04

 

หลังจากทราบว่ากำลังจะได้สัมภาษณ์วงอินดี้ร็อคจากแคนาดานามว่า Destroyer เราก็แอบรู้สึกหนักใจเล็กน้อย ด้วยความที่เนื้อเพลงที่เปรียบเสมือนบทกวีจากฝีมือของ แดน เบฮาร์ นักร้อง/นักแต่งเพลงผู้ก่อตั้งวงนี้มาร่วม 20 ปีนั้นทำให้เราคิดไปไกลว่า การจะเข้าถึงโลกส่วนตัวของเขาอาจไม่ใช่เรื่องง่าย ช่วงหัวค่ำหลังจากที่ แดน ซาวนด์เช็คเสร็จ ก่อนที่จะขึ้นโชว์ในงาน “Destroyer Live in Bangkok” ซึ่งจัดโดย Conflakes x Tito บิลบอร์ด ไทยแลนด์ ได้มีโอกาสเข้าไปถึงห้องพักศิลปิน และพูดคุยกับเขาอยู่ราวครึ่งชั่วโมง ซึ่งบอกได้เลยว่าเราคิดผิด เพราะเขาได้มอบความเป็นกันเองแบบสุดๆ ผ่านบทสนทนาที่ว่าด้วยเรื่องราวของดนตรีในโลกของ Destroyer ที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว คุยกันเลยเถิดไปถึงความชื่นชอบในตัวผู้กำกับหนังชาวไทยท่านหนึ่งของเขาอีกต่างหาก ถ้าอยากรู้ว่าเป็นใคร อ่านบทสัมภาษณ์นี้กันได้เลย

 

รู้มาว่านี่คือการเดินทางมาเมืองไทยครั้งแรกของคุณ?
ใช่ครับ เพิ่งมาถึงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง ยังไม่ได้เห็นอะไรมาก แต่ทุกอย่างดูน่าทึ่งเลยล่ะ

ก่อนหน้านี้ได้ไปทัวร์ที่ไหนมาบ้าง?
ทัวร์คราวนี้ผมไปทั้งหมด 5 เมือง ก็มี ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ โซล ไทเป และโชว์สุดท้ายที่กรุงเทพฯ ในคืนนี้ เสร็จแล้วก็จะกลับแคนาดา

แปลกใจไหมกับการตอบรับของแฟนๆ อย่างอุ่นหนาฝาคั่งขนาดนี้?
ผมไม่ได้คาดหวังอะไรเลยครับ ไม่รู้เลยว่าคนฟังเพลงของ Destroyer ในแถบเอเชียเป็นอย่างไรบ้าง แต่แฟนๆ ก็น่ารักมากครับ

เพลงของคุณแต่งจากความรู้สึกส่วนตัว และมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก เราอยากรู้ว่าตอนแต่งเพลงคุณนึกถึงอะไรบ้าง?
ตอนแต่งเพลงเหรอ… ผมไม่ได้นึกถึงอะไรเป็นพิเศษนะ อาจจะมีคิดถึงวงบ้าง คิดว่าเพลงจะออกมาเป็นยังไงเวลาเล่นสด การเดาปฏิกิริยาของคนเป็นอะไรที่ยากมาก คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าใครจะอินหรือเกลียดเพลงของคุณ

01

 

แฟนเพลงชาวไทยคงอยากรู้แรงบันดาลใจในการแต่งเพลง Bangkok ทั้งที่คุณไม่เคยมาเยือนที่นี่มาก่อน
มันเริ่มจากเปียโนก่อน แล้วพอเริ่มทำดนตรี มันค่อนข้างจะมีความเป็น Old Fashion ถ้าเทียบกับเพลงอื่นๆ ของ Destroyer คือเพลงนี้ไม่มีความเป็นร็อคแอนด์โรลเลย ฟังดูแปลกๆ เหมือนเป็นเพลงของคนอื่น (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจเหมือนกันนะ แปลกมาก ผมยังแปลกใจตัวเองเลยที่แต่งเพลงนี้ขึ้นมา ในเพลงนี้ผมก็นึกตัวละครตัวหนึ่งขึ้นมาในหัว เป็นคนมีอายุหน่อย อาจจะเป็นพวกอาชญากรอะไรสักอย่างที่มาเล่าสิ่งที่เกิดขึ้น เล่าประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิต สิ่งที่เขาเห็นและเคยทำมา สำหรับคนรุ่นผมหรือคนอเมริกัน กรุงเทพฯ สื่อถึงอะไรบางอย่างที่ให้ความรู้สึกโรแมนติก

แล้วอย่างเพลง Chinatown ล่ะ?
อันนั้นปกติครับ ละแวกที่ผมพักอาศัยน่ะอยู่ใกล้ๆ กับไชน่าทาวน์ที่แวนคูเวอร์ ไชน่าทาวน์เป็นย่านที่ผมชอบมาก 2-3 ปีมานี้ไชน่าทาวน์เปลี่ยนไปมาก มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปเดินเล่นแถวนั้น แล้วฝนก็ตกลงมา และกลายเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนี้

ดูเหมือนชื่อวงอย่าง Destroyer จะขัดแย้งกับสิ่งที่เราได้ยินจากเพลงของคุณ?
ตอนนั้นเพลงที่ผมทำค่อนข้างจะเป็น quiet music แต่ผมไม่อยากให้ชื่อวงออกไปในแนวทางนั้น อยากได้ชื่อโหดๆ หน่อย ตอนที่ทำอัลบั้มแรกของ Destroyer เป็นปี 1995 ฟังดูเป็นชื่อที่คลาสสิคดีนะ แปลกใจมากที่ยังไม่เคยมีใครเอาไปตั้งเป็นชื่อวงมาก่อน บางทีผมก็รู้สึกว่ามันอาจจะแรงไปหน่อย แต่ก็นั่นแหละครับ ตอนนี้ไม่ได้คิดถึงชื่อวงเท่าไหร่แล้ว และถ้าจะให้เปลี่ยนชื่อก็คงไม่ล่ะครับ ใช้ชื่อนี้มา 21 ปีแล้ว และชื่อเจ๋งๆ ก็คงมีคนใช้ไปหมดแล้วล่ะ

05

 

และในแต่ละอัลบั้มก็ดูมีความแตกต่างกันอยู่ไม่น้อย?
บางอัลบั้มก็ดูเหมือนว่าจะต่างจากอัลบั้มก่อนหน้านั้นอย่างสิ้นเชิง แต่อย่างไรเสียมันก็จะต้องมีความคล้ายคลึงหรือเชื่อมโยงกันอยู่ดี เพราะทีมงานหรือวงดนตรีก็เป็นกลุ่มคนเดียวกัน ถ้าจะต่างก็น่าจะเป็นเรื่องโปรดักชั่นหรือซาวนด์มากกว่า ลองฟังอัลบั้ม Your Blues ดูสิ มันไม่เหมือนอัลบั้มอื่นๆ เลย เหมือนเป็นโปรเจกต์เดี่ยวที่แยกออกไป

อย่างเพลง Suicide Demo for Kara Walker ก็มีที่มาที่น่าสนใจมาก ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อย
เป็นอีกหนึ่งเพลงโปรดของผมด้วย คือผมอยากให้มันออกมาเป็นซาวนด์ในแบบ New Age และขั้นตอนในการแต่งเพลงนี้ ผมก็แต่งร่วมกับ คาร่า วอล์คเกอร์ ซึ่งเป็นศิลปินที่ผมชื่นชอบ เธอจะส่งการ์ดที่มีคำบางคำอยู่บนนั้นมาให้ แล้วผมก็จะแต่งคำร้องโดยนำเอาคำของเธอมาใส่รวมกับคำที่ผมมี ส่วนดนตรีก็จะออกแนวดิสโก้หน่อยๆ ซึ่งยอดเยี่ยมมาก ผมชอบตัวเพลงที่ออกมามากๆ

บทเพลงของคุณฟังดูเหมือนเป็นการพรั่งพรูคำออกมาจากความรู้สึกที่เกิดขึ้นในขณะนั้นอย่างฉับพลัน มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า?
โดยปกติเนื้อเพลงจะออกมาจากหัวผมเร็วมาก พรั่งพรูออกมาอย่างเป็นธรรมชาติเลย บางครั้งก็จบออกมาเป็นเพลงแบบรวดเดียว บางครั้งก็ไม่ เรื่องทำนองก็เหมือนกัน แต่พาร์ตที่เหลือจะใช้เวลาในการขัดเกลาและคิดทบทวนว่า ซาวนด์ของแต่ละเพลงควรจะออกมาเป็นแบบไหน เวลาแต่งเพลงได้สักเพลง คุณจะมีไอเดียสำหรับเพลงนั้น แต่พอเอาไปเล่นกับวง บางทีมันก็เปลี่ยนไปเป็นอีกเพลงหนึ่งหรืออีกแนวหนึ่งเลยก็มี เป็นแบบนี้บ่อยๆ ครับ แต่แทบจะไม่มีการแก้ไขเนื้อเพลง นักแต่งเพลงบางคนอย่าง เลียวนาร์ด โคเฮน หรือ นิค เคฟ มักจะใช้เวลาแต่งเพลงนานมาก แก้แล้วแก้อีกเป็นปีๆ แต่สำหรับผมต้องออกมาเป็นเพลงตอนนั้นเลย ใจไม่เย็นพอครับ

02

 

ความสำเร็จของอัลบั้ม Kaputt ส่งผลอะไรกับตัวคุณหรือการทำเพลงของคุณบ้างไหม?
จริงๆ มันก็ไม่ได้ดังมากขนาดนั้น ไม่ได้ดังอย่าง มารายห์ แคร์รี่ สักหน่อย (หัวเราะ) มันก็ช่วยให้เราได้เดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตมากขึ้น แต่ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้ มันก็เป็นแค่อีกหนึ่งอัลบั้มก็เท่านั้นเอง ก่อนหน้านั้นก็ทำมาแล้ว 8 อัลบั้ม ถ้าคุณแก่แล้ว อายุ 40 กว่าแล้ว ความสำเร็จอะไรพวกนั้นมันไม่ได้สลักสำคัญอะไรขนาดนั้นหรอก แล้วมันก็ไม่ได้ทำเงินมากขนาดที่คุณจะคิดว่าผมต้องทำอัลบั้มแบบนั้นอีก อย่างเวลาเราไปเล่นที่นิวยอร์ก คนดูก็จะประมาณพันกว่าๆ พออัลบั้ม Kaputt ออกมา คนก็เพิ่มเป็น 1,300-1,400 คนแค่นั้นเอง

พูดถึงอัลบั้มล่าสุดอย่าง Poison Season มีประเด็นอะไรเป็นพิเศษที่อยากจะถ่ายทอดผ่านอัลบั้มนี้ไหม?
อืม… ไม่รู้เลยครับ จำได้แค่ว่า ผมอยากให้มันออกมาฟังดูหดหู่ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ มันไม่ได้หดหู่ขนาดนั้น แต่บางเพลงก็ค่อนข้างหดหู่กว่าเพลงในอัลบั้มก่อนๆ หรือบางเพลงที่ฟังแล้วไม่ใช่เพลงร็อคหรือป๊อป ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากลองทำมาตลอด อยากลองบันทึกเสียงกับวงแบบดีๆ อยากให้ซาวนด์ออกมาเจ๋งๆ ทำงานในสตูดิโอที่อุปกรณ์พร้อม ซึ่งเป็นอะไรที่พวกเราไม่เคยทำมาก่อนเลย

แต่อย่างซิงเกิ้ล Time Square ฟังแล้วแฮปปี้มากเลยนะ?
ใช่ครับ มันมีไอเดียสองแบบสำหรับเพลงนี้ แบบแรกหดหู่และเศร้าสุดๆ ส่วนแบบที่สองจะร่าเริงหน่อย สุดท้ายก็เลือกอย่างหลังเพราะรู้สึกว่าน่าจะเหมาะกว่า แต่สำหรับการออกทัวร์คราวนี้ พวกเราเลือกที่จะเล่นเพลงนี้ในแบบหดหู่ครับ เดี๋ยวลองฟังกันดู

03

 

เคยคิดไหมว่า ถ้าไม่ได้เป็นนักร้องหรือนักแต่งเพลง ตอนนี้คุณจะกำลังทำอะไรอยู่?
ให้ตายสิ ไม่รู้เลยจริงๆ (หยุดคิด) บอกตรงๆ ว่าผมคงไม่มีความสามารถไปทำอะไรอย่างอื่นได้เลย

แล้วเวลาว่างๆ จากการทำเพลงคุณชอบทำอะไร?
ปัญหาก็คือ ผมไม่มีงานอดิเรก (หัวเราะ) แต่หลังจากนั้นตั้งใจแล้วว่าจะหางานอดิเรกทำให้ได้ คือความรู้สึกชอบกับการทำงานมันต่างกันน่ะครับ จำได้ว่าตอนเด็กๆ ผมรู้สึกว่าตัวเองน่าจะเป็นนักวิจารณ์หรือนักเขียนเกี่ยวกับภาพยนตร์ได้ดี อภิชาตพงศ์ วีระเศรษฐกุล (ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง สุดเสน่หา, สัตว์ประหลาด, ลุงบุญมีระลึกชาติ ฯลฯ) เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทยที่ผมชื่นชอบมาก ผมคิดว่าเขาเป็นผู้กำกับหนังที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้เลยนะ เขายอดมาก

มีวงดนตรีหรือศิลปินจากแคนาดาที่อยากจะแนะนำเป็นพิเศษบ้างหรือเปล่า?
ก่อนหน้านี้ผมได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตกับวงจากแคนาดาที่ชอบมากๆ วงแรกมาจากแวนคูเวอร์ชื่อ Frog Eyes อีกคนคือ เจนนิเฟอร์ แคสเทิล เธอเป็นศิลปินหญิงเดี่ยวจากโตรอนโต ทั้งคู่ยอดเยี่ยมมากครับ แสดงสดดีมากด้วย อยากให้ลองไปฟังกันดูครับ

 

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Pisut S.
Translator: Laila Bunnag