1

ใครที่ยังพอจดจำได้ เมื่อปลายปี 2014 เจ้าแมงมุมยักษ์ตัวหนึ่งได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากประเทศอังกฤษ แลนดิ้งลงที่มหานครกรุงเทพฯ อย่างสง่าผ่าเผย เอ่ยทำความรู้จักกับชาวไทยด้วยเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ดังกระหึ่ม ผสานกับเพอร์ฟอแมนซ์อันน่าตื่นตะลึงจนเป็นที่กล่าวขานไปทั่ว และ Arcadia ก็คือชื่อเสียงเรียงนามอย่างเป็นทางการของพวกเขา

Arcadia เจ้าของสมญานามคณะนาฏยจักรกลแห่งอนาคต หรือ Futuristic Mechanical Cabaret เริ่มสร้างชื่อที่เทศกาลดนตรีสุดคลาสสิคอย่าง Glastonbury มาตั้งแต่ปี 2007 โดยมีหน้าที่รับผิดชอบเวทีสำหรับสาวกเต้นรำจากทั่วโลก แต่จะให้เป็นสเตจธรรมดาๆ ก็กระไรอยู่ พวกเขาจึงตัดสินใจสร้างเวทีให้เป็นรูปร่างแมงมุมขนาดมหึมา แถมยังสามารถพ่นไฟตามจังหวะบีทเพลงได้อีกด้วย สร้างความตื่นตะลึงให้คอดนตรีที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ ใครไป Glastonbury แล้วไม่ได้ไปเยี่ยมชม Spider Stage แล้วล่ะก็… ถือว่าพลาด!

เวลาล่วงเลยมาปีเศษ Arcadia กำลังจะกลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาไม่ได้มาแค่ร่อนลงจอดธรรมดา แต่เจ้าแมงมุมยักษ์พ่นไฟหนัก 50 ตันกำลังจะมายึดครองเมืองหลวงของประเทศไทยในงาน Gravity Thailand 2016 ARCADIA – THE BANGKOK TAKEOVER โดยการนำเข้ามาของ กึ้ง – เฉลิมชัย มหากิจศิริ จาก บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด นั่นเอง

2

ค่ำคืนที่ผ่านมาเรามีโอกาสได้เข้าร่วมงานแถลงข่าว และชมความพร้อมของเวทีแมงมุมยักษ์ก่อนที่งานจริงจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ แต่ด้วยความสัตย์จริง ช่วงเวลาที่เรารอคอยนั้นอยู่หลังจากงานแถลงข่าวเสร็จสิ้นแล้วต่างหาก เพราะ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ มีนัดพูดคุยกับทีมโปรดัคชั่นของ Arcadia ตัวจริงเสียงจริง ผู้คิดค้นและสร้างเจ้าแมงมุมยักษ์ตัวนี้น่ะสิ!

แม้ด้วยข้อจำกัดของเวลา แต่ พิ๊พ รัช แจนเซ่น เจ้าของตำแหน่ง Creative Director และ เบอร์ตี้ โคล ซึ่งเป็น Technical Director ประจำ Arcadia ก็มอบความเป็นกันเองให้เราตลอดการสัมภาษณ์ เราก็เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการพาทั้งสองนั่งไทม์แมชชีนย้อนอดีตไปสู่จุดเริ่มต้นของ Arcadia และเวทีแมงมุมสุดยิ่งใหญ่ พิ๊พ เป็นตัวแทนบอกกับเราว่า

“แรกเริ่มเดิมทีพวกเราก็เป็นกลุ่มที่ชอบจัดงานปาร์ตี้ แต่มันไม่ใช่ปาร์ตี้ธรรมดา กิมมิคของงานจะอยู่ที่ชิ้นส่วนเศษโลหะที่เรานำมาประกอบทำเป็นรูปร่างต่างๆ แล้วโชคดีที่เราเจอคนที่คิดคล้ายๆ กัน และมีความสามารถหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรี นักแสดง หรือแม้แต่กลุ่มที่ทำเทคนิคต่างๆ พวกเราก็เลยพัฒนาการประกอบเศษโลหะเหล่านั้นมาเรื่อยๆ แรกสุดเคยทำเป็นรูปหอคอยด้วยนะ ก่อนที่จะกลายมาเป็นแมงมุมยักษ์อย่างที่คุณเห็น”

pip

และอย่างที่รู้ๆ กัน Arcadia และเวทีแมงมุมยักษ์ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ให้กับเทศกาลดนตรี Glastonbury และอาจหมายรวมถึงทั่วโลกด้วยซ้ำ ซึ่งแน่นอนว่าชายหนุ่มทั้งสองคนไม่มีวันลืมเหตุการณ์ครั้งแรกที่โปรดัคชั่นสุดอลังการนี้ได้เปิดเผยสู่สายตาสาธารณชน โดย เบอร์ตี้ ก็ได้บอกเล่าถึงความรู้สึกในวันนั้นว่า

“ธรรมชาติของคนที่ไป Glastonbury มักจะคาดหวังว่าจะได้เห็นอะไรที่เจ๋งขึ้นเรื่อยๆ คงไม่มีใครจินตนาการถึงสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทุ่งหรอกนะ แต่พอแมงมุมของเราพ่นไฟไปพร้อมบีทอันเร่งเร้าเท่านั้นล่ะ คนก็แดนซ์กันสุดเหวี่ยง (หัวเราะ)”

“เราแพลนกันหลายเดือนมากครับ” เบอร์ตี้เล่าต่อ “คือส่วนประกอบของเวทีแมงมุมยักษ์ทั้งหมดจะเดินทางข้ามทวีปมาทางเรือขนส่ง รวมถึงเครื่องบินด้วย ทีมงานฝ่ายต่างๆ ก็เดินทางมาจากหลายประเทศทั้งเยอรมัน สเปน โปรตุเกส ดังนั้นทุกอย่างต้องพร้อมที่สุด เพราะเมื่อทุกชิ้นส่วนเดินทางมาถึงไทย เราจะเปิดตู้คอนเทนเนอร์ และค่อยๆ ประกอบเจ้าแมงมุมจนกลายเป็นอย่างที่เห็น”

bertie

หากใครยังอึ้งๆ งงๆ เราจะอธิบายให้เห็นภาพ … วันแรกทีม Arcadia ก็จะบิลด์โครงสร้างขึ้นมาก่อน วันต่อมาจะทำการติดองค์ประกอบจำพวกแขน รวมถึงส่วนของบูธดีเจ วันที่ 3 ทีมเทคนิคจะเข้ามาติดตั้งเลเซอร์ Lighting ต่างๆ แน่นอนว่าต้องมีอุปกรณ์พ่นไฟด้วย หลังจากนั้นก็เซ็ตระบบ และซ้อมๆๆๆ เพื่อวันแสดงจริง โชว์จะได้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด แถมในปีนี้ ลำแสงจากเลเซอร์จะเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า โดยระดับความแรงไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสายตาของผู้ชม รวมถึงเพิ่มปริมาณการพ่นควันเย็นซีโอทู (CO2) ขึ้นอีก 3 เท่าเช่นกัน ใครกลัวอุณหภูมิร้อนแรงรอบๆ เวทีก็หายห่วงกันได้

อันที่จริงทั้งสองเคยเดินทางมาเมืองไทยก่อนหน้านี้แล้ว เบอร์ตี้เคยแบ็คแพ็คเดินทางมาเมืองไทย และตกหลุมรักผู้คนและวัฒนธรรมของบ้านเราเข้าอย่างจัง ส่วน พิ๊พ ก็ชื่นชอบเทศกาลสงกรานต์เป็นพิเศษ เขารู้สึกว่า คนไทยมีความสนุกสนาน และน่าจะชอบปาร์ตี้เจ๋งๆ ไลน์อัพดีเจในปีนี้จึงน่าจะโดนใจสาวก EDM ชาวไทยสุดๆ เพราะนำทัพมาโดยตัวพ่อแนว Progressive House อย่าง KASKADE, DVBBS ซึ่งมาแรงสุดๆ ในยุคนี้ รวมถึง ZOMBOY, MUST DIE! และ DJ BL3ND ที่ฝีมือไม่เป็นสองรองใคร

3

 

ก่อนที่จะโบกมือบ๊ายบายทีมโปรดัคชั่นจาก Arcadia ทั้งสองก็มีข้อความพิเศษที่อยากจะบอกคอดนตรีชาวไทยก่อนที่ Gravity Thailand 2016 ARCADIA – THE BANGKOK TAKEOVER จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้

“หลายปีก่อนผมเคยหิ้วเป้ใบเล็กๆ มาแค่ใบเดียว น่าเหลือเชื่อที่วันนี้ ผมเอาของฝากชิ้นเบอเร่อมามอบให้เมืองไทย ดีใจมากๆ” เบอร์ตี้กล่าวไปยิ้มไป ส่วน พิ๊พ น่ะเหรอ…
“ปิดโทรศัพท์มือถือซะ เดินเข้าไปใต้เจ้าแมงมุม แล้วแดนซ์ให้ขาดใจไปเลย!!!” เขาว่ามาอย่างนั้นนะ

 

 

Gravity Thailand 2016 ARCADIA – THE BANGKOK TAKEOVER

Venue : Lumpini Square

Date : 23 January 2016

 

Story by: Chanon B.

Photos by: Four One One Entertainment