David-Byrne-portrait-bb7-beat-a7-2017-billboard-1548

ย้อนคืนสู่ตำนานวีรสตรีแห่งฝรั่งเศส Joan of Arc บนเวทีละครเพลงปี 2017 นำแสดงโดย โจ แลมเพิร์ต นักร้องนำวงพังค์อย่าง Talking Heads  และสมาชิกร่วมทัวร์วง Tune-Yard ของ เดวิด เบิร์น ผู้เป็นนักร้องนำและมือกีตาร์ของวง ซึ่งในละครเพลงเรื่องนี้ เดวิด รับหน้าที่เป็นผู้เขียนบทละคร

Joan of Arc: Into the Fire เปิดแสดง ณ โรงละคร The Public ในเมืองนิวยอร์ก เมื่อม่านเปิดนักร้องสาวมาดเท่สุดพังค์อย่าง โจ แลมเพิร์ต ยืนอยู่ในชุดหนังสีดำที่รัดแน่น ซึ่งบอกได้เลยว่าผู้ชมจะได้พบการแสดง Joan of Arc ในเวอร์ชั่นที่มีความแตกต่างไปจากรูปแบบเดิมๆ ที่เคยมีมาอย่างแน่นอน

สำหรับละครเวทีชิ้นใหม่นี้ เดวิด เบิร์น ได้กลับมาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันอีกครั้งกับผู้กำกับละครเพลงฝีมือดีอย่าง อเล็กซ์ ทิมเบอร์ส ซึ่งเมื่อครั้งปี 2010 พวกเขาได้ร่วมทำละครเพลงร็อคสุดฮิตอย่าง Here Lies Love

ปัจจุบัน เดวิด ในวัย 64 ปี ได้กล่าวว่า “ผมไม่ใช่แฟนละครเพลงตัวยงนะ แต่พลังของเพลงที่ใช้ในการบอกเล่าเรื่องราวในครั้งนี้มันช่างดึงดูดใจเอามากๆ ซึ่งตัวเพลงสามารถเข้าถึงจิตใจและความคิดของนักแสดงได้โดยที่ตัวหนังสือไม่สามารถทำได้” ก่อนที่เปิดโชว์วันแรกในวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา เดวิด และ โจ ก็ขอบอกเล่าเรื่องราวของ โจน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอนในวันนี้

ทำไมถึงเลือกทำเรื่อง Joan of Arc ?

โจ: เธอเป็นฮีโร่สำหรับคนธรรมดาอย่างแท้จริง ในตอนที่ โยน ได้ยินเสียงของตัวเองและพบว่าจุดมุ่งหมายจริงๆ ซึ่งคือศรัทธาอันแรงกล้าต่ออิสรภาพ เธอก็แข็งแกร่งขึ้นและยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ได้อีกด้วย

เดวิด : มันน่าสนใจว่า ทำไมเรื่องราวของเธอถึงถูกเล่าขานมานานหลายศตวรรษ  ซึ่งในปัจจุบันผู้คนก็ยังพยายามตีความเกี่ยวกับเรื่องราวของเธออยู่ มารีน เลอ แปน นักการเมืองฝ่ายขวาชาวฝรั่งเศสก็เลียนแบบเธอ  คนอื่นๆ ก็ต่างต้องการให้เธอเป็นแบบ โยน อยู่ตลอด

โดยส่วนตัวแล้ว ส่วนไหนของ Joan of Arc ที่ดึงดูดคุณ ?

เดวิด: ผมให้ความสนใจกับปริศนาและความกำกวมของมัน นอกจากนี้ ดนตรี การแสดงของโจและความเป็นตัวตนของ โยน ก็ทำให้ผู้ชมก็คล้อยตามไปได้ แต่ในบางจุดพวกเขาก็ยังสงสัยอยู่บ้างว่า เราสนับสนุนพวกคนคลั่งศาสนาที่เป็นผู้นำทัพอย่างนั้นหรอ? หรือว่าเราสนับสนุนคนเหล่านั้นในยุคสมัยนี้กันหรือเปล่า? ส่วนตัวละคร โยน ก็จะดูแตกต่างออกไปเรื่อยๆ จากเวอร์ชั่นเก่า ไม่เพอร์เฟ็กต์เท่าเดิม ซึ่งทำให้คนดูรู้สึกว่ามันขัดแย้งกันอยู่

โจ: ซึ่งในตอนแรกมันลำบากสำหรับฉันและ อเล็กซ์ มันเป็นวันหลังจากการเลือกตั้ง ซึ่งเราทั้งคู่ต่างใจสลาย ฉันถามว่า “อะไรที่ทำให้ โยน ต่างจากคนเหล่านี้?” ซึ่งสรุปแล้วมันคือความแตกต่างระหว่างการพูดจาทำร้ายความรู้สึกกัน และความเกลียดชัง ซึ่งยังมีการต่อสู้เพื่อความสามัคคี และความรักด้วย

ในขณะเดียวกัน บางส่วนของเพลงก็ขุดลึกลงไปถึงเรื่องรสนิยมทางเพศของเธอ ?

โจ: ฉันมารู้ตัวว่าชอบเพศเดียวกันช้า เพราะฉะนั้นการที่ฉันเป็นแบบนี้น่าจะมาจากบางอย่างที่ฉันได้ซึมซับตั้งแต่ตอนเด็ก  ซึ่งในเพลง Sword and Fire ที่ฉันร้อง ก็มีเนื้อหาประมาณว่า จะไม่มีผู้ชายหน้าไหนมาสัมผัสฉันได้อีกต่อไปจากนี้ ฉันได้ละทิ้งรูปลักษณ์ของผู้หญิงไปแล้ว เอาจริงๆ ฉันก็กังวลที่จะพูดถึงรสนิยมทางเพศนะ เพราะในสังคมเราก็แบ่งเพศไว้อย่างชัดเจน แต่สำหรับ โยน แล้วก็พูดยากเหมือนกัน

เดวิด: ยังมีเพลง Dear God ซึ่งเป็นช่วง โยน ถูกขังอยู่ในหอคอยก่อนจะกระโดดลงมา และเธอก็ตกอยู่ในภวังค์ที่เธอคิดว่าได้คุยกับพระเจ้าในเรื่องการแบ่งแยกทางเพศ

Story by  Patrick Pacheco

Photo by Billboard

Translated by Pailin J.