cover

 

1 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เรื่องราวในชีวิตของแต่ละคนยังคงดำเนินต่อไปในทุกวินาที ดังเช่นบทเพลงที่กดปุ่มเพลย์ทิ้งไว้ ปล่อยให้เราดื่มด่ำกับความสุนทรีย์ไปจนเมโลดี้สุดท้ายสิ้นสุดลง วงการดนตรีบ้านเรากำลังจะก้าวข้ามผ่านปี 2016 ไปสู่ปี 2017 อย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งในปีที่ผ่านมาก็มีทั้งเรื่องราวที่ทำให้เรายิ้มจนหน้าบาน ใจเต้นตึกๆ ตักๆ กับปรากฏการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น เศร้าโศกเสียใจในบางช่วงเวลา รวมถึงขมวดคิ้วกับความเป็นไปในโลกยุคปัจจุบันที่บางครั้งกลับสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น หากบทเพลงที่คุณฟังยังคงทำหน้าที่ของมัน กดปุ่มพอสหยุดไว้ชั่วครู่ แล้วร่วมนึกย้อนกลับไปสู่เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในวงการเพลงไทยในปี 2016 ที่ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ รวบรวมมาไปพร้อมๆ กัน

 

ว่าด้วยเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์เพลง
การละเมิดลิขสิทธิ์เพลงถือเป็นปัญหาที่อยู่คู่วงการเพลงไทยมานานนม แต่ปีนี้ดูเหมือนว่ากระแสการรณรงค์สำหรับเรื่องดังกล่าวจะเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง เริ่มต้นปีด้วยข้อพิพาทระหว่างค่าย Music Bugs ที่ฟ้องร้องบริษัท GMM Grammy และวง Labanoon ด้วยจำนวนเงินสูงถึง 50 ล้านบาท ฐานนำเพลงจาก 7 อัลบั้มที่ Labanoon อยู่ภายใต้ต้นสังกัด Music Bugs ไปใช้ในการแสดงคอนเสิร์ต ในขณะที่ฝั่ง GMM Grammy ได้แจ้งความกลับข้อหาหมิ่นประมาท อีกทั้งยังชี้แจงว่าได้ชำระค่าตอบแทนครบถ้วนหมดแล้ว ซึ่งศาลจะนัดไต่สวนครั้งแรกในวันที่ 4 เมษายน 2017 ที่จะถึงนี้

ต่อด้วยประเด็นร้อนของวงดนตรีที่ชื่อ มหาหิงค์ ที่ทำเพลง สิ่งรอบข้าง ขึ้นมา แต่ท่วงทำนองดันไปเหมือนเพลงดังของวง Two Door Cinema Club อย่าง What You Know จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม ซึ่งในที่สุดวงมหาหิงค์ก็ออกมายอมรับผิดทั้งหมด รวมถึงกระแสจากเพลง แพ้ทาง ของวง Labanoon ที่ว่ากันว่าคล้ายคลึงเพลงที่ชื่อ Nas Teshbehlena ของศิลปินชาวเลบานอนอย่าง Maher Zain แม้จะไม่หนักข้อเท่ากรณีแรก แต่ก็เป็นที่พูดถึงกันอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

01

 

หลังจากนั้นก็ความสับสนที่เกิดจากกรณีเจ้าของร้านกาแฟที่จังหวัดแพร่โดนจับจากการเปิดเพลงในร้านจากเว็บไซต์ยูทูป กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันในสังคมว่าผิดจริงหรือไม่ โดยตัวแทนจากบริษัท Phonorights (Thailand) Ltd. ซึ่งดูแลการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงสากลและเพลงไทยบางส่วนก็ชี้แจงกับ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ อย่างตรงไปตรงมาว่า หากมีการนำไปใช้ในเชิงการค้าและไม่ขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ถือว่าผิดด้วยประการทั้งปวง และเรื่องลิขสิทธิ์เพลงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องให้ความรู้ความเข้าใจกับสถานประกอบการ รวมถึงประชาชนทั่วไปอีกด้วย ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการร่วมงานข้ามทวีประหว่างค่ายวอร์นเนอร์ มิวสิค ประเทศไทย กับค่าย Fueled by Ramen ต้นสังกัดของวง Twenty One Pilots ในการติดต่อเรื่องลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องในการขอเพลงที่ฮิตไปทั่วโลกอย่าง Stressed Out มาดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทย เรียกกระแสฮือฮาไปได้พอสมควรเลยทีเดียว

แม้ว่าข่าวคราวเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์จะเงียบหายไปพอสมควร แต่กระนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็นการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเท่าใดนักเช่นเดียวกัน

 

พิษร้ายจากโซเชียลมีเดีย
ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้ทุกคนได้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งดิจิตัลอย่างเต็มตัวแล้ว สังคมแห่งความว่องไว ไร้ความรอบคอบ มนุษย์โต้ตอบและมีปฏิสัมพันธ์ผ่านทางแป้นพิมพ์หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ ยิ่งบทสนทนาไม่ได้เกิดเบื้องหน้า ก็ยิ่งทำให้ความ ‘ดราม่า’ ปะทุได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

ไม่ว่าจะเป็นกรณีดราม่าที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งสังคมอย่างกระแสการหวนรำลึกถึงยุค 90s อันหอมหวานที่มีการโต้เถียงกันระหว่างกลุ่มคนที่เติบโตจากยุคสมัยนั้น กับเด็กรุ่นใหม่ที่ถูกมองว่าสโลว์ไลฟ์กันไปตามเทรนด์แห่งแฟชั่น หรือแม้แต่เรื่องราวของเสื้อทัวร์วงร็อคชื่อก้องโลกอย่าง Iron Maiden รวมถึงอีกหลายวงที่ไปปรากฏอยู่บนเรือนร่างเซเลบริตี้สาวชาวไทย ทำเอาชาวร็อคขุ่นเคืองเนื่องด้วยเข้าใจว่า การที่ไม่ได้เป็นแฟนเพลงเดนตายของวงดนตรีนั้นๆ ก็เท่ากับว่าไม่มีสิทธิ์สวมใส่เสื้อวงดนตรีวงนั้นๆ นั่นเอง

04
05

 

นอกจากนี้ยังเกิดดราม่าบนโซเชียลมีเดียระหว่างตัวบุคคลอยู่หลายเคส ที่เป็นที่พูดถึงในวงกว้างก็มีทั้งการที่ชาวเน็ตไปแซว นะ-รัตน จันทร์ประสิทธิ์ นักร้องนำและมือกีตาร์วง Polycat ว่าหน้าตาคล้ายคลึงกับเน็ตไอดอลที่ทุกคนคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีอย่าง เทพพิทักษ์ แอสละ จนหนุ่มนะไม่พอใจถึงขั้นเลิกเล่นโซเชียลมีเดียไปเลย ส่วน วสกร เดชสุธรรม หรือ เอส นักร้องนำวงกล้วยไทย ก็ออกมาตอบโต้ สุเทพ หะขุนทด โปรดิวเซอร์ของวงมหาหิงค์ที่พาดพิงวงดนตรีของเขาว่าไม่รู้จัก ซึ่งเป็นเคสต่อเนื่องมาจากข่าวการก็อปปี้เพลงของวงมหาหิงค์นั่นเอง ในขณะที่ ตั๊กแตน ชลดา ก็โดนต้นสังกัดอย่างแกรมมี่ โกลด์ สั่งลบมิวสิควิดีโอที่เธอทำกับแฟนหนุ่ม เพชร สหรัตน์ ที่เผยแพร่ผ่านชันแนลยูทูปส่วนตัว เนื่องด้วยเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในการนำตัวเองไปเล่นมิวสิควิดีโอโดยไม่ได้รับอนุญาต

OUI single cover

 

ด้านหนึ่งในสมาชิกวงแร็ปเพอร์สามสี นที เอกวิจิตร หรือ อุ๋ย แห่ง Buddha Bless ก็โดนตัวแทนจากศูนย์วิชาการพลังเครือข่ายออกมาต่อว่าเนื้อหาในเพลง เพื่อนหายเพราะขายตรง จนกระทั่งเขาตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเพลงเป็น เพื่อนหายเพราะขายอ้อม ในที่สุด ปิดท้ายด้วยข่าวสดๆ ร้อนๆ กับดราม่าเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด ที่ แด๊กซ์ Rock Rider (เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด) และ ริม-กฤษณะ ปานดอนลาน นักร้องนำคนใหม่ของวง Silly Fools โดนชาวเน็ตทักท้วงถึงเรื่องความไม่เหมาะสม ทั้งการนำทำนองมาดัดแปลง การร้องเพี้ยน และร้องผิดจากเนื้อเพลงต้นฉบับอีกด้วย

และดูเหมือนว่าในปีถัดๆ ไป กระแสดราม่าผ่านโลกออนไลน์ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงไปง่ายๆ หากเรายังยึดมั่นในความสำคัญของสิ่งที่อยู่ปลายนิ้วมาเป็นลำดับแรกในชีวิตเหมือนเฉกเช่นทุกวันนี้

old_img_6213

 

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
ปีนี้ถือเป็นอีกปีที่เกิดเรื่องน่าใจหายขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นอาจแสดงให้เห็นถึงทิศทางบางอย่างในอนาคตสำหรับวงการดนตรีบ้านเราก็เป็นไปได้ ทั้งข่าวการเลย์ออฟพนักงานของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) จำนวน 10% หรือคิดเป็น 80 คนเมื่อช่วงต้นปี ต่อด้วยการปิดตำนานแหล่งขายเครื่องดนตรีที่มีอายุกว่า 300 ปีอย่าง เวิ้งนาครเขษม ซึ่งร้านค้าต่างๆ ก็มีการเสาะหาทำเลแหล่งค้าขายใหม่ และเริ่มเปิดให้บริการกันบ้างแล้ว ในขณะที่วงการวิทยุก็ใจคอไม่ดีอยู่ไม่น้อย เมื่อ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์เลิกกิจการบริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด ซึ่งก็ถือเป็นการปิดตัวคลื่นวิทยุขวัญใจวัยรุ่นอย่าง 97.5 SEED FM ไปโดยปริยาย ซึ่ง อสมท จะนำเอาคลื่นความถี่ 97.5 FM กลับไปบริหารเอง โดยถึง ณ ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบถึงรูปแบบของรายการใหม่ว่าจะออกมาในทิศทางใดกันแน่

 

ความคึกคักยังคงอยู่
แม้ว่าวงการเพลงเมืองไทยในรอบปีที่ผ่านมาจะเต็มไปด้วยเรื่องราวดราม่าที่ทำเอาหลายคนถึงกับกุมขมับ แต่หากจะลองมองให้ดี ความคึกคักผ่านเสียงดนตรียังคงเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ และสิ่งเหล่านั้นก็สร้างรอยยิ้มให้ผู้ที่หลงใหลในเสียงเพลงอย่างถ้วนทั่ว โดยเฉพาะปรากฏการณ์ ‘Alright’ จากเพลง มันเป็นใคร ของ Polycat ที่แฟนเพลงร่วมกันปล่อยมุขกันแบบไม่ยั้ง และกลายเป็นกระแสอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว

ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Rap is Now ที่สร้างปรากฏการณ์ให้วงการฮิปฮอปบ้านเราต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว กับรายการแร็พแบทเทิลแห่งยุคอย่าง The War is On 2 ที่กระหึ่มไปทั่วทั้งวงการ โดยรอบไฟนอลที่จัดขึ้น ณ ลานกิจกรรมชั้นลอยฟ้า ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 4,000 คน และแชมป์ก็ตกเป็นของแร็ปเพอร์เมืองอยุธยา REPAZE ซึ่งได้มาขึ้นปก บิลบอร์ด ไทยแลนด์ ร่วมกับ ขัน Thaitanium, Twopee แห่ง Southside, Dajim และ DJ Spydamonkee อีกด้วย

cf-for-web
documentery

 

นี่ยังไม่นับรวมการกลับมาคึกคักของวงการแผ่นเสียงในเมืองไทย ซึ่งหลายคนแอบมองถึงปัญหาภาวะฟองสบู่แตกว่าอาจจะเกิดขึ้นกับวงการดังกล่าว แต่จวบจนถึงตอนนี้ทุกอย่างก็ยังดำเนินไปตามวิถีของมัน ในขณะเดียวกันก็เกิดวัฒนธรรมใหม่ขึ้นในวงการดนตรีและศิลปะของเมืองไทยอย่าง คราวด์ฟันดิ้ง หรือการระดมทุนเพื่อให้โปรเจกต์ใดโปรเจกต์หนึ่งสำเร็จลุล่วงไปได้ โดยก่อนหน้านี้แคมเปญการทำอัลบั้มเต็มของ ภูมิ วิภูริศ รวมไปถึงเวิร์คช็อปเกี่ยวกับโลกแห่งดนตรีฮิปฮอปใน Thaitay Rap Boot Camp ก็ได้เกิดขึ้นจริงโดยการร่วมระดมทุนจากบุคคลทั่วไป แต่กระนั้นก็ยังมีบางแคมเปญที่ยังไม่บรรลุถึงเป้าหมาย รวมไปถึงสารคดีเกี่ยวกับดนตรีจากการนำเข้ามาฉายในเมืองไทยโดย Documentary Club ทั้งสารคดีที่ว่าด้วยร้านซีดีในตำนานอย่าง All Things Must Past: The Rise and Fall of Tower Records และ Supersonic ที่ทำเอาสาวก Oasis ปลื้มปริ่มกันถ้วนหน้าก็ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ซึ่งน่าจะต่อยอดไปถึง We Are X สารคดีวง X Japan ที่จะเข้าฉายในเดือนมีนาคมปีหน้าได้อีกด้วย

toon

 

ความสำเร็จของ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ที่เดินทางไปคว้า 27 รางวัลจากเวที World Championships of Performing Arts ครั้งที่ 20 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและภาคภูมิใจ เช่นเดียวกับการเดินทางโกอินเตอร์ของวงดนตรีหลายวง อาทิ Slot Machine ก็บุกไปยัง 3 เทศกาลดนตรีในทวีปเอเชีย ซึ่งหมายรวมถึง Fuji Rock Festival 2016 ณ ประเทศญี่ปุ่นด้วย, Lomosonic กับการเดินทางไประเบิดความมันยัง Busan International Rock Festival ที่เกาหลีใต้, Retrospect และ Sweet Mullet ก็กลับไปวาดลวดลายความมันที่เทศกาลดนตรี Heartown Festival ที่ไต้หวันอีกครั้ง แต่เรื่องน่ายินดีก็คือ วงดนตรีอินดี้เริ่มมีบทบาทในการออกไปแสดงสดในต่างแดนกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศญี่ปุ่นของ Gym and Swim เช่นเดียวกับ Part Time Musicians ที่กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังประกาศพักวง ซึ่งทั้ง 2 วงก็ได้นำซีดีไปวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นด้วย, Houdini กับการทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศไต้หวันถึง 6 โชว์ รวมถึง The Paradise Bangkok Molam International Band กับการได้ไปขึ้นเวที Glastonbury และ Field Day สองเทศกาลดนตรียักษ์ใหญ่ของอังกฤษ และส่งท้ายปี 2016 กับเรื่องราวดีๆ ของ อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน Bodyslam ที่ออกวิ่งจากกรุงเทพมหานครสู่อำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ด้วยระยะทาง 400 กิโลเมตรภายใน 10 วัน เพื่อระดมทุนในการซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลบางสะพาน ซึ่งยอดบริจาครวมอย่างเป็นทางการพุ่งทะลุไปถึง 70 ล้านบาทเลยทีเดียว

11

 

ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต … วงการดนตรีหยุดนิ่ง
ปิดท้ายด้วยความสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์ของปวงชนชาวไทย กับการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจของพสกนิกรไทยทั่วทุกสารทิศ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ขอความร่วมมือสถานประกอบการทุกแห่ง โดยเฉพาะสถานบันเทิงได้พิจารณางดกิจกรรมรื่นเริง โดยเฉพาะกิจกรรมที่แสดงในที่สาธารณะ หากเป็นการจัดในสถานที่ปิด ขอให้ใช้ดุลยพินิจดำเนินการอย่างถี่ถ้วนเหมาะสมเป็นเวลา 30 วัน อันเป็นผลให้คอนเสิร์ต อีเวนต์ เทศกาลดนตรีต่างๆ ได้ทำการยกเลิกหรือเลื่อนวันแสดงไปอย่างไม่มีกำหนด ธุรกิจแสง สี เสียง ตามต่างจังหวัดบางรายต้องขายกิจการ รวมถึงนักดนตรีกลางคืนบางกลุ่มที่ออกมาวิงวอนให้ทางภาครัฐเห็นใจถึงความลำบากจากรายได้ที่หดหายไปในระยะเวลาดังกล่าว

แต่ท่ามกลางความรู้สึกเศร้าเสียใจ ก็ยังมีความงดงามปรากฏอยู่ ทั้งบรรดาร้านค้าต่างๆ ที่ประกาศให้นักดนตรีสามารถมารับประทานอาหารได้ฟรี การให้กำลังใจซึ่งกันและกันจากทั้งคนในวงการและนอกวงการ รวมไปถึงบทเพลงพิเศษที่ศิลปินจากทุกค่ายต่างจัดทำขึ้นเพื่อถวายความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อเนื่องมาจวบจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง

 

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวงการเพลงบ้านเราสำหรับปี 2016 อาจมอบทั้งรอยยิ้มและน้ำตาให้กับใครหลายคน แต่ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ดนตรีไม่เคยทำร้ายใคร และ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับเสียงเพลงตลอดปี 2017 ที่กำลังจะเดินทางมาถึง

 

Story by: Chanon B.