16-2016-billboard-1240

 

ต่อให้ไม่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ แต่ถ้าคุณติดตามเขาทางโซเชียลมีเดียคุณก็จะรู้จักเขามากขึ้น ซึ่งเขาชำนาญเพราะเล่นมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก “สแนปแชทเป็นที่ที่เราได้เรียนรู้วัฒนธรรม” เขายกมือแตะหมวก “อย่างหมวกใบนี้ ไม่ใช่ของจริงนะ เป็นแค่สินค้าทดลอง แต่ถ้าผมถ่ายรูปหมวกใบนี้ลงไป เด็กๆ ก็จะตั้งคำถามว่าจะหาซื้อที่ไหนดีนะ หรืออย่างถ้าเคนดัล เจนเนอร์ ใส่เพลงเราลงไปด้วย ยอดขายก็จะดีขึ้นตาม ตลกดีมั้ยล่ะ”

ในวงการดนตรีอาจมีเพียงไม่กี่คนที่เข้าใจประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตอย่างถ่องแท้และทั่วถึง ดิปโพลกับเหล่าเพื่อนร่วมงานของเขาชำนาญการใช้สปอติฟายและแอบเปิ้ลมิวสิคมาก และเพราะการขายเพลงแบบก๊อปปี้ไม่ใช่เป้าหมายหลักของเขา ดังนั้นเขาจึงคร่ำหวอดในช่องทางสตรีมมิ่งเทียบเท่าระดับมืออาชีพ “ผมว่าสปอติฟายมีดีที่เพลย์ลิสต์ ค่าย Mad Decent ของผมก็ปล่อยออกมาตั้ง 400 กว่าเพลงในปีนี้ ที่ทำเพราะอยากทดสอบดูว่าเพลงแบบไหนที่เหมาะกับเพลย์ลิสต์” จากที่ศึกษาข้อมูลมาโดยตลอด พวกเขาจึงอ่านเกมได้แม่นยำขึ้นว่าแต่ละเพลงจะไปได้ไกลสักเท่าไร

มีอีกอย่างที่กำลังเป็นประเด็นในโลกอินเทอร์เน็ตและดิปโพลกำลังให้ความสนใจ เผลอๆ อาจจะชอบมากกว่าเล่นสแนปแชท และสิ่งนั้นคือ เบอร์นี่ แซนเดอร์ส ผู้สมัครลงเลือกตั้งประธานาธิบดีนั่นเอง เขาที่หัวสมัยใหม่กลับเข้าใจและอินกับผู้สมัครวัย 74 ปีนี้คนนี้เป็นพิเศษ “ถ้ามีฮิลารี่ คลินตัน ลงแข่งคนเดียว ผมว่าใครๆ คงไม่สนใจการเมืองเลยล่ะ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ดูน่าตื่นเต้นดี แต่เบอร์นี่ทำให้ผมประหลาดใจได้เพราะเขาทำให้เด็กรุ่นใหม่เข้าใจการเมือง ทั้งหมดเป็นเพราะอินเทอร์เน็ต ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ตเขาคงไม่ได้มาถึงตรงนี้หรอก แต่ตอนนี้เขากลายเป็นไวรัลเหมือนอย่างที่ครั้งหนึ่งฮิปฮอปและเพลงแดนซ์แนวใหม่เคยทำได้ และผมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมนั้น”

เหมือนกับเบอร์นี่ ดิปโพลพยายามตีตัวออกห่างจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ อาจเป็นเพราะเขาเป็นคุณพ่อของลูกที่กำลังโต แต่ล่าสุดก็ไม่วายมีดราม่าในกรณีเพลงฟุตบอลยูโรของเดวิด เกตต้า ที่ดันออกมาคล้ายกับเพลงของ DJ Snake ที่ทำให้เขาต้องเข้ามามีเอี่ยวด้วย “ที่จริงเดวิด เกตต้า เขาดีกับผมมากเลยนะ  แต่ผมแค่อินกับความสับสนที่เกิดขึ้นไปหน่อยน่ะ”

 

 

Story by: Jonathan Ringen
Photos by: Eric Ryan Anderson
Translated by: Sutthimas R.