Avicii 02

 

นับวันกระแส EDM ในบ้านเราจะยิ่งเพิ่มความร้อนแรงขึ้นทุกวันและดูท่าจะไม่ลดน้อยถอยลงเลย จากการที่โปรดักชั่นระดับโลกเข้ามาตีตลาดในบ้านเรา ล่าสุดกับ Road to Ultra Thailand 2016 ที่ขนเอาดีเจระดับโลกอาทิเช่น Avicii, Martin Garrix, JAUZ, Sunnery James & Ryan Marciano, Ninegod Skinny Mark & Zuper L และ Ansolo หรือดาราหนุ่มแอนเซล เอลกอร์ตจากเรื่อง The Fault in Our Stars นั้นเอง ซึ่งแค่ชื่อเหล่าดีเจทั้งหมดก็การันตีความมันและทำให้คนรีบจับจองบัตรกันแบบหายวับไปในพริบตา

บรรยากาศภายในงาน ณ ไบเทค บางนาคลาคล่ำไปด้วยเหล่าสาวกที่เริ่มถยอยเข้างานตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน โดยไอเท็มชิ้นสำคัญที่ทุกคนดูจะพร้อมใจกันใส่มาเพื่อประชันกันคงจะไม่พ้นเหล่าร้องเท้าสนีกเกอร์คู่งาม ที่เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใคร ต่างคนต่างควักคู่เด็ดคู่หายากออกมาใส่กัน คนทั่วไปก็ได้เห็นรุ่นหายากหรือรุ่นที่ไม่เคยเห็นกันก็งานนี้นี่แหละ

Ansolo 01

DJ Ansolo

เริ่มต้นด้วยดีเจ Ansolo นั้นกำลังวาดลีลาอยู่เวทีพร้อมกับแสงสีเสียงที่ทำได้ดีมากแบบเกินคาด แม้จะเป็นแค่เพียงช่วงเริ่มต้นเท่านั้นเอง ส่วนคนดูนั้นก็เริ่มทยอยกันเข้ามาแม้จะยังดูบางตาแต่ Ansolo ก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยให้คนดูยืนเฉยๆ จากการที่เขาคอยบิวต์ให้ทุกคนร่วมสนุกร่วมโยกไปกับเขาแต่ทั้งที่ทั้งนั้นก็มิได้นำพาคนส่วนใหญ่สักเท่าไร ด้วยความที่ชั่วโมงบินอาจจะยังน้อยทำให้บรรยากาศดูเนือยๆ ชอบกล ซึ่งตรงกันข้ามกับลีลาของ Ansolo ที่ดูจะสนุกเกินคนดูไปหน่อย เวลาผ่านไปไม่นานก็หมดเวลาของดีเจหนุ่มน้อยหน้าใหม่พร้อมกันคนดูที่หนาตามากยิ่งขึ้น ก็ถึงเวลาของสองคู่หู Sunnery James & Ryan Marciano ที่ทำให้บรรยากาศระอุขึ้นมาผิดหูผิดตา กับลีลาและชั้นเชิงที่เอาคนดูแบบอยู่หมัดไม่ปล่อยให้คนหยุดเต้นได้ง่ายๆ จนเห็นบางคนแอบหอบและลงไปนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่อยจากการเต้น จนเวลาผ่านไปได้เพียงชั่วครู่ทุกคนก็ค่อยได้หายใจกับทั่วท้องเมื่อหมดเวลาของคู่หูดีเจ

SR 03
Jauz 03

Sunnery James & Ryan Marciano (บน) JAUZ (ล่าง)

แต่ด้วยความที่เป็น Road to Ultra Thailand มีหรือที่พวกเขาจะปล่อยให้ทุกคนได้พักกันเพราะเพียงช่วงอึดใจเดียว ก็มีเสียงทักทายจาก JAUZ พร้อมกับการระเบิดความมันส์จากภาพกราฟฟิกบนเวที ซึ่งตอนแรกทุกคนดูจะงงๆ ว่าเขาเป็นใคร แต่ทุกคนก็เริ่มหมดความสงสัยเมื่อ JAUZ ปล่อยหมัดเด็ดด้วยการผสมแนวดนตรี dubstep, trap, rock และ hip hop นิดหน่อยที่ทำให้ไม่น่าเบื่อจากการเป็น EDM ล้วนเหมือนช่วงแรก ซึ่งบอกได้เลยว่าดีเจคนนี้มาแบบเหนือความคาดหมายสุดๆ แทบไม่น่าเชื่อว่านี้เป็นครั้งแรกในเมืองไทยของเขา ด้วยความที่เขาดูคุ้นเคยและรู้ใจเหล่าสาวกหรือสายย่อ และเล่นเพลงได้ถูกจริตพวกเขาแบบขั้นสุด สังเกตได้จากลวดลายการเต้นของหลายๆ คนที่ตอนแรกยังดูเหนียมๆ อายๆ ถึงขั้นกับระเบิดลวดลายออกมาแบบไร้ซึ่งความอายใดๆ ทั้งสิ้นแบบลืมโลกตั้งแต่ต้นจนจบเซ็ทของเขา พร้อมกับบรรยากาศที่ทุกคนในฮอลล์เครื่องติดแบบสุดๆ และพร้อมต้อนรับดีเจคนต่อไป

Martin 03

Martin Garrix

เมื่อทุกคนรู้ว่าคิวต่อไปคือดีเจหนุ่มขวัญใจหลายๆ คน ที่ดูเหมือนว่าเขาคือตัวตัวสินให้หลายๆ คนซื้อบัตรมาเพื่อดูเขาโดยเฉพาะซึ่งก็ คือ Martin Garrix นั้นเอง บรรยากาศก็ดูจะยิ่งร้อนแรงยิ่งขึ้นไปอีกพร้อมกับความเบียดเสียดและแน่นของฝูงชน หลังจากนั้นดีเจหนุ่มก็ส่งเสียงทักทายแฟนๆ ชาวไทยพร้อมกับเสียงกรี๊ดแบบถล่มทลาย ตามมาด้วยเหล่าเพลงฮิตคุ้นหูที่แฟนๆ ของเขานั้นทั้งโยกทั้งร้องตามได้แบบไม่มีพัก  ประกอบกับเอฟเฟกต์ที่ดูจะจัดเต็มกว่าดีเจคนอื่นๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศยกระดับความสนุกขึ้นไปอีกขั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีบางคนที่แลดูจะเหนื่อยและหมดแรงกับการเต้นแบบสุดพลังกับดีเจคนก่อนหน้าที่ทำให้ดีเจระดับ Martin Garrix นั้นแลดูน่าเบื่อไปทันตาเห็น สุดท้ายเสียงเฮก็ดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้งกับเพลงสร้างชื่อของเขาที่ฮิตไปทั่วโลกอย่าง Animals พร้อมด้วยการยิงพลุและระบบไฟแบบจัดเต็มจนพาลให้คิดว่านี้คือโชว์ปิด แต่ถ้ามองอีกแง่มันเป็นเพียงแค่การอุ่นเครื่องเพื่อดีเจมากประสบการณ์อย่าง Avicii ที่ทั่วโลกต่างอยากจะดูเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เจ้าตัวจะรีไทร์หลังการทัวร์ในปีนี้

ภายใต้ความมืดทั่วทั้งฮอลล์ เหล่าแฟนๆ ต่างพร้อมใจกันตะโกน “Avicii! Avicii! Avicii!” แบบกึกก้อง ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ชมการแสดงของเขาเป็นครั้งสุดท้ายในเส้นทางอาชีพของเขา และเป็นการต้อนรับการกลับมาในเมืองไทยอีกครั้งของ Avicii หลังจากที่มีการประกาศออกมาไม่นานว่านี้ว่าเจ้าตัวพร้อมจะรีไทร์หลังสิ้นสุดการทัวร์ในปีนี้ ซึ่งแน่นอนว่าระดับอวิชี่แล้วไม่มีคำว่าผิดหวัง เพียงแค่เริ่มต้นด้วยหนึ่งในเพลงฮิตของเขาอย่าง I Could Be The One ก็เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ แบบท่วมท้นและพร้อมใจกันกระโดดแบบสุดตัวไปกับเขา ตามมาด้วยเหล่าเพลงฮิตมากมายแบบจัดเต็มให้สมกับความเป็นอวิชี่ แอบได้ยินมาว่าบางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจที่ได้ดูการแสดงสดของเขาเป็นครั้งสุดท้าย จนเวลาล่วงเลยไปจนใกล้เวลาเลิกตามกำหนดการก็ยังไม่มีวี่แววของเพลงฮิตที่เหมือนกับเป็นการเปิดกระเสให้ EDM นั้นเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแท้จริง แน่นอนว่าทุกคนต้องรู้ดีว่าเพลงนั้นคือเพลงอะไร… จนกระทั่งทั่วทั้งฮอลล์ปกคลุมไปความมืดและไร้ซึ่งเสียงใดๆ และอดสงสัยไม่ได้ว่านี้คือจบแล้วหรืออะไร เขาจงใจจะไม่เล่นเพลงนั้นจริงๆ หรอ

Avicii 06

Avicii

Avicii 01

Avicii

ทันใดนั้นอินโทรและท่วงทำนองที่ทุกคนคุ้นเคยดังขึ้นมาในความมืด ก่อนที่แสงไฟจะค่อยๆ สว่างขึ้นพร้อมกับเสียงกรี๊ดแบบดังกระหึ่ม ซึ่งก็คือ Levels ที่ทุกคนคุ้นเคยนั้นเอง ทุกคนต่างพร้อมใจกับกรี๊ดแบบสุดเสียงและโยกตัวตามจังหวะเพลงโปรด ทางฝั่งอวิชี่ก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังด้วยการขนแทบจะทุกเวอร์ชั่นของการรีมิกซ์ ก่อนที่ทุกคนจะดูเหมือนว่าถึงจุดสุดยอดทางการได้ยินด้วยลีลา Levels แบบ dubstep ที่ทำให้ทุกคนแทบจะหยุดหายใจและหลุดลอยเข้าไปชั้นเชิงของเขาผู้นี้ที่หาไม่ได้อีกแล้วกับดีเจที่จะเป็นอีกหนึ่งตำนานอย่างเขาผู้นี้… Avicii

Avicii 03

Avicii

สุดท้ายก็เรียกได้ว่า Road to Ultra Thailand นั้นดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านและเป็นการมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้เหล่าสาวก EDM แบบคุ้มเงินทุกบาททุกสตางค์ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของเหล่าดีเจ โปรดักชั่น แสง สี เสียง และระบบการจัดการทุกอย่าง ต่อไปเราก็ได้แต่หวังว่าประเทศไทยนั้นพร้อมที่จะได้รับการเลื่อนขั้นไปสู่ Ultra Music Festival ในเร็ววัน

 

Story by: Aekkachai S.

Photos by: Retox Sessions