jann-wenner-2015-billboard-1548

 

กลายเป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการนิตยสารทั่วโลก เมื่อ แจนน์ เวนเนอร์ ผู้ก่อตั้งนิตยสารดนตรีระดับตำนานอย่าง Rolling Stone ได้ประกาศแบ่งขายหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ให้กับชายหนุ่มทายาทอภิมหาเศรษฐีชาวสิงคโปร์

ตลอดเกือบ 50 ปีที่ผ่านมา นิตยสาร Rolling Stone ทำหน้าที่นำเสนอบทความและบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับคนในแวดวงดนตรี ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่แจนน์ เวนเนอร์ แห่งบริษัท Wenner Media LLC ตัดสินใจแบ่งธุรกิจให้นักลงทุนซึ่งเป็นคนนอกมาเป็นผู้ดูแลเพื่อให้นิตยสารยังคงดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางกระแสยุคดิจิตัล

 

Rolling Stone อยู่คู่กับอเมริกันป๊อปคัลเจอร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1967 เมื่อครั้งยังเป็นสำนักพิมพ์ในโกดังแห่งหนึ่งที่ซานฟรานซิสโก เป็นที่แจ้งเกิดให้กับนักเขียนผู้มีพรสวรรค์รวมถึงศิลปินหลายชีวิต แต่เนื่องด้วยปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับนิตยสารทั่วโลก นั่นคือการที่จำนวนของโฆษณาและผู้อ่านนิตยสารนั้นลดลงอย่างมหาศาล และผู้บริโภคหันไปเสพข่าวทางอินเทอร์เน็ตแทน ทำให้ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อธุรกิจสิ่งพิมพ์ ก่อนหน้านี้ในปี 2014 แจนน์ได้มอบหมายหน้าที่ให้ กัส เวนเนอร์ ผู้เป็นลูกชายเริ่มเบนความสนใจไปยังผู้อ่านทางออนไลน์มากขึ้น

กัส เวนเนอร์ ผู้ที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่ง Head of Digital ของบริษัท ได้ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบลูมเบิร์กทางโทรศัพท์ว่า “นี่คือช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ เราได้มีโอกาสนำแบรนด์ไปสู่พื้นที่ทางการตลาดที่ทั้งแปลกและใหม่กว่าเดิม”

ส่วนผู้ลงทุนคนใหม่นั้นคือ Kuok Meng Ru ชายหนุ่มวัย 28 ปีผู้เป็นลูกชายของอภิมหาเศรษฐีชาวสิงคโปร์ Kuok Khoon Hong ซึ่งทางครอบครัวได้ริเริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับดนตรีมาแล้วนั่นคือ BandLab Technologies ที่จะเป็นศูนย์กลางทางโซเชียลเน็ตเวิร์คให้กับบรรดานักดนตรีและแฟนเพลง ซึ่งธุรกิจนี้เพิ่งเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ BandLab จะไม่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในส่วนของเนื้อหาในนิตยสาร Rolling Stone หรือเข้ามาเป็นเสาหลักของบริษัท Wenner Media แต่อย่างใด แต่จะมุ่งพัฒนา Rolling Stone International ซึ่งรวมถึงการจัดทำไลฟ์อีเว้นท์ การทำสินค้าเมอร์แชนไดซ์และธุรกิจการบริการในภูมิภาคเอเชียให้มากขึ้น ส่วนรายละเอียดเรื่องข้อตกลงทางการเงินของทั้งสองฝ่ายนั้นยังไม่เปิดเผยแน่ชัด

ทั้งนี้ ในเครือของแจนน์ เวนเนอร์ยังมีนิตยสารในมืออีกสองหัว ได้แก่ US Weekly และ Men’s Journal

Kuok ได้ระบุว่าได้หารือกันเรื่องนี้มาเป็นระยะเวลา 15 เดือนแล้ว โดยให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับทางผู้สื่อข่าวของบลูมเบิร์กว่า “49 ปีที่ผ่านมานี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า Rolling Stone สำคัญกับคนมากกว่าแค่ในฐานะแบรนด์ ซึ่งตอนนี้เรามีส่วนรับผิดชอบหน้าที่ตรงนี้และนำพาแบรนด์ให้ก้าวไปสู่อนาคต”

 

Story by: Bloomberg
Photo by: Billboard