XN1A2441

 

การตัดสินใจไปแข่ง WCOPA ครั้งนี้ เพราะผมเห็นแล้วว่าชีวิตผมมันเริ่มเป็นเส้นตรง (ร้องเพลง โปรโมท ออกอีเวนท์ และวนเป็นวงกลม) เลยอยากหาความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิต นอกจากนั้นยังอยากเติมเต็มส่วนของวัฒนธรรมให้กับทีมชาติไทยในปีนี้ จึงตัดสินใจหอบความฝันจากไทยเข้าประชันที่อเมริกา

กติกาและรางวัล ทุกท่านคงได้เห็นกันตามข่าวแล้ว วันนี้ผมจึงอยากมาเล่าสิ่งที่พบเจอระหว่างทางและเก็บเกี่ยวมันมาเป็นวัตถุดิบในการกลับมาปั้นฝันครั้งใหม่ของผม

ผมได้เรียนรู้วิธีการเอาตัวรอด ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา ที่ปกติเป็นคนที่พอเข้าใจภาษาอังกฤษบ้าง แต่ไม่เก่ง และไม่กล้าพูด แต่พอไปอยู่ตรงนั้น อยากได้อะไรต้องพูด ต้องสื่อสาร สถานการณ์บีบบังคับให้เราต้องเจรจาเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แล้วผมก็ทำมันได้จริงๆ (แม้จะไม่เร็วเหมือนจรวด)

การเอาตัวรอดส่วนที่สองที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เอาตัวรอดเพื่อชัยชนะ อันนี้ได้ทฤษฎีใหม่กลับมาใช้กันเลยทีเดียว ต้องบอกก่อนว่าปกติผมเป็นคนที่ทำอะไรจะต้องวางแผน ทุกอย่าง ทุกสิ่งที่จะทำต้องผ่านกระบวนการคิดและไตร่ตรองดีแล้ว (ซีเรียสกับชีวิตมาก) การมาประกวดครั้งนี้ก็เช่นกัน เราเตรียมการกันเป็นเดือนๆ ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม ดนตรี เพลง วิธีดีไซน์การร้อง คิดกันตั้งแต่ขึ้นเวทีด้านไหน หรือถ้าเข้ารอบแกรนด์ไฟนอลจะร้องเพลงอะไร…

ตามหลักแล้ว การวางแผนที่ดีจะทำให้เราผิดพลาดได้น้อยมาก 

แต่รู้อะไรไหมครับ ทฤษฎีเดิมใช้ไม่ได้กับคราวนี้ ทุกอย่างพังหมด ผมเตรียมเพลงที่จะโชว์พลังและเทคนิคไว้ อยากเอามาชนกับชาติอื่น สรุปคือ ทั้ง 61 ประเทศคิดเหมือนกัน และทำเหมือนกัน (เอาละไง) วิธีที่ผมทำคือ วิเคราะห์คู่ต่อสู้ทั้งหมดที่ร้องก่อนหน้าเรา และคิดแทนผู้ฟัง (กรรมการ) ถ้าเราเป็นกรรมการเราต้องรู้สึกแน่นและเริ่มรำคาญกับการที่ผู้เข้าแข่งขันโชว์พลังติดๆ กัน สิ่งที่ผมตัดสินใจทำตอนนั้นคือ ขึ้นเวทีไป แล้วร้องให้เพราะที่สุดในแบบของผม พลังเสียงต้องปรับให้นุ่มที่สุด เพื่อให้สะดุดหูและแตกต่าง

ในสถานการณ์ที่ต้องแก้หน้างานตรงนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่คิดไว้ตั้งแต่แรก แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ทำให้สมองผมสั่งการและให้ร่างกายทำแบบนั้น สรุปเมื่อแข่งเสร็จ และตอนประกาศรางวัล การประกวดในประเภทเล่าสถานการณ์ (ประเภท VOCAL POP) ผมก็ได้เหรียญทองมาจริงๆ มิหนำซ้ำยังได้โล่คะแนนสูงสุด จากการรวมคะแนนรุ่นโตทั้งหมดแล้วด้วย (โคตรพีค)

นี่เป็นบทเรียนราคาแพงของผม ว่าการวางแผนที่ดี ต้องดูสถานการณ์ความเป็นจริงอีกทีด้วย เราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างในโลก ให้เป็นไปตามที่เราคิดได้!! แม้จะผ่านกระบวนการคิดและทดลองมาเป็นล้านๆ ครั้งก็ตาม แต่รู้อะไรไหม ผลที่ผมคิดไว้มันตรงตามที่วางแผนไว้นะ สิ่งที่เปลี่ยนคือวิธีดำเนินการเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายเดิมต่างหาก

มิตรภาพก็เป็นอีกอย่างที่ได้กลับมา มิตรภาพครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่า โลกใบนี้ไม่ได้กว้างอย่างที่คิด ตราบใดที่เรามีสิ่งที่เรารักเหมือนกัน (ดนตรีและศิลปะ) มันจะนำคนที่ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก มาเจอกันได้ในที่สุด และทุกคนพูดภาษาเดียวกัน คือภาษาดนตรี ภาษาศิลปะ เราพูดคุยถามไถ่ถึงเครื่องดนตรีของเพื่อน เพลงที่ใช้ สอนภาษาประจำชาติแลกเปลี่ยนกันหลังเวที มันเป็นประสบการณ์ที่โคตรน่าทึ่ง

 

อีกสิ่งที่ผมตื้นตันและยอมรับในความพยายาม คือทีมฟิลิปปินส์ ผมคิดว่าผมพยายามมากแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับทีมนี้ ผู้ควบคุมทีมไทยเล่าให้ฟังว่า มีโอกาสได้คุยกับผู้ควบคุมทีมฟิลิปปินส์ เขาเล่าว่าทีมของเขาครึ่งหนึ่งเป็นคนรวย อีกครึ่งเป็นคนจน จนในที่นี้คือระดับบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ เด็กๆ ดีใจกับการได้มาประกวด มันคือทุกสิ่งทุกอย่างของเขา เป็นครั้งแรกที่เขามีผ้าขนหนูสะอาดใช้ (ต้นทุนชีวิตเราไม่เหมือนกัน แต่เขามีความพยายาม ความสามารถ และความตั้งใจ) ผู้ควบคุมทีมฟิลิปปินส์ต้องทำให้คนรวยกับคนจนในทีมปรับตัวเข้าหากันและทำให้ทีมเป็นทีมให้ได้

เรื่องข้างต้นสอนอะไรเราได้หลายๆ อย่าง อย่างแรกคือ บางอย่างที่สำคัญสำหรับเรา อาจสำคัญยิ่งกว่า! สำหรับคนอีกคน อย่างที่สอง ดนตรี ความรัก ความพยายาม พามนุษย์เดินทางไปได้ไกลกว่าที่คิดมาก อย่างสุดท้าย ไม่ว่าจะมีจะจนเราก็สามารถมีความสุขร่วมกันจากการเล่นดนตรีและทำงานศิลปะได้

สิ่งที่เล่ามาข้างต้นเป็นฟืนเล็กๆ จากหลายร้อยชิ้น ที่ผมเก็บได้ระหว่างการเดินทางไปแข่ง WCOPA ฟืนเหล่านี้จะมาเติมเป็นเชื้อเพลิงความฝันครั้งใหม่ของผมต่อไป เมื่อสิ้นเสียงประกาศรางวัลสุดท้ายของ WCOPA 2016 นั่นคือการสิ้นสุดการประกวดในปีนี้ แต่ในขณะเดียวกันนั่นก็เหมือนกับเสียงยิงปืนจากจุด START

ที่ให้สัญญาณบอกว่านี่คือการเดินทางสู่ความฝันครั้งใหม่ของผม… เก่ง ธชย

Story by: เก่ง ธชย ประทุมวรรณ
Photo by: Pisut S.