st900

มีซาวนด์แทร็คถึง 5 เพลงที่ฮิตจนติดชาร์ต 10 อันดับแรกในเดือนมกราคม รวมถึงซาวนด์แทร็คจากภาพยนตร์ La La Land และแอนิเมชั่นเรื่อง Moana ซึ่งเป็นครั้งแรกใน 50 ปีที่เพลงจากละครเวที และจอเงินได้จับจองพื้นที่อยู่บนชาร์ตบิลบอร์ด 200 ซึ่งซาวนด์แทร็คจากเรื่อง Fifty Shades Darker เปิดตัวขึ้นอันดับ 1 ไปไม่นานมานี้ ราวกับว่านี่คือยุคทองของเพลงประกอบภาพยนตร์ยังไงอย่างงั้น

“เหมือนกับว่ามันคือการฟื้นคืนชีพ” เควิน วีเวอร์ ประธานฝ่ายฟิลม์และโทรทัศน์จากค่าย Atlantic หรือค่ายที่ทำซาวนด์แทร็คเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Suicide Squad ซึ่งเข้าไปติดอันดับที่ 1 บนชาร์ตถึง 2 สัปดาห์หลังจากวางแผงในเดือนสิงหาคมปี 2016 “ค่ายไหนก็ตามที่บอกว่าไม่สนใจทำเพลงประกอบภาพยนตร์แสดงว่าไม่สนใจชาร์ตเพลงเลย” ทอม แมคเคย์ รองประธานกรรมการบริหาร และผู้จัดการทั่วไปของ West Coast ภายได้ค่าย Republic ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายอัลบั้มซาวนด์แทร็คเรื่อง Fifty Shades Darker กล่าว

สิ่งที่ทำให้ปรากฎการณ์เพลงซาวนด์แทร็คฮิตคงเป็นผลมาจากการที่ซาวนด์ที่ทำขายมีซาวนด์แบบเดียวกันกับที่ได้ยินในภาพยนตร์ โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยอย่าง Fifty Shade Darker และภาคแรก Fifty Shade of Greys เหมือนกันกับซาวนด์แทร็คจากภาพยนตร์เรื่อง The Shack ซึ่งออกวางแผงในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีเพลงทั้งหมด 14 เพลงจากศิลปินมากมายอาทิ เคลลี่ คลาร์กสัน, ทิม แม็กกรอว์ และเฟธ ฮิลล์

6 ปีที่แล้วยอดจำหน่ายซาวนด์แทร็คประกอบภาพยนตร์ลดลงถึง 40 เปอร์เซ็นจาก 4 ปีก่อนหน้านั้น The Hollywood Reporter รายงานว่าซาวนด์แทร็คจากซีรี่ส์เรื่อง Glee ขึ้นครองชาร์ตถึงแม้ว่าจะมีซาวนด์แทร็คจากภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Twilight Saga ฉายในช่วงเดียวกันก็ตาม

แต่เมื่อมาถึงยุคสตรีมมิ่งในปัจจุบัน ซาวนด์แทร็คภาพยนตร์จะกลายเป็นของสะสมของผู้คนที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์ไปเสียแล้ว ประธานฝ่ายเพลงประกอบภาพยนตร์และการพิมพ์จาก Universal Pictures อย่าง ไมค์ น็อบลอช ผู้ดูแลซาวนด์แทร็คจากเรื่อง Fifty Shades ทั้งสองภาค, Pitch Perfect และ Fast & Furious กล่าวว่า “คุณสามารถส่งผ่านเอกลักษณ์ได้มากขึ้น สื่อสารประสบการณ์ที่เข้าถึงมากขึ้นเมื่อคุณให้ศิลปินมาร่วมสร้างซาวนด์แทร็คจากแบบเดิมที่มันเป็นอยู่” นอกจากนี้ไมค์ยังอ้างถึงเพลง See You Again ที่ได้ วิซ คาลิฟา และ ชาร์ลี พุทมาร้องประกอบภาพยนตร์เรื่อง Fast & Furious 7, เซย์น มาลิค และ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ในเพลง I Don’t Wanna Live Forever จากภาพยนตร์เรื่อง Fifty Shade Darker ซึ่งเป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่ ที่ช่วยดันยอดขายซาวนด์แทร็คของเพลงประกอบภาพยนตร์นี้ รวมไปถึงกลายเป็นส่วนสำคัญในการทำการตลาดด้วยเช่นกัน

“คุณจะเห็นได้ว่าคนรุ่นนี้ไปดูหนังที่โรงหนังแล้วได้เพลงใหม่ๆ กลับไปฟังที่บ้านเต็มไปหมด โดยที่เขาอาจจะไม่เคยคิดหาเพลงเหล่านั้นฟังจากที่ไหนมาก่อน” ทอมเล่า นอกจากนี้เขายังบอกว่าโปรเสจการตามหาเพลงที่ชอบว่าคือเพลงอะไรเดี๋ยวนี้มันง่ายมาก แค่ใช้แอปฯ Shazam ในมือถือเวลาที่เพลงเล่นขณะชมภาพยนตร์ก็รู้แล้วว่าคือเพลงอะไร “หลังจากดูหนังจบ พวกเขาก็เริ่มสตรีมมิ่งเพลงฟังกันเลย ง่ายจะตาย” ทอมกล่าว

Story by Melinda Newman

Photo by Billboard

Translated by Pensagow s.