08

ตอนที่รู้ว่าปกฉบับต่อไปของเราคือ Big Ass ทีมงานตกลงใจจะเดินทางไปถ่ายปกนอกสถานที่เป็นครั้งแรก โลเคชั่นที่เราเลือกคือเหมืองหินคีรีนคร ด้วยเหตุผลว่ามันมีความเท่เหมาะสมกับลุคของวงร็อคอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยมีความเป็นกังวลเบาๆ ถึงการทำงานในสภาพภูมิทัศน์ที่แห้งแล้งปราศจากร่มเงาและอุณหภูมิเฉียด 40 องศาท่ามกลางแสงแดดยามบ่าย

เราล่วงหน้าไปถึงโลเคชั่นเมื่อเวลา 11 โมงกว่าๆ ทีมช่างภาพง่วนกับการหามุมและตระเตรียมความพร้อมเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด ส่วนคนสัมภาษณ์และทีมเสื้อผ้าหน้าผมก็จัดเตรียมสถานที่อย่างดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ นั่นคือเพิงเล็กๆ หน้าบ้านใครสักคนแถวนั้น หลังคามุงหญ้าแฝก มีโต๊ะกับเก้าอี้ไม้ต่อเองแบบง่ายๆ พร้อมพัดลมอีก 1 ตัว เกือบเที่ยง รถตู้ของวงก็วิ่งลุยแสงแดดไต่ระดับขึ้นมาหา ฉัน ช่างแต่งหน้า-ผม สไตลิสต์และผู้ช่วย สบตากันแวบหนึ่ง คาดว่าในใจจะมีความตุ๊มๆ ต่อมๆ แบบเดียวกันคือจะได้รับปฏิกิริยาอย่างไร

แต่เมื่อ เจ๋ง-เดชา โคนาโล (ร้องนำ), อ๊อฟ-พูนศักดิ์ จตุระบุล (กีตาร์), หมู-อภิชาติ พรมรักษา (กีตาร์), โอ๊ค-พงศ์พันธ์ พลสิทธิ์ (เบส) และ กบ-ขจรเดช พรมรักษา (กลอง) ก้าวลงจากรถตู้พร้อมส่งเสียงฮือฮาในโลเคชั่นที่อาจจะเกินคาดของพวกเขาไปบ้าง เราก็อมยิ้ม เพราะสัมผัสได้แค่ความแปลกใจและตื่นตา ปราศจากอาการอารมณ์เสียหรือผิดหวังใดๆ หลังคุยกันเสร็จ กบยังแซวว่าสถานที่สัมภาษณ์เข้ากับนิตยสารหัวฝรั่งมาก พร้อมขอถ่ายรูปรวมไปเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเคยมานั่งคุยกับบิลบอร์ดไทยแลนด์ในเพิงท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมวง

03

อ๊อฟ-พูนศักดิ์ จตุระบุล

แน่นอนว่าบทสนทนาของเราต้องเริ่มต้นด้วยที่มาที่ไปของอัลบั้มใหม่ The Lion ที่กำลังจะปล่อยในอีก 3 วันหลังจากวันที่เราคุยกัน เป็นสตูดิโออัลบั้มลำดับ 8 และเป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกหลังการเปลี่ยนตัวนักร้องนำของพวกเขา

“ชื่ออัลบั้มได้มาจากไตเติ้ลแทร็ค เชิดสิงโต ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ของอัลบั้มด้วย” อ๊อฟเล่า “เราคิดถึงคณะเชิดสิงโตที่จะมีเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งต้องปีนป่ายขึ้นไปบนยอด คนข้างล่างดูแล้วตื่นเต้นเฮฮา แต่ไม่มีใครรู้ว่าเด็กคนนั้นคิดอะไร กลัวไหม ทำเพื่อแลกกับอะไร ซึ่งไม่ต่างกับหลายๆ คน รวมทั้งพวกเราด้วยที่บางครั้งทำเรื่องใหญ่เกินตัว แต่บางทีชีวิตมันก็ไม่ได้มีทางเลือกมากมาย ที่ทำได้คือทำให้ดีที่สุด ชอบคอนเซ็ปต์นี้เลยเอามาใช้เป็นชื่ออัลบั้มด้วย เป็นตัวแทนของทั้งตัวเราและคนอื่นๆ ที่ต้องต่อสู้กันไป”

การทำงานเริ่มต้นขึ้นหลังออกอีพี แดนเนรมิต ใช้เวลาในการทำทั้งสิ้น 2 ปี เปลี่ยนทั้งวิธีการทำงาน วิธีการบันทึกเสียง กระทั่งวิธีการคิดและแนวเพลง นี่คืออัลบั้มแรกที่ทั้งห้าใช้วิธีแยกย้ายไม่เจอหน้ากัน 1 เดือนเต็มๆ จากนั้นก็กลับมารวมตัวพร้อมนำสิ่งที่แต่ละคนมีในมือมาแชร์กัน

“อัลบั้มก่อนๆ นี้เราจะดีไซน์ไว้เลยว่าต้องเป็นแบบไหน” กบรับช่วงอธิบายต่อ “แต่อัลบั้มนี้เราอยากได้ความเป็นธรรมชาติ วงอยู่มา 19 ปีแล้ว ไม่แน่ใจว่าการฟังเพลงของแต่ละคนตอนนี้เปลี่ยนไปไหม เวลาทำอะไรกับเราบ้าง ลองมาแชร์กันดู สิ่งที่เกิดขึ้นคือเจ๋งแต่งเพลงมาบางส่วน โอ๊คอีกบางส่วน ซึ่งปกติที่ผ่านมาคนแต่งเพลงหลักของวงเราคืออ๊อฟกับหมู แต่ชุดนี้มีเจ๋งเพิ่มมา เขาได้จากการไปเรียนคีย์บอร์ดกับเปียโนเพิ่ม และสุดท้ายก็ได้เจอธรรมชาติของวง ได้เสียงใหม่ๆ สีสันใหม่ๆ เริ่มประกอบร่างกันจากตรงนั้น”

05

โอ๊ค-พงศ์พันธ์ พลสิทธิ์

โอ๊คมาพร้อมดนตรีร็อคแอนด์โรลแบบอเมริกัน ที่เป็นผลจากการไปอยู่อเมริกามา 8 ปี เจ๋งมาพร้อมสีสันจากคีย์บอร์ด ที่โดนพี่ๆ ในวงบังคับให้เรียนหลังเข้ามาร่วมวงแล้วในคอนเสิร์ตมีเพลงบังคับอย่าง ก่อนตาย กับ อย่างน้อย ที่ต้องใช้คีย์บอร์ด เป็นความแปลกใหม่ที่ Big Ass เองก็ต้องใช้ทั้งความกล้าและการเปิดใจอย่างมากเช่นกันในการเลือกนำมาใช้ในอัลบั้ม เพราะพวกเขาเห็นพ้องต้องกันตั้งแต่นาทีแรกที่เปลี่ยนนักร้องนำ ว่าจะไม่เปลี่ยนเพื่อกลับไปทำเพลงแบบเดิม แต่เปลี่ยนเพื่อก้าวต่อไปข้างหน้า

“เราจะให้เจ๋งเป็นคนพาเราไป มันสนุกกว่า ส่วนเรื่องฟีดแบ็คก็เรียนรู้กันไป ของอย่างนี้ต้องใช้เวลา ตั้งแต่มีเจ๋งเข้ามา กว่าคนจะชอบและชินก็ใช้เวลากว่า 4-5 ปี ทุกวันนี้ตอนปล่อยพรีวิวเพลงที่เจ๋งแต่งไป ฟีดแบ็คดีมาก คนเริ่มเข้าใจ Big Ass พ.ศ. นี้แล้ว”

เราถามเจ๋งว่ากดดันไหมกับการแต่งเพลงให้วงเป็นครั้งแรก เขาตอบว่าไม่กดดัน ก็แค่แต่งในแบบที่ชอบ ฟังอะไรมาก็แต่งออกมาแบบนั้น ซึ่งมันอาจจะใช่หรือไม่ใช่ Big Ass ในแบบที่คนทั้งประเทศคุ้นเคย แต่ด้วยกรอบการทำงานที่เปิดกว้าง เขาจึงสนุกที่ได้มีส่วนร่วมกับการทำงานที่ค่อนข้างเยอะในอัลบั้มนี้ พร้อมย้ำว่าทั้งพี่ๆ และเขายังต้องเรียนรู้กันไป บางเรื่องต้องถอยคนละก้าวหรือเดินเข้าหากันคนละก้าว เพราะแม้จะอยู่ด้วยกันมา 5 ปีแล้ว ก็ยังมีสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ เรียนรู้ และเตรียมใจไว้พบเจออีกมากมาย

“ตอนที่เลือกเจ๋งเข้ามา เราก็คุยกันแล้วว่าอารมณ์เหมือนทดลองอยู่กินกันก่อนนะ” กบเสริม “การลองใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเรื่องสำคัญมาก และทำให้ตัดสินใจได้ว่าเอาเจ๋งนี่แหละ เพราะสุดท้ายเราไม่ได้เลือกที่เสียงร้อง เราเลือกจากเคมีที่ลงตัวว่าไปกันได้ เหมือนที่ผมเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าถ้าคนเราเคมีไม่ตรงกัน นั่งรถตู้แค่ครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมงก็ทะเลาะกันได้ แต่ถ้าคลิกกันแล้ว นั่งด้วยกัน 7-8 ชั่วโมงก็ไม่มีปัญหา นี่คือชีวิตจริงๆ ของนักดนตรี มันคือเรื่องของการแชร์กันที่มากกว่าแค่การเล่นดนตรี และสำคัญพอๆ กับการยืนอยู่ด้วยกันบนเวที”

02

เจ๋ง-เดชา โคนาโล

นักร้องนำคนใหม่ ความคิดใหม่ วิธีการทำงานแบบใหม่ ส่งผลเป็นอัลบั้มที่มาพร้อมความแปลกใหม่ในระดับที่คนฟังจะรับรู้ได้อย่างชัดเจน เพราะแม้มีความคิดถึงขั้นว่า “เพลงสไตล์อะไรของโอ๊ควะ ได้ยินครั้งแรกนึกไม่ออกเลยว่าปลายทางจะเป็นยังไง” สุดท้ายพวกเขาก็เลือกจะลองเพราะในเมื่อเปิดใจให้ทุกคนเอาของมากองรวมกันแล้ว ก็ควรต้องต่อยอดให้ถึงที่สุด รวมไปถึงวิธีการบันทึกเสียงก็ยังเป็นการทดลองแนวทางใหม่ๆ เพราะอัลบั้ม The Lion ใช้วิธีบันทึกให้เหมือนการเล่นคอนเสิร์ตที่สุด แต่ละคนเล่นดนตรีอย่างสนุกสุดๆ อัดแค่ไม่กี่เทค และพยายามอีดิทให้น้อยที่สุด ฉะนั้น หลายเพลงในอัลบั้มนี้จะจบพร้อมอารมณ์เหมือนคุณกำลังฟังพวกเขาเล่นไลฟ์อยู่

The Lion ประกอบด้วย 11 แทร็คที่ผ่านกระบวนการคิดธีม วางคอนเซ็ปต์ และเรียงร้อยมาเป็นอย่างดี ตามประสาการทำงานในแบบอัลบั้มที่แตกต่างมากมายจากการรวบรวมซิงเกิ้ลมาใส่ให้ครบอัลบั้ม

“เราโตมากับการฟังเพลงทั้งอัลบั้มตั้งแต่ยุคเทปคาสเส็ตต์ มันกรอลำบาก ก็ต้องฟังเรียงๆ ไป” กบเล่าพลางหัวเราะ “ยุคนี้ง่ายขึ้น เลือกฟังเป็นเพลงๆ ได้ แต่เราอยากนำเสนอการทำเพลงในมุมของเรา ให้คนฟังรู้ว่าการเรียงเพลงสำคัญสำหรับการทำเพลง ฟังเพลงนี้จะไปกระทบอารมณ์กับเพลงนั้นแล้วไปเพลงโน้น มันคือการส่งต่ออารมณ์ของอัลบั้ม ก็ไม่รู้ว่าวิธีนี้มันเชย มันเอ้าท์ หรือมันเปลืองแรงไปไหม แต่เราทำเพราะมีความสุขกับการฟังเพลงเรียงกันไป การฟังครบทั้ง 11 เพลงก็เหมือนการมองภาพวาดหนึ่งภาพ จุดนี้อาจจะไม่เด่น จุดนั้นก็ไม่เด่น แต่เมื่อรวมกันมันจะกลายเป็นภาพวาดที่ลงตัว นี่คือวิธีการทำงานของเรา อยากให้คนฟังรุ่นใหม่ที่เคยฟังเป็นเพลงๆ ลองกลับมาฟังแบบอัลบั้ม เรียงเพลงต่อกันไป อรรถรสมันน่าจะเปลี่ยน ซึ่งไม่มีอะไรดีกว่าหรือแย่กว่า แค่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อยากให้ลอง”

04

หมู-อภิชาติ พรมรักษา

ทั้งห้าย้ำว่าเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลก และไม่ได้ต่อต้าน เพียงแต่เมื่อยังมีโอกาสก็ทำเพราะไม่รู้เหมือนกันว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร จะว่าแปลกใจก็แปลกเมื่อได้ยินอะไรแบบนี้จากปากของวงดนตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวงที่ดังที่สุดในเมืองไทย และอยู่ในวงการมาแล้วถึง 19 ปี

“การเป็นวงดนตรีมันยากเสมอครับ เพราะมันมีอะไรที่มากกว่าแค่การเอาคนเล่นดนตรีเก่งมารวมกัน” กบยังคงรับหน้าที่ตัวแทนวงเล่าเรื่องราวให้เราฟังต่อไป “เราอยู่มาจะ 20 ปีแล้ว เห็นการเวียนว่ายตายเกิดมากมาย ขนาดวงเราที่ว่าเหนียวๆ ยังมีการเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างมันไม่แน่นอน”

ถ้าอย่างนั้น อะไรคือปัจจัยที่จะทำให้วงดนตรีวงหนึ่งสามารถยืนระยะได้ยาวนาน?

“เขาว่ากันว่าสองสิ่งที่ต้องเอาออกไปจากวงก่อนถ้าไม่อยากให้วงแตก คือเรื่องเงินกับเรื่องเพศตรงข้าม ซึ่งเราอยู่กันมาจนแต่ละคนอายุ 40 กว่าแล้ว ไม่มีปัญหาเรื่องพวกนี้ เรื่องเงิน ตกลงกันแต่แรกว่า Big Ass หารห้าเท่ากันหมด ไม่ว่าใครจะแต่งเพลงมากน้อย หรือไปทำโน่นนี่นั่น อย่างพี่หมูไปเล่นละครหรืออะไรก็ต้องเอามาแชร์กัน” เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบวงหลังกบพูดจบพร้อมการพยักหน้ารับของหมู “เจ๋งเข้ามา เราบอกกฎนี้ เขาก็เข้าใจ พอเอาเรื่องที่จะทำให้วงแตกออกไป ก็ง่ายละที่จะคุยเรื่องอื่น จากนั้นก็เป็นเรื่องของการเข้าใจเข้าใจหน้าที่ เหมือนที่ในหลวงรัชกาล 9 ตรัสว่า คนเรามีหน้าที่อะไรก็ต้องเข้าใจและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

06

กบ-ขจรเดช พรมรักษา

“แน่นอนว่าการรักดนตรีก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ผมคิดว่าการให้อภัย เข้าใจ พร้อมจะเริ่มใหม่ด้วยกัน สำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องดนตรี แต่รวมถึงความสัมพันธ์ทุกอย่าง เพื่อน ครอบครัว ถ้ามีพื้นฐานอยู่บนความเข้าใจมันจะพาทุกอย่างไปรอด จะช่วยประคับประคองกัน ผ่อนหนักเป็นเบา”

“ส่วนเรื่องเพศตรงข้ามก็ไม่มีปัญหาครับ เราอยู่กันมานานขนาดนี้ หันมาชอบเพศเดียวกันเองแล้ว!” อ๊อฟปล่อยมุขเรียกเสียงหัวเราะได้อีกรอบ

Big Ass เริ่มต้นจากการรวมตัวของเพื่อนวัยรุ่นตามประสาคนรักดนตรีเหมือนกัน วันแรกๆ พวกเขาเองก็ไม่คิดว่าจะสามารถเลี้ยงชีวิตด้วยดนตรีได้ แต่เมื่อวันหนึ่งที่ดนตรีกลับกลายเป็นสิ่งเลี้ยงชีพ นั่นคือวันที่พวกเขาตั้งใจมุ่งมั่นว่าจะต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนในสิ่งที่ได้รับมา นั่นคือเหตุผลของ 8 อัลบั้มในรอบเกือบ 20 ปี เพลงฮิต และรางวัลอีกมากมาย

“พอรู้ว่าดนตรีเลี้ยงเราได้ อาชีพนักดนตรีมีอยู่จริงบนโลกนี้ เราจึงเตือนกันเสมอว่าต้องซื่อสัตย์กับสิ่งที่ให้เรามา ซื่อสัตย์กับแฟนเพลง ซื่อสัตย์กับดนตรี ต้องตั้งใจทำเพื่อเป็นการตอบแทนดนตรีที่เลี้ยงเรา” กบย้ำ

01

“อีกอย่างเรามองว่ามีชื่อวง Big Ass ที่อยู่เหนือชื่อเรา” อ๊อฟเสริม “ต้องซื่อสัตย์กับสิ่งที่ทำ และก็พยายามทำมันให้สนุก หามิสชั่นใหม่ๆ มาทดลอง ทุกวันนี้ก็คิดถึงอัลบั้มใหม่กันแล้วเพื่อให้ตัวเองแอ็คทีฟ”

ส่วนหนึ่งของการทำให้ตัวเองแอ็คทีฟหรือมีไฟในการทำงานก็คือการอัพเดทตัวเองอยู่เสมอ โอ๊คบอกว่าดนตรีก็ไม่ต่างอะไรกับอาหาร ถ้าเสพเพลงดีก็เหมือนกินอาหารที่ดี ที่จะทำให้เราแข็งแรง มีเรี่ยวแรงและพลังอยากทำอะไรต่อ ในขณะที่กบบอกว่าไม่แค่ติดตามฟังเพลงใหม่ๆ แต่ต้องมีความสุขกับการฟังเพลงด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะหลงลืมไป เมื่อชีวิตผันผ่าน มีสิ่งต่างๆ เข้ามาทั้งครอบครัว ลูก เวลาในการฟังเพลงน้อยลง ความสุขในการฟังเพลงอาจจะหายไป

“สิ่งสำคัญสำหรับนักดนตรีคือมีความสุขในการฟังเพลงทุกครั้ง เพราะมันจะทำให้เรารักที่จะทำเพลงต่อไปเรื่อยๆ” เขายืนยันหนักแน่นเป็นการปิดท้าย

********************

07

Recommended tracks from Big Ass

หมู: คงไม่เป็นไร
อัลบั้มนี้มี 11 เพลง ก่อนเข้าห้องอัดเรามี 10 เพลง เว้นที่ไว้หนึ่งเพลงสำหรับ 1 เดือนในห้องอัดว่าจะซึมซับบรรยากาศออกมาเป็นเพลงได้ไหม และมันก็กลายเป็นเพลงนี้ แทร็คที่ 11 ที่ได้คุณคริสเจ้าของห้องอัดคาร์มาที่เคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลกมาช่วยด้วย ผมว่าเพลงนี้ฟังแล้วมันได้อารมณ์ได้บรรยากาศ

อ๊อฟ: บินเข้ากองไฟ
ผมชอบทุกเพลง แต่วันนี้แนะนำเพลงนี้เพราะเป็นเอ็มวีตัวล่าสุด เราเลยลองเอาไปเล่นกันตอนซ้อม แล้วพบว่ามันเป็นเพลงที่มีพลัง มีความเรียบง่ายแต่ลงตัว

โอ๊ค: เชิดสิงโต
มันแปลกกว่าที่เราเคยทำ ดนตรีเป็นร็อคแอนด์โรลฉีกไปจากเพลงเก่าๆ เลยใช้เวลาเยอะกว่าจะสมบูรณ์ และมีความหมายกับอัลบั้มนี้ด้วย เพราะเป็นเพลงที่ทำให้ได้ชื่ออัลบั้มมา เพลงนี้ได้คุณคริสมาช่วยอะเรนจ์เครื่องสาย ได้ความสนุกกับสีสันที่แปลกใหม่

กบ: ไม้ขีดไฟ
อาจจะตอบไม่ตรงกับที่อื่น เพราะชอบทุกเพลง เปลี่ยนตามวัน วันนี้เลือกเพลงนี้ เป็นเพลงเร็วและหนักที่สุดในอัลบั้ม ผมชอบคอนเซ็ปต์เนื้อเพลงที่บอกว่าคนทุกคนมีจุดติดไฟ ในตัว ถ้าไม่มีอะไรมากระแทก ก็ไม่มีใครเดือดร้อน ไม่มีคนโดนเผาโดนทำลาย แต่ถ้าโดนกระทบจะด้วยความคิดหรือร่างกาย ก็ไม่ต่างจากไม้ขีดไฟที่โดนกระแทกแล้วระเบิดลุกเป็นไฟ เผาไหม้คนรอบข้างหมด เนื้อเพลงเข้ากับทุกสถานการณ์ชีวิต ทุกคนพึงรู้ว่าตัวเองมีไม้ขีดไฟในตัว ควรพูดจาหรือคิดดีต่อกัน จะได้ไม่มีการกระทบกระทั่ง

เจ๋ง: รักเหอะ
11 เพลงในอัลบั้มมีเพลงเกี่ยวกับความรักที่ชัดเจนสุดคือเพลงนี้ ส่วนตัวผมจริงจังกับความรักมาก แล้วเพลงนี้มีทั้งความสวยงามและลงตัวในเรื่องความรัก

 

Story by: Srivigar S.
Photos by: Binn Buameanchol