bataclan-paris-exterior-march-2016-billboard-650

 

ผ่านมาครึ่งปีแล้วหลังจากเหตุก่อการร้ายบุกโจมตีโรงละครบาตากล็อง ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเร่งซ่อมแซมและเฝ้ารอวันที่จะได้กลับมาต้อนรับผู้ชมอีกครั้ง ทว่า กลุ่มคนหัวรุนแรงยังเพ่นพ่านอยู่ในยุโรปแบบนี้ วงอเมริกันชนกล้าพอไหมที่จะมาเปิดคอนเสิร์ตเพื่อชุบชีวิตให้ที่นี่ได้อีกครั้ง?

ยังคงพูดไม่ได้เต็มปากว่าการเล่นไลฟ์คอนเสิร์ตของวงต่างชาติในปารีสกลับสู่ภาวะปกติแล้ว แม้จะผ่านมาถึง 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2015 ที่มีก่อการร้ายบุกโจมตีขณะที่วง Eagles of Death Metal กำลังแสดงอยู่บนเวทีซึ่งคร่าชีวิตมากถึง 89 คน จวบจนวันนี้ยังเรียกความมั่นใจกลับมาไม่ได้เต็มร้อย แต่บาตากล็องก็ไม่ถอดใจ ขณะนี้กำลังบูรณะเพื่อให้กลับมาดังเดิมซึ่งคาดว่าจะเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม โดยตอนนี้เซ็ตเอาไว้ให้วง The Cure มาเป็นเฮดไลน์ ซึ่งเป็นการมาเยือนอีกครั้งหลังจากที่พวกเขาเคยมาเปิดคอนเสิร์ตครั้งแรกในกรุงปารีสเมื่อปี 1979 ก็ที่บาตากล็องแห่งนี้เอง

ก่อนเกิดเหตุคืนนั้น ที่จริงทางเจ้าของโรงละครตั้งใจว่าจะปิดปรับปรุงพื้นที่อยู่แล้ว โดยจะเริ่มดำเนินการช่วงนี้ของปี ถือว่าเวียนมาบรรจบกำหนดเดิม ช่วงที่ผ่านมาคือระยะเวลาของการเก็บกวาด ห้องโถงที่จุผู้ชมได้มากถึง 1,500 คนนั้นมีสภาพยับเยิน พื้นไม้เปรอะเลือด เก้าอี้คนดูล้มระเนระนาด เวทีคือส่วนที่สาหัสกว่าเพื่อนเพราะเป็นจุดที่เซมี่ อามิมัวร์ หนึ่งในผู้ก่อการร้ายทำการระเบิดพลีชีพ

robert-smith-the-cure-performance-2014-billboard-650
Eagles-of-Death-Metal-london-2015-billboard-650

ไม่นานมานี้ทางโรงละครได้เชิญผู้รอดชีวิตมาเยี่ยมชมการบูรณะอาคาร อเล็กซิส เลอเบริง คือหนึ่งในพยานเหตุการณ์ คืนนั้นเขารอดชีวิตได้ด้วยการซ่อนตัวใต้กองศพนานถึง 2 ชั่วโมงก่อนอาศัยช่วงชุลมุนหนีออกมา อเล็กซิสถึงกับเข็ดและขอปฏิญาณว่าจะไม่ไปดูไลฟ์คอนเสิร์ตที่ไหนอีก แต่ ลิเดีย วัสซาโล ผู้รอดชีวิตอีกคนยังเข้มแข็งได้อยู่ เธอเคยให้สัมภาษณ์กับนิวส์วีคว่า “ชีวิตเราค่อยๆ มีความสุขขึ้นแล้ว ไม่เห็นจะต้องหลบๆ ซ่อนๆ”

เหตุการณ์ที่บาตากล็องทำให้ธุรกิจโรงละครแห่งอื่นได้รับผลกระทบตามไปด้วย เรอโนลด์ บาร์ริเล่ต์ ซีอีโอแห่งโรงละคร La Bellevilloise เผยว่ามีผู้ชมเริ่มไม่พอใจ เพราะต้องฝ่าด่านค้นตัวและตรวจกระเป๋าที่แสนเคร่งครัดตลอดเวลา แน่นอนว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นสอนให้ผู้จัดทุกท่านรู้ว่าห้ามมองข้ามความปลอดภัยเด็ดขาด ปล่อยไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

นั่นคืออีกเหตุผลที่ โลรองต์ ซาบาติเย่ ผู้จัดการร้าน Les Docks de Paris หันมาเอาจริงเอาจังกับมาตรการรักษาความปลอดภัย โลรองต์บอกว่าปกติทางการจะส่งเจ้าหน้าที่มาเทรนเพื่อให้ทางโรงละครสามารถรับมือต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันอยู่แล้ว “เคยมีเจ้าหน้าที่มาให้ข้อมูลเรื่องวิธีหนีไฟกับวิธีเอาตัวรอดยามจลาจล โดยเฉพาะคอนเสิร์ตฮาร์ดคอร์/พั้งก์ทั้งหลายแหล่ เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้อยู่แล้วครับ”

ตอนนี้บรรดาเจ้าของกิจการต้องงัดแผนพีอาร์ต่างๆ มาสร้างกำลังใจให้ผู้ชม เหมือนที่เว็บไซต์แคมเปญ #PlusQueJamais (#ยิ่งกว่าครั้งไหน) รณรงค์ให้คนกลับมาสนุกกับคอนเสิร์ต หรือทำใบปลิวแจกข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามระหว่างดูการแสดง ชาวปารีสหลายคนตื่นตัวและออกมาเสนอแนวทางแก้ปัญหา โลรองต์ก็ร่วมด้วย “อาจจะลองขยายทางเดินให้กว้างขึ้น หรือติดตั้งสิ่งกีดขวางด้านหน้า เช่น กระถางต้นไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายมีที่จอดยานพาหนะ”

อดีตให้บทเรียนมากมาย ทั้งด้านจิตใจและความปลอดภัยอย่างที่กล่าวมา รวมถึงเรื่องเงินด้วย โลรองต์เล่าให้ฟังว่า “เราต้องลงทุนเพื่อรักษาความปลอดภัยเพิ่มจากเดิม 30 เปอร์เซ็นต์เลยล่ะครับ” ทุกวันนี้รัฐบาลออกค่าใช้จ่ายให้ 4.5 ล้านยูโร ซึ่งไม่เพียงพอ (ถ้าให้เด็ดขาดที่สุดต้องใช้เงินถึง 50 ล้านยูโรเลยด้วยซ้ำ) “ถ้าผมต้องยกเลิกงานเพียงเพราะมีคนโทรมาขู่ หรือเพราะถนนที่ไกลออกไปมีเหตุด่วนเหตุร้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้จัดอย่างเราขยาดที่สุด ถ้ายกเลิกแล้วผมจะได้ค่าชดเชยหรือไม่ เป็นคำถามที่ยากจะตอบ”

ระบบความปลอดภัยที่ราคาสูงขึ้น ค่าประกันต่างๆ ก็แพงขึ้นด้วยเช่นกัน ตั้งแต่เหตุการณ์บุกยิงกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ชาร์ลี เอบโด หลายบริษัทประกันร่างแผนคุ้มครองใหม่ แน่นอนว่าเงื่อนไขผุดขึ้นเต็มไปหมด ราคาก็สูงขึ้นแต่จำเป็นต้องมีไว้เพื่อเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉิน ผู้จัดงานบางรายถึงกับต้องหันไปพึ่งบริษัทต่างชาติเผื่อจะได้ราคาที่พอสู้ไหว

นอกจากเรื่องค่าใช้จ่าย การเรียกศิลปินอเมริกันมาเล่นที่ปารีสก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากขึ้นด้วย บางกระแสบอกว่าเดี๋ยวนี้ศิลปินไม่ได้อยากมาปารีสช่วงทัวร์ยุโรปเหมือนแต่ก่อน แต่จอห์น รีด ประธานฝ่ายดูแลคอนเสิร์ตในยุโรปแห่งบริษัทไลฟ์ เนชั่น ขอแย้ง “ไม่จริงครับ ทุกคนยังอยากไปปารีสทั้งนั้น ต่อให้เป็นเมืองอื่นในฝรั่งเศส ช่วงซัมเมอร์ใครก็อยากไปครับ”

หนึ่งวงอเมริกันผู้กล้าคือวงอินดี้ Nada Surf ที่จ่อคิวมาเล่นที่บาตากล็องในวันที่ 2 ธันวาคมปลายปีนี้ แมทธิว คอวส์ ผู้เป็นฟร้อนต์แมนมาพร้อมเจตนารมณ์ “เราอยากให้ที่นั่นได้ฟื้นขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เราตั้งใจไปมอบพลังบวก ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับความกลัว”

รีเบคก้า เคน เบอร์ตัน ผู้จัดการสถานที่จัดคอนเสิร์ต O2 Arena กรุงลอนดอน มีคำแนะนำมาฝากในฐานะที่เข้าใจหัวอกของผู้จัดเป็นอย่างดี “คุณต้องเรียกความมั่นใจของคนดูให้กลับมาอีกครั้ง ให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยและมีความสุขที่ได้ดูการแสดง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าเข้มงวดเกินไปจนหมดสนุก”

เบอนัวต์ โมม เจ้าของผับ Silencio ในปารีสเป็นอีกคนที่โดน ‘ความกลัว’ เล่นงาน “ถ้าเจตนาของคนร้ายคือปลุกปั่นให้เรากลัว พวกเขาทำสำเร็จแล้วครับ” เขายกตัวเองเป็นตัวอย่าง “ขนาดผม เวลาไปไหนมาไหน ตอนนี้อย่างแรกที่ทำคือมองหาทางออกฉุกเฉินไว้ก่อน”

โลรองต์ทิ้งท้าย “เราพ้นจากสภาวะน่าเป็นห่วงแล้ว ตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเก็บหลักฐานต่างหาก แต่ภัยอันตรายยังไปไหนไม่ไกลหรอกครับ เรารู้ดี”

 

 

 

Story by: Maxime Rbin
Photos by: Billboard
Translated by: Sutthimas R.