jess kent-900-3

ใครได้ไปดูคอนเสิร์ต A Head Full of Dreams Tour ของ Coldplay ที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก เมื่อวันศุกร์ที่ 7 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา นอกจากจะได้สนุกสนานกับการแสดงของทั้ง 4 หนุ่มแล้ว คงจะได้ชมโชว์เปิดของ เจส เคนท์ นักร้องสาวมากความสามารถชาวอังกฤษ ที่เติบโตในออสเตรเลียกันด้วย โดยสาวน้อยคนนี้ เธอมีอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น และยังเป็นเจ้าของอีพีอัลบั้มที่ชื่อ My Name Is Jess Kent โดยมีเพลงฮิตอย่าง Get Down, The Sweet Spot และอื่นๆ อีกมากมาย

แน่นอนว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของ เจส ที่ได้เล่นเปิดให้ Coldplay เพราะทัวร์ที่ผ่านมาของพวกเขาในโซน เซาต์ แปซิฟิค/ ออสเตรเลีย เธอก็ได้ไปเล่นเปิดเช่นกัน ชื่อเสียงจากเพลง Get Down ที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลกโซเชียลมีเดียทำให้ Coldplay แชร์เพลงนี้ลงบนทวิตเตอร์ของพวกเขา และติดต่อมาหาเธอ เผื่อว่าเธอสนใจจะมาเล่นเปิดให้พวกเขา ซึ่งเธอก็ตอบตกลง

คอนเสิร์ตในไทยที่ผ่านมา นอกจาก เจส จะได้เล่นเพลงของตัวเอง เธอยังเล่นเพลง Killing in the Name ของ Rage Against the Machine ซึ่งเรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชมไปอย่างล้นหลาม เรียกได้ว่าเป็นศิลปินที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้หลากหลายแนวทีเดียว และก่อนที่จะขึ้นเวทีในงานนี้เราก็ได้มีโอกาสไปร่วมพูดคุยกับ เจส ถึงเรื่องประสบการณ์ทางด้านดนตรีของเธอด้วย

jess kent-900-1

ทัวร์ที่ผ่านมากับ Coldplay เป็นอย่างไรบ้าง?

สนุกมากค่ะ เราเริ่มกันที่ออสเตรเลีย ก่อนมาที่นี่เราก็เล่นที่ออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์มาก่อน ก็เลยเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเล่นในสเตเดียมใหญ่ๆ ถึงจะเคยเล่นคอนเสิร์ตมาหลายที่แล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยชิน ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ที่เอเชียแล้ว ที่ผ่านมาคนดูก็ดูสนุกกันมาก ทั้งร้องเพลงและเต้นด้วยกัน

คุณชอบอะไรมากที่สุดในทัวร์นี้?

สิ่งที่ฉันชอบที่สุดในทัวร์นี้คือได้อยู่กับคนที่ฉันชื่นชมมาตลอด ฉันยังคงเรียนรู้ในฐานะนักดนตรี เพราะฉะนั้นมันก็ดีที่จะได้ออกไปข้างนอก แล้วก็ได้รับแรงบันดาลใจทุกๆ วัน เพราะฉันก็เขียนเพลงใหม่ๆ อยู่ด้วย

เพลงของคุณก็มีความเป็นฮิปฮอปอยู่เหมือนกันอย่างเช่นเพลง Get Down คุณมีศิลปินฮิปฮอปที่ชอบบ้างหรือเปล่า?

ตอบยากเลยนะ (หัวเราะ) ก็มีคานเย่ เวสต์, เจย์ ซี, เดรก ฉันอยากร่วมงานกับ A$AP Rocky จริงๆ ฉันฟังเพลงฮิปฮอปค่อนข้างเยอะ ลิสต์ศิลปินที่ชอบยาวมากเลย

jess kent-900-2

ทำไมคุณถึงใช้อิโมจิในการเล่าเรื่องราวทั้งหมดในเพลง Get Down ล่ะ?

ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่า เราทำวิดีโอนี้ขึ้นมาแค่เพราะอยากมีวิดีโออัพขึ้นออนไลน์ ก็เลยทำมันออกมาเป็น Lyric Video ก่อน ตอนนั้นยังไม่ได้คิดถึงเรื่อง Official Video เลย แต่พอสักพักหนึ่ง เพลงนี้เริ่มเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ เราก็เลยแค่เอาเนื้อเพลงออกจากวิดีโอ แล้วมันก็กลายเป็นวิดีโอที่คุณเห็น ฉันคิดว่าทุกคนสามารถเข้าใจเนื้อเพลงได้ เพราะทุกคนเข้าใจอิโมจิ โดยเฉพาะตอนนี้ที่ฉันอยู่เอเชีย ทุกคนพูดภาษาที่แตกต่างกันหมด นอกจากดนตรีแล้ว ฉันว่าอิโมจิก็เป็นภาษาสากลนะ

คุณชอบอิโมจิตัวไหนที่สุด?

ฉันชอบตัวผู้หญิงเดรสสีแดงที่กำลังเต้น (หัวเราะ)

คิดจะทำอิโมจิหรือสติ้กเกอร์ของตัวเองบ้างไหม?

ก็คิดนะ ตอนนี้ขอยังไม่พูดดีกว่า เพราะกำลังทำอยู่เลย (หัวเราะ) แต่ฉันมีสัญลักษณ์พิเศษที่คิดขึ้นเอง ซึ่งมันอาจจะไปอยู่ในอัลบั้ม หรืออยู่ในเพลงก็ได้

พ่อของคุณเป็นมือกีตาร์บลูส์ เขามีอิทธิพลทางดนตรีกับคุณบ้างหรือเปล่า?

มีเยอะมากค่ะ หลังจากที่เริ่มเล่นกีตาร์ เริ่มทำดนตรี ฉันก็ฟังเพลงเยอะขึ้น แต่ความจริงแล้วฉันโตมากับ บ๊อบ มาร์เลย์ เพลงโมทาวน์ เพลงคลาสสิก วงร็อคต่างๆ อย่าง The Clash แล้วก็มีเรกเก้ด้วย ฉันเอาทักษะที่ได้เรียนรู้จากพ่อมาเล่นกับเพื่อนๆ กับน้องชายซึ่งเขาตีกลองด้วยนะ แต่นอกจากพ่อฉันก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากนักดนตรีคนอื่นๆ ด้วย ซึ่งฉันคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญนะ เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วเพลงของฉันจะมาจากหลากหลายอิทธิพลมากเลย

jess kent-900-4

อะไรทำให้คุณเริ่มแต่งเพลง?

เพลงแรกเลยฉันก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเพลงได้หรือเปล่า (หัวเราะ) ตอนนั้นฉันอายุ 5 ขวบ ยังอยู่ที่ประเทศอังกฤษ แล้วก็โตมากับป๊อปสตาร์มากมาย พวก Spice Girls เกิร์ลกรุ๊ปต่างๆ ก่อนจะเริ่มจับกีตาร์ ฉันชอบเรียกเพื่อนๆ มาร้องเพลงมั่วๆ แล้วก็เต้นแบบเกิร์ลกรุ๊ป เพลงแรกที่ฉันแต่งร้องว่า “All skies are blue. All the clouds are white. All the grasses are green. All the buildings are red” แล้วก็จบแค่นี้เลย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรคือแรงบันดาลใจ (หัวเราะ)

อยากบอกอะไรแฟนๆ ชาวไทยบ้าง

ฉันยินดีมากที่ได้มาที่นี่ ขอให้ทุกคนมีความสุข สนุก เป็นตัวของตัวเองเข้าไว้ และมีน้ำใจต่อคนรอบข้าง ฉันรักพวกคุณ ขอบคุณค่ะ

Story by Pensagow S.

Photo by Purin A.