JSOTR (8)_900

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับค่ำคืนแห่งความมันของงาน “Jameson on the Rock” ซึ่งจัดโดยค่ายบ้านเป็ด What The Duck กับการรวบรวมขุนพลร็อคหลากหลายสไตล์ของค่ายไม่ว่าจะเป็น De Flamingo, Brown Flying, Arak and the Pisat Band และ Chanudom มาไว้บนเวทีเดียวกัน ซึ่งแต่ละวงก็งัดเอาซาวนด์ร็อคอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเองมานำเสนอกันแบบจัดเต็ม และแม้ว่าโชว์จะลากยาวถึง 5 ชั่วโมงกว่า แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมไม่น้อยเลยทีเดียว

 

อย่างที่ทุกคนทราบดีว่า เมื่อวาน (พฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2017) ฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาตั้งแต่คืนวันก่อน และตกต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนทำให้ถนนหลายสายแทบเป็นอัมพาต ในช่วงกลางวันใจก็แอบหวั่นอยู่ไม่น้อยว่าจะเดินทางไปยัง Live RCA ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานอย่างไร แต่ก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อยเมื่อเฟซบุ๊กอีเวนต์ของงาน Jameson on the Rock โพสต์ว่าพื้นถนนแถวนั้นแห้งสนิท รวมถึงฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตกซ้ำลงมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เราตัดสินใจออกเดินทางเร็วหน่อยเพื่อความชัวร์ และในที่สุดเราก็เดินทางไปถึง Live RCA ก่อนโชว์แรกจะเริ่มประมาณครึ่งชั่วโมง

JSOTR (15)_900

The TOYS

โชว์ Opening Act เริ่มตรงเวลาเป๊ะๆ ตอนสองทุ่ม การแสดงสดบนเวทีครั้งแรกอย่างเป็นทางการของสมาชิกคนใหม่ล่าสุดแห่งค่าย What The Duck อย่าง The TOYS หรือ ทอย-ธันวา บุญสูงเนิน หนุ่มน้อยวัยละอ่อนที่แจ้งเกิดจากการเป็นยูทูปเบอร์ โดยเฉพาะเพลง หน้าหนาวที่แล้ว ที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองทำให้เราไม่อยากพลาดโชว์นี้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้มาสายร็อคตามธีมของงาน ทว่าท่วงทำนองป๊อปที่ผสมผสานการร้องแบบอาร์แอนด์บีก็ทำให้ผู้ชมในฮอลล์จดจ้องเขาตาไม่กระพริบ ซิงเกิ้ลต่างๆ ที่เขาปล่อยออกมาในเว็บไซต์ยูทูปก่อนหน้านี้ถูกไล่เรียงมาเล่นแบบสดๆ ให้ฟังทั้ง ขอโทษที่เป็นแบบนี้, จดหมาย รวมไปถึงซิงเกิ้ลแรกที่เขากำลังจะปล่อยกับ What The Duck ในเร็ววันนี้อย่าง ก่อนฤดูฝน และแน่นอนว่าปิดท้ายด้วย หน้าหนาวที่แล้ว ที่ผู้ชมด้านล่างร้องตามกันทั้งเพลง แถมหนุ่มทอยยังโชว์โซโล่กีตาร์ในช่วงท้ายเพลงให้สาวกรี๊ดกันอีกต่างหาก

นี่คือการประเดิมโชว์บนเวทีของศิลปินหน้าใหม่ที่น่าประทับใจ The TOYS ดูไม่ตื่นเวทีเลยสักนิด และมีเสน่ห์ยามเมื่ออยู่บนเวทีมากทีเดียว แม้ว่าการสื่อสารจากบนเวทีไปสู่ผู้ชมอาจจะยังเป็นไปตามวิถีแห่งประสบการณ์ที่ยังมีไม่มากนัก แต่ต้องยอมรับว่า ความสามารถในการแต่งเพลงเพราะ ทักษะในการถ่ายทอดอารมณ์แบบอาร์แอนด์บี เสียงหลบ และสกิลการแร็พ น่าจะต่อยอดให้หนุ่มน้อยคนนี้เดินในเส้นทางสายดนตรีต่อไปได้อีกยาวๆ

JSOTR (13)_900

De Flamingo

De Flamingo คือคิวต่อไป พัฒนาการในการเล่นสดของ โบนัส-ปรินทร์ ดุงโคกกรวด (กีตาร์, ร้องนำ), จา-สันติสุข วรนุชกุล (เบส), บีม-กริชภวุฒิ ลิ้มติ้ว (กลอง) และ ปอม-กิจพัฒน์ เย็นฤดี (กีตาร์) คือสิ่งที่เราสนใจเป็นพิเศษ โชว์ของพวกเขาดูหวือหวาขึ้นจากการเพิ่มอินเทอร์ลูดเท่ๆ เพื่อนำเข้าสู่บางเพลง ทั้ง 4 หนุ่มเริ่มต้นด้วยเพลง ยัง หนึ่งในแทร็คจากอัลบั้มอีพี The Four Men Go ก่อนจะจัดเซ็ตลิสต์เพลงคัฟเวอร์แบบต่อเนื่องยาวๆ ไม่ว่าจะเป็น The Sound จาก The 1975 และ Stressed Out จาก Twenty One Pilots ที่เพิ่มเติมกลิ่นอายความเป็นอินดี้ร็อคในแบบฉบับ De Flamingo เอาไว้ รวมถึงหยิบเอาเพลงไทยที่ทุกคนคุ้นหูกันดีมาเรียบเรียงดนตรีใหม่ทั้ง บุษบา จากคณะ Moderndog, ฉันจะมีเธออยู่ จากรุ่นพี่ในค่ายอย่าง สิงโต นำโชค รวมถึง เจ้าหญิงคนต่อไป จากวง Blissonic โดยเฉพาะเพลงหลังพวกเขาอะเรนจ์ออกมาได้น่าดูน่าชมทีเดียว

Processed with VSCO with f2 preset

De Flamingo feat. The TOYS

หลังจากนั้นก็กลับเข้าสู่เพลงของพวกเขาเอง เริ่มต้นด้วย คนสำคัญ ที่ได้ The TOYS มาแจมบนเวที มันกันต่อกับ รั้น และปิดท้ายด้วย ฟังก่อน เพลงใหม่ที่พวกเขานำมาเล่นเป็นครั้งแรก รวมถึงวอนขอแฟนเพลงว่า สามารถถ่ายวิดีโอเก็บไว้ได้ แต่ขออย่าเพิ่งแชร์ออกสู่สาธารณะ ซึ่งสิ่งที่เราได้รับชมรับฟังเบื้องหน้านั้นน่าสนใจไม่น้อย ทั้งการนำเอาซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์มามีบทบาทหลักในเพลง ทว่าก็ยังคงไลน์ดนตรีเฟี้ยวๆ ของทางวงเอาไว้ เรียกได้ว่าอยากฟังสตูดิโอเวอร์ชั่นไวๆ เลยล่ะ และนับจากวันที่เราได้ไปดู De Flamingo เล่นสดครั้งแรกในปาร์ตี้เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว เรามองเห็นพัฒนาการในทิศทางที่น่าสนใจยิ่งขึ้นมาโดยตลอด ทีมเวิร์กหนักแน่นขึ้น ลีลาเร้าใจขึ้น ความแพรวพราวของนักร้องนำอย่าง โบนัส ก็มีมากขึ้น เหลือก็เพียงแต่ประสบการณ์ที่จะบ่มเพาะให้ De Flamingo รักษามาตรฐาน และเพิ่มเติมเก๋าบนเวทีให้ลงตัวยิ่งขึ้นในอนาคต

JSOTR (2)_900

Brown Flying

ถึงเวลาร็อคแบบจัดหนักกันแล้ว Brown Flying ก้าวขึ้นสู่เวทีพร้อมการสาดซาวนด์อเมริกันร็อคที่ทั้งดิบทั้งหนักหน่วงสู่คนฟัง โดยได้ ต่อ-ต่อศักดิ์ ปัญจศุภรักษ์ มือกีตาร์วง Ten To Twelve มาร่วมวงไพบูลย์ความมัน แต่ที่แปลกตาไปหน่อยคงจะเป็นมือกลองที่มีการปรับเปลี่ยนสมาชิกมาเป็น แม็ค ที่เรายังไม่รู้จักมักคุ้นเท่าใดนัก ส่วนอีก 2 สมาชิกอย่าง เดียว-อัษ นิลปั้น (ร้องนำ, กีตาร์) และ นะ-ธนวิตร พงษ์เจริญ (เบส) ยังคงประจำการอยู่ตำแหน่งเดิม Can You Hear Me? คือเพลงแรกที่ B/F นำมาเล่น ต่อเนื่องด้วยเพลงมันๆ อีก 2 เพลง ก่อนที่จะตัดอารมณ์สู่พาร์ตเพลงช้าหนักแน่นตามสไตล์ไม่ว่าจะเป็น ฝัน, รักที่ และ กลัว ที่ 4 หนุ่ม De Flamingo ขึ้นมาร่วมสนุก โดย บีม มาเสริมทัพในตำแหน่งมือกลองไฟฟ้า ปอม ขึ้นมาเล่นซินธ์ ส่วน จา กับ โบนัส ขอเปลี่ยนลุคกลายเป็นแร็ปเพอร์พาคนดูโยกกันอย่างเมามันด้วยท่อนแร็พที่แต่งขึ้นใหม่ เรียกได้ว่าร้อนระอุกันชั่วขณะ

Processed with VSCO with f2 preset

Brown Flying feat. De Flamingo

Brown Flying พักเบรกอีกครั้งกับการคัฟเวอร์เพลง รอ (W8) ของ จีน-กษิดิศ สำเนียง ปิดท้ายด้วยล็อตเพลงเร็วทั้ง รู้ว่ามี, หินก้อนสุดท้าย และ หลง ที่ทำเอาในฮอลล์เดือดใช่ย่อย ด้วยประสบการณ์ในวงการดนตรีกว่า 10 ปีของวงดนตรีวงนี้ทำให้โชว์ของพวกเขาเอาคนดูได้อยู่หมัด นี่คือสุ้มเสียงอเมริกันร็อคที่หาฟังไม่ได้ง่ายๆ ในเมืองไทย การส่งพลังถึงกันระหว่างนักดนตรีทุกคน รวมถึงแต่ละชิ้นเครื่องดนตรีทำให้ผู้ชมอินกับความมันได้ไม่ยากนัก มีเพียงสิ่งเดียวที่อาจจะยังต้องอาศัยเวลาในการปรับสายตาปรับหูอยู่สักหน่อยก็คือตำแหน่งมือกลองที่เราอาจจะคุ้นชินกับไลน์ของ โน้ต-พงษ์อิทธิ์ ฤกษ์อรุโณทัย อยู่พอสมควรนั่นเอง

JSOTR (6)_900

Arak and the Pisat Band

ผ่อนคลายความระอุลงมาเล็กน้อยกับดนตรีโฟล์คและร็อคจาก Arak and the Pisat Band ที่นำมาโดย เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ (กีตาร์, ร้องนำ) และ 2 สมาชิกวง The Pisat Band อย่าง อัด-วงศ์วริศ อาริยวัฒน์ (กีตาร์, แบนโจ) และ บิ๊ก-ภานุวัฒน์ พืชกสิชลพสุธา (เบส) ร่วมด้วยแบ็คอัพที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง กั้ง-อิทธิพร สุปรีชากร มือกลองวง Superbaker และ Starfish รวมถึงมือคีย์บอร์ดชาวต่างชาติอีก 1 คน เป้-อารักษ์ และ ผองเพื่อน หยิบเพลงใหม่จากอัลบั้ม Wood and Steel มาเล่นทั้งหมด เริ่มต้น 2 เพลงแรกด้วยพาร์ตของโฟล์คอย่าง แทงหลัง และ บู๊ ก่อนจะทำทุกคนในฮอลล์เข้าสู่ฟลอร์เต้นรำด้วยเพลง ฉันออกไปเต้นกับเพลงที่ไม่คิดจะฟัง เบรกอารมณ์ด้วยเพลง แพ้ และสลับกลับสู่ความสนุกอีกครั้งกับ รักนักร้อง ที่ดูเหมือนว่ากีตาร์ของ อัด จะมีปัญหาจนทำให้ไม่ได้ยินเสียงลีดกีตาร์ เป้ เลยจัดท่อนโซโล่ให้ใหม่อีกรอบ ต่อด้วยเพลง รอ ที่เพิ่งปล่อยเอ็มวีออกมาเมื่อไม่นานมานี้

Processed with VSCO with f2 preset

Arak and the Pisat Band feat. เดียว Brown Flying

ทิ้งท้ายด้วยความเดือดซึ่งเริ่มต้นด้วยการคัฟเวอร์เพลงในตำนานอย่าง Hound Dog ของ เอลวิส เพรสลีย์ ที่หนุ่มเป้โชว์ลีลาการเป่าเมาท์ออร์แกนได้ถึงอกถึงใจ ต่อด้วย อย่าเล่นกับไฟ ที่ได้ เดียว นักร้องนำวง Brown Flying มาร่วมแจมความมัน และ ไก่ คือเพลงท้ายสุดที่ทำเอาผู้ชมด้านล่างอดขยับแข้งขยับขาตามไม่ได้ โชว์ของ เป้-อารักษ์ และผองเพื่อนทำให้เรารู้สึกว่า เขาได้ก้าวข้ามผ่านไปสู่ความเป็นศิลปินอย่างไม่มีข้อสงสัยแล้ว ยิ่งฝีมือการบรรเลงกีตาร์ของ เป้ ที่สอดรับด้วยแบนโจหรือแม้แต่ชิ้นเครื่องดนตรีอื่นๆ ยิ่งทำให้ความสนุกบนเวทีนั้นทั้งลื่นไหลและดูเพลินสุดๆ

JSOTR (5)_900

Chanudom

ปิดท้ายค่ำคืนแห่งดนตรีร็อคด้วย Chanudom ที่เสียงร่ำลือในเรื่องการแสดงสดค่อยๆ กระจายไปสู่วงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่า ณ ขณะนั้นจะเป็นเวลาเที่ยงคืนเกือบครึ่ง และดูเหมือนว่าการเซ็ตเครื่องดนตรีจะมีปัญหาทางเทคนิคบางอย่าง แต่แฟนคลับของ 3 สมาชิกอย่าง พัด-ชนุดม สุขสถิตย์ (ร้องนำ), แพท-สถาปัตย์ แสงสุวรรณ (กีตาร์) และ ต๊อป-ธัชพล ชีวะปริยางบูรณ์ (กลอง) ก็ยังรอคอยที่จะได้ดูโชว์จากวงที่พวกเขาหลงรัก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย พัด นักร้องนำผู้มาพร้อมความฉูดฉาดในเรื่องลุคและลีลาเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่พีคในทุกโชว์ก็เดินลงมาจากบันไดอีกฝั่งหนึ่งของฮอลล์ กับนวมสีเขียวที่สวมเอาไว้ เรียกได้ว่าฮือฮาตั้งแต่ช็อตเปิด ก่อนจะนำเข้าสู่การเล่าเรื่องราวในวิถี Theatrical Rock จากเพลง รอยประหลาด, ไม่เหมือนเดิม และ สบประมาท ซึ่ง 2 เพลงหลังนั้นพวกเขายังไม่ได้นำไปรวมไว้ในอัลบั้มอีพี The Birth of Chanudom แต่อย่างใด

Processed with VSCO with f2 preset

Chanudom feat. เป้-อารักษ์

จากนั้นก็ถึงคิวของเพลง คนบาป ที่ยังคงพลังของแมสเสจที่สื่อสารมาถึงผู้ชมได้อย่างหนักแน่น ตรงไปตรงมา ต่อด้วย คราม เพลงที่พวกเขานำเพลงของวง Bodyslam มาตีความใหม่ได้อย่างดำดิ่งทีเดียว ได้เวลาเซอร์ไพรส์เมื่อ เป้-อารักษ์ ขึ้นมาแจมร้องและเล่นกีตาร์ในเพลง I Want You (She’s So Heavy) ของคณะ The Beatles ที่ทำเอากลิ่นอายดนตรีบลูส์จังหวะเร่งเร้าตลบอบอวลบนเวที ก่อนที่ Chanudom จะจัดเมดเล่ย์เพลงลูกทุ่งเพื่อทริบิวต์แด่ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ทั้ง สาวนาสั่งแฟน, พี่ไปดู หนูไปด้วย และ กระแซะเข้ามาสิ ที่ในตอนนั้นไม่มีใครอยู่นิ่งแล้ว แดนซ์กันยับ ปิดท้ายด้วย ชนุดม เพลงที่ พัด นักร้องนำแต่งให้คุณแม่ที่จากไปแล้วซึ่งทำเอา พัด น้ำตาคลออีกครั้งเหมือนหลายๆ โชว์ที่ผ่านมา ทว่าโชว์ของ Chanudom ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เพราะผู้ชมต่างตะโกน ‘เอาอีกๆ’ จนพวกเขาขอสั่งลาด้วยเพลง เลือดชั่ว ที่ทำให้ Live RCA ลุกเป็นไฟอีกครั้ง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าขณะนั้นเป็นเวลาตีหนึ่งเกือบครึ่งแล้ว โชว์ของ Chanudom มีหลากหลายอารมณ์ ทั้งสนุก เศร้า แปลกใหม่ จนทำให้เราลืมเวลาไปเสียสนิท แต่สิ่งสำคัญคือ พวกเขานำเสนอความเป็นตัวตนที่พวกเขาภูมิใจผ่านการแสดงสดและบทเพลง แม้ว่าเพลงอาจจะคล้ายคลึงกับทุกๆ โชว์ก่อนหน้านี้ แต่ความรู้สึกขณะที่รับชมช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งบอกตามตรงว่าไม่รู้จะอธิบายออกมาเป็นตัวอักษรอย่างไรเหมือนกัน แต่อย่างที่บอกไปในหลายๆ ครั้งที่เขียนถึงวงดนตรีวงนี้… ลองหาโอกาสดูการเล่นสดของ Chanudom สักครั้งหนึ่งเถอะ

 

มองโดยภาพรวม Jameson on the Rock เป็นอีกหนึ่งเวทีที่มอบโอกาสให้วงดนตรีร็อคหลากหลายสไตล์มานำเสนอตัวตนผ่านดนตรีของพวกเขาแบบจุใจ The TOYS กับ De Flamingo คือคลื่นลูกใหม่ที่มีแววสุดๆ Brown Flying ยังคงยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งกับซาวนด์อเมริกันร็อคของพวกเขา เช่นเดียวกับดนตรีโฟล์คจาก Arak and the Pisat Band ที่เพิ่มมนต์เสน่ห์ในพาร์ตของร็อคลงไปในอัลบั้มชุดใหม่ ส่วน Chanudom ก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้แล้วในเรื่องของตัวตนและที่ทางที่พวกเขายืนอยู่อย่างสง่างามเอามากๆ แต่หากจะว่ากันตามจริง ศิลปินทุกวงก็ยังรอโอกาสในการเปิดใจรับฟังในสิ่งที่พวกเขาต้องการนำเสนอผ่านบทเพลง ดั่งจะเห็นได้ว่า ผู้ชมไม่ได้แน่นขนัดแม้บัตรจะราคาเพียง 100 บาทเท่านั้น ในขณะที่เรื่องตารางเวลาที่ท้ายที่สุดแล้วล่วงเลยจากกำหนดการที่ประกาศเอาไว้ร่วมชั่วโมงเศษก็อาจจะทำให้ผู้ชมบางส่วนไม่สามารถอยู่ต่อได้จนจบ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย แต่ท้ายที่สุดพลังแห่งดนตรีร็อคจากทุกๆ วงในค่าย What The Duck ก็ยังทำให้เราเชื่อมั่นอยู่ว่า ยังมีอีกหลายวงดนตรีที่รอเวลาเฉิดฉาย และพวกเขาอาจจะทำได้ในสักวันก็ได้ ใครจะไปรู้

 

Story by: Chanon B.
Photos by: What The Duck & Billboard Thailand