2

 

ระยะเวลา 14 ปีของวงดนตรีที่ชื่อ อพาร์ตเมนต์คุณป้า เป็นข้อพิสูจน์ชั้นเยี่ยมว่าพวกเขาคือ “ตัวจริง” ในวงการเพลงบ้านเรา ตุล ไวฑูรเกียรติ ฟร้อนต์แมนที่มาพร้อมบทกวีที่คมคาย กลั่นกรองออกมาเป็นเรื่องราวความเป็นจริงของโลกใบนี้, ปั๊ม – ปิย์นาท โชติกเสถียร และ บอล – กันต์ รุจิณรงค์ กับซาวนด์กีตาร์อันแสนมีเสน่ห์ รวมถึงความเข้าขากันของ ใหม่ – ภู่กัน สันสุริยะ มือเบส และ จ้า – ทรรศน์ฤกษ์ ลิ่มสิลา ที่นั่งอยู่หลังกลองชุด คอยควบคุมจังหวะจะโคนให้เป็นไปตามท่วงทำนองที่สรรสร้างขึ้นมา “รักสนิยม” คือชื่ออัลบั้มใหม่ของพวกเขาที่เราอยากจะก้าวเข้าไปทักทายและทำความรู้จักให้มากขึ้น แม้ว่ามือกลองคนเก่งจะติดภารกิจด่วนไม่สามารถมาร่วมพูดคุยได้ แต่สมาชิกอีก 4 คนที่เหลือก็ยินดีที่จะพาเราเข้าไปสู่โลกแห่งรักสนิยม… โลกใบใหม่ที่ อพาร์ตเมนต์คุณป้า สร้างขึ้นมาด้วยหัวใจของพวกเขา

 

BBT : ก่อนอื่นเลยเราเตะตากับชื่ออัลบั้ม รักสนิยม ของพวกคุณมาก ได้ชื่อนี้มาอย่างไร?
ตุล
: มันเป็นการผสมระหว่าง 2 คำก็คือ รัก กับ รสนิยม ก็พยายามเอาสองคำนี้มาสร้างเป็นคำใหม่ ก็กลายเป็นคำว่า รักสนิยม ที่มาของคำนี้มันเกิดจากตอนทำอัลบั้มชุดที่แล้ว จะมีเพลงที่ชื่อ สิ่งที่อยู่นอกใจ ซึ่งท่อนฮุคจะร้องว่า “คนเราที่แท้มีความต่าง ทุกชีวิตจึงดูน่าสนใจ” ซึ่งมันก็อธิบายอะไรหลายๆ อย่างในชีวิตคนเราได้ว่า ไอ้ที่คนเราเห็นไม่ตรงกันบ้าง เห็นตรงกันบ้าง ต้องมาถกเถียงอะไรกันบ้าง มันเกิดจากการที่เรามีความรักหรือชอบอะไร หรือรสนิยมในการใช้ชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ก็เลยเป็นที่มาของคำว่า รักสนิยม

BBT : จากอัลบั้มที่แล้ว สมรสและภาระ พวกคุณเว้นช่วงไปนานถึง 8 ปี?
บอล : จริงๆ พวกเราทำอัลบั้มนี้กันไม่นานนะ แต่กว่าจะได้ออกน่ะใช้เวลานาน
ปั๊ม : ก็เจอปัญหาน้ำท่วมด้วย หลังจากนั้นเราก็มาอยู่ค่าย ก็ทยอยปล่อยซิงเกิ้ลเรื่อยๆ มีทำคอนเสิร์ตใหญ่ก็คือ สุขสิบสาม แล้วก็เกิดเหตุการณ์ทางการเมือง ค่ายก็หยุดพักไปแป๊บนึง และมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ก็เลยมีการรอ และจัดตารางไทม์มิ่งอยู่นาน แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะหายไปเลย เพราะระหว่างนั้นเราก็ปล่อยเพลงออกมาเรื่อยๆ
ตุล : ซึ่งมันก็คงเป็นการตลาดของยุคนี้มากกว่า

BBT : ขั้นตอนการทำงานในอัลบั้มนี้ยังคงเหมือนเดิมหรือมีความแตกต่างจากชุดก่อนๆ อย่างไรบ้าง?
ตุล : ตอนผลิตงานมันไม่แตกต่างหรอกครับ ที่แตกต่างอย่างชัดเจนมากคือหลังจากผลิตงานออกมาแล้ว อย่างที่บอกแหละ การที่เราปล่อยเพลงทีละเพลง การที่เราได้ใช้เวลา 3-4 เดือน หรือ 5 เดือนสำหรับบางเพลงในการโปรโมต ข้อดีก็คือการทำให้แฟนเพลงค่อยๆ รู้จักกับอพาร์ตเมนต์คุณป้ามากขึ้นในแบบช้าๆ ข้อเสียก็คือ คนก็จะถามอยู่นั่นแหละว่า เมื่อไหร่ซีดีอัลบั้มจะออก ซึ่งมันคือภาพเคยชินของวงอินดี้ในอดีต (หัวเราะ) คือพอเรามาอยู่ค่าย แน่นอนว่าจะต้องมีแผนการตลาดแบบนี้ ซึ่งเราก็โชคดีนะที่ได้ทำมิวสิควิดีโอถึง 8 เพลง มากมายมหาศาลมาก เมื่อก่อนอัลบั้มเรามี 13 เพลง แต่เรามีเอ็มวี 1 เพลง (หัวเราะ)

BBT : พวกคุณเคยให้สัมภาษณ์ว่า อัลบั้มชุดนี้ฟังง่ายที่สุดตั้งแต่เคยทำมา?
ตุล : คิดง่ายๆ ตามหลักคณิตศาสตร์เลยนะ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของอารมณ์ ชุดนี้ผมว่าผมเล่าเรื่องได้กระชับมากขึ้น เอาแค่จำนวนคำที่ใช้มันน้อยลงมาก ในฐานะที่ผมเป็นนักเขียนเพลง ถ้าเปรียบเป็นนักมวย เมื่อก่อนผมจะออกหมัดเยอะมาก แต่ถ้าเป็นชุดนี้ สมมุติว่าเราจะเล่าประเด็นนี้ เรารู้จักการตั้งรับ มีตั้งการ์ด เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราก็ออกหมัด 2-3 หมัด ถ้ามันเล่าเรื่องได้ ก็โอเค ปิดจ๊อบ ที่เหลือในส่วนของดนตรีของทุกคน ผมว่ามันกลมกล่อมแล้ว พวกเราทำงานด้วยกันมา 10 กว่าปี เหมือนหาจุดสมดุลในการเล่าเรื่องเจอแล้ว

3

 

BBT : แล้วเรื่องของซาวนด์ล่ะ?
บอล : จริงๆ ซาวนด์มันก็ยังเป็นอพาร์ตเมนต์คุณป้า แต่อาจจะมีความกลมกล่อมขึ้นเหมือนที่ตุลบอก ไม่แหกปากหรือเกรี้ยวกราดแบบชุดแรกๆ
ใหม่ : อาจจะเรียกว่า ใช้อาวุธเป็น รู้ว่าควรใส่เท่าไหร่ก็ใส่เท่านั้น
ตุล : การบันทึกเสียงและการมิกซ์ก็มีคุณภาพมากขึ้นนะ ด้วยประสบการณ์ที่มากขึ้นของทีมงานที่ทำกับพวกเรามานาน เหมือนค่อยๆ เติบโตมาด้วยกันน่ะครับ

BBT : จากวันแรกจนถึงวันนี้ วิธีการเล่าเรื่องหรือเรื่องราวที่ ตุล ไวฑูรเกียรติ จะเล่าผ่านบทเพลงเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม?
ตุล : อย่างที่ผมบอก ผมเป็นนักมวยที่ออกหมัดน้อยลง วิธีสื่อสารจะเปลี่ยนในแง่นั้น แต่ความตรงไปตรงมาของประเด็นและสิ่งที่ผมสนใจรอบตัวก็น่าจะเหมือนเดิม สำหรับเรื่องเขียนเพลง ผมเป็นคนกล้าเล่า กล้าเอาชีวิตตัวเองมาแฉ กล้าสะท้อนสังคม ผมไม่รู้นะ ความคิดผมอาจจะผิดหรือถูกก็ได้ คนฟังจะคิดยังไงก็ลองไปฟังดู คุณอาจจะคิดไม่เหมือนผมก็ได้

BBT : แล้วการทำงานกับ เป็นเอก รัตนเรือง ในมิวสิควิดีโอเพลง วันสุดท้าย และ นาฬิกาทราย เป็นอย่างไรบ้าง?
ปั๊ม : จินตนาการและวิธีการเล่าเรื่องของพี่ต้อมมีความเป็นเอกลักษณ์ และสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ชมเสมออยู่แล้ว ซึ่งพวกเราทุกคนก็ได้เข้าไปร่วมถ่ายทำด้วย
ตุล : สองเพลงนี้คุณจะดูแยกหรือดูต่อเนื่องกันก็ได้ แต่จากที่ผมได้คุยกับผู้กำกับและเข้าใจตรงกันก็คือ สองเพลงนี้เกิดขึ้นในค่ำคืนเดียวกันนะ ทั้งการเขียนหรือจุดกำเนิดของเพลง มันมีนัยยะหลายๆ อย่างที่ผมอาจจะเล่าได้ไม่หมดในเพลง แต่ผมกับพี่ต้อมรู้กัน ซึ่งอารมณ์ของเพลงจะพูดถึงความสูญเสียและการจากลา ถามว่ามันเป็นเพลงที่เศร้าไหม… ก็ไม่ใช่ เพลงของอพาร์ตเมนต์คุณป้าจะไม่ฟูมฟายกับความสูญเสียอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่เรามองและสังเกตว่าเป็นยังไงมากกว่า

BBT : เพิ่งสังเกตว่า ชื่ออัลบั้มของ อพาร์ตเมนต์คุณป้า มักมีความเชื่อมโยงถึง “ความรัก” อยู่เสมอ ทั้ง Bangkok Love Story, Romantic Comedy, สมรสและภาระ จนมาถึง รักสนิยม?
ตุล : จริงๆ พวกเราเป็นคนโรแมนติกครับ (หัวเราะ) คือถ้าลองมาวิเคราะห์กัน ชื่ออัลบั้มพวกเราจะเกี่ยวกับความรัก แต่ในเนื้อเพลงมักจะต้องมีคำว่าเพลงหรือดนตรีอยู่ตลอด มันอาจจะเป็นเรื่องที่จิตใต้สำนึกเราคิดถึงอยู่ก็เป็นไปได้

1

 

BBT : คิดยังไงที่คนจำนวนเยอะมากยกให้พวกคุณเป็น “ตัวพ่อวงการเพลงอินดี้”?
ตุล :
คือเราก็ยังไม่อยากเป็นคนแก่นะ ขอเป็นแค่ตัวน้าแล้วกัน (หัวเราะ)
บอล : ตัวพี่ก็พอ
ตุล : (หัวเราะ) คือผมว่า 14 ปี ถ้าเทียบกับวัยรุ่นก็เพิ่งจะอยู่ ม.2 ยังมีอะไรให้เราต้องเรียนรู้อีกเยอะ คือถ้าเป็นอายุวงยังถือว่ายังเป็นช่วงวัยรุ่น เราเห็นศิลปินรุ่นพี่ๆ ที่ทำงานมา 10 อัลบั้ม เรายังไม่ถึงครึ่งทางเขาเลย ผมมองตัวเองว่ายังเป็นเด็กอยู่ และที่สำคัญเราก็ได้เรียนรู้จากรุ่นน้องๆ ด้วยนะ ผมว่าปีนี้เป็นปีทองของวงการดนตรี ผมมีความสุขมากทุกครั้งที่ได้ไปตามอีเวนต์ต่างๆ เห็นคนรุ่นใหม่ๆ ทำงานใหม่ๆ ออกมา มันมีพลังที่ทำให้คนเริ่มรู้แล้วว่า ดนตรีน่ะมันต้องทำเอง มันต้องเชื่อตัวเอง แล้ววงที่เชื่อในตัวเองและทำให้เราขนลุกได้มันมีเยอะมาก อย่าง Solitude is Bliss หรือ Migrate to the Ocean เวลาผมฟังเพลงเขา เขาก็ให้ความรู้กับเราเยอะ ให้แรงบันดาลใจ ดนตรีมันไม่จำเป็นว่า เราอยู่มานานแล้ว แล้วเราจะรู้ทุกอย่าง
บอล : เราต้องมีสิ่งที่เรียนรู้ได้อยู่ทุกวัน คือถ้าเราจะมาตั้งตัวเองเป็นรุ่นใหญ่ มันก็เหมือนปิดประตูการเรียนรู้ ปิดประสาทสัมผัส
ปั๊ม : ซึ่งถ้าคนเราปิดประสาทการสัมผัส เราจะสัมผัสงานของตัวเองได้ยังไงเวลางานของเราออกไป

BBT : จุดมุ่งหมายต่อไปของ อพาร์ตเมนต์คุณป้า?
ตุล : ก็คงพยายามเอาเพลงจากอัลบั้ม รักสนิยม ไปเล่นให้คนได้ฟังมากที่สุด ผมเชื่อนะว่าทุกเพลงในอัลบั้มนี้มันมีเต็มทุกอรรถรส แล้วพวกเราขายปัจจุบัน เราคงไม่อยากเป็นวงที่ขายอดีตสักเท่าไหร่ แน่นอนว่าอดีตมีความดี ความงดงาม แต่หลังจากนี้เวลาคุณได้ไปดูคอนเสิร์ตของเรา ก็คงจะได้ฟังเพลงจาก รักสนิยม ในสัดส่วนที่มากกว่าอัลบั้มอื่นๆ
ปั๊ม : ส่วนเรื่องความสนุกในการทำงานใหม่ หรือไปฟีทเจอริ่งกับศิลปินท่านอื่น หรืออะไรก็ตาม มันก็เป็นสิ่งที่พวกเราสนุกกับมันอยู่แล้ว คิดว่าในอนาคตคงจะมีโอกาสได้ทำงานในรูปแบบที่แตกต่างออกไปเรื่อยๆ

BBT : 14 ปีในวงการดนตรีมอบอะไรให้กับพวกคุณบ้าง?
บอล : ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องการได้พบปะผู้คน ไม่ว่าเราจะเดินทางไปเล่นต่างประเทศ ต่างจังหวัด หรือที่ไหนก็ตาม เราได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดและวัฒนธรรม ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ตุล : สำหรับผมมันเป็นเรื่องของครอบครัว การที่พวกเราทำงานกันมา 14 ปี ถ้าไม่มีดนตรีผมจะไม่มีโอกาสได้เจอคนอีกหลายๆ คนในชีวิตเลยนะ เหมือนที่ฝรั่งเขาพูดกันว่า Music bring us together ดนตรีทำให้เรามาพบกัน ถ้าไม่มีดนตรีผมก็ไม่ได้มาพบกับ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ ในวันนี้ จริงไหมครับ
ปั๊ม : บุคคลที่เราได้เจอ หนังที่ได้ดู เพลงที่เราได้ฟัง หนังสือที่ได้อ่าน สถานที่ที่เราไปท่องเที่ยว ทุกอย่างรอบๆ ตัว มันเป็นแรงบันดาลใจที่เราจะสร้างจินตนาการในการทำงานเพลงต่อไป ทุกอย่างเป็นองค์ประกอบหมด แต่ถ้ามองในเชิงส่วนตัวในอีกมิติหนึ่ง การที่พวกเราได้ทำวงกันมา เหมือนพวกเราได้นำความรู้สึกและจินตนาการถ่ายทอดออกไป อาจจะเป็นความกดดันในชีวิต ความรู้สึกที่เราอัดอั้นตันใจ แชร์ความสุข ความทุกข์ผ่านงานศิลปะของเรา ซึ่งมันก็เป็นบทบาทการแสดงออกของศิลปินทุกท่านไม่ว่าจะจากแขนงใดก็ตาม

4

BBT : คำถามสุดท้ายแล้ว ในเมื่ออัลบั้มชุดล่าสุดของ อพาร์ตเมนต์คุณป้า มีชื่อว่า รักสนิยม … แล้ว “ความรัก” ของพวกคุณคืออะไร?
ใหม่ : ความรักทำให้เรารู้สึกดี ไม่ว่าจะกับการดูแลใครสักคน หรือดูแลอะไรสักอย่าง แล้วเรารู้สึกมีค่ากับคนๆ นั้น บางทีคนเราอาจรู้สึกไม่มีค่ากับใครเลย แต่พอเรายิ่งให้ ค่าของเรายิ่งมีเพิ่มขึ้น แล้วเราก็จะรู้สึกรักตัวเองมากขึ้น ก็สะท้อนกลับไปกลับมา
ตุล : ความรักคือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกไม่ลำบาก ผมว่าถ้าเกิดเรารักอะไรบางอย่างแล้วมันทำให้ชีวิตเราต้องยากขึ้น ผมมองว่านั่นไม่ใช่ความรัก … ความรักต้องทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างไม่ต้องขัดเขิน เป็นตัวเราจริงๆ เราจะรู้สึกสะดวกมากกับการทำในสิ่งที่เรารัก … ความรักคือความธรรมดาของตัวเราเอง สมมุติเราไปรักอะไรบางอย่างแล้วเราต้องฝืนมาก มันอาจจะเป็นแค่ความลุ่มหลงก็ได้
ปั๊ม : จริงๆ มันก็มีหลายมิติ แต่ถ้าพูดกันตอนนี้ ผมว่ามันก็คือการให้และการรับ ความรักในอะไรสักอย่างมันต้องมีเงื่อนไขตามมา คุณต้องมีความรับผิดชอบ ต้องรับฟัง ต้องปรับตัวเท่าที่เราจะปรับตามเงื่อนไขต่างๆ นั้นได้ แต่การปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างเราก็ต้องไม่ฝืนธรรมชาติของตัวเองเกินไป
บอล : ง่ายๆ เลยครับ ความรักคือความเข้าใจและการให้อภัย เข้าใจกัน กระทบกระทั่งกันนิดหน่อย ก็ให้อภัยกัน

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Pisut S. & Sanamluang Music
Special Thanks: Sanamluang Music