xn1a9735

Brown Flying หนึ่งในวงร็อคบ้านเราที่หากฟังเพียงผิวเผินอาจรู้สึกว่าดนตรีของพวกเขาไม่ได้หวือหวา แต่ถ้าลองพินิจพิเคราะห์ให้ดี น้อยวงนักที่จะสร้างซาวนด์อเมริกันร็อคได้อย่างจริงใจและตรงไปตรงมาขนาดนี้ ความดิบจากเสียงกีตาร์อันแตกพร่า กรู๊ฟของเบสและกลองที่หนักแน่น กลายเป็นลายเซ็นทางดนตรีเฉพาะตัวของ เดียว-อัษ นิลปั้น (ร้องนำ, กีตาร์), โน้ต-พงษ์อิทธิ์ ฤกษ์อรุโณทัย (กลอง) และ นะ-ธนวิตร พงษ์เจริญ (เบส) ที่ร่วมกันสร้างขึ้น 

 

เมื่อคนที่หลงใหลในดนตรีร็อคมารวมตัว
น่าแปลกที่ทั้ง 3 สมาชิกแห่ง Brown Flying มาจากจุดเริ่มต้นในแนวทางดนตรีที่แตกต่างกันออกไป ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 12 ปีที่แล้ว เดียว ซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เขาเริ่มฟอร์มวงร็อคขึ้นมากับรุ่นพี่ และทำการชักชวน โน้ต ซึ่งตีกลองอยู่ในวงบิ๊กแบนด์ที่เล่นดนตรีโซลเป็นหลักมาเสริมกระดูกสันหลังให้กับวง ก่อนที่ นะ อดีตสมาชิกวง Street Funk Rollers และ กรุงเทพมาราธอน ก็ก้าวเข้ามาทำหน้าที่มือเบสอย่างเป็นทางการหลังจากที่มือกีตาร์และมือเบสคนเก่าได้แยกย้ายออกไป “ผมรู้สึกว่า Brown Flying เป็นคนประเภทเดียวกัน เวลาเล่นดนตรีมันสื่อถึงกันได้” นะอธิบายถึงตัวตนของพวกเขาสั้นๆ ซึ่งหลังจากที่พวกเขาเริ่มทำเพลงโดยได้รุ่นพี่ในวงการอย่างวง Zeal มาดูแลเรื่องการอัดเดโมให้ Brown Flying ก็เริ่มมีโอกาสได้ออกไปปล่อยของตามงานต่างๆ จนกระทั่งโชว์ในงาน Fête de la Musique เมื่อปี 2009 ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ ก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้พวกเขาได้เข้ามาทำงานในค่าย Believe Records กับ ฟั่น-โกมล บุญเพียรผล อีกหนึ่งโปรดิวเซอร์มือฉมังของเมืองไทย

xn1a9844

เดียว-อัษ นิลปั้น (ร้องนำ, กีตาร์)

 

ความจริงใจของซาวนด์อเมริกันร็อค
“ตอนนั้นผมบ้าหนังคาวบอยตะวันตก มีบรรยากาศของทะเลทราย โทนสีที่แวบขึ้นมาคือสีน้ำตาล ก็เลยได้ชื่อ Brown Flying มา” เดียวกล่าวถึงที่มาของชื่อวงที่ฟังแล้วให้อารมณ์พุ่งทะยานไปข้างหน้าเหลือเกิน และในเมื่อแรงบันดาลใจของพวกเขามาจากทางฟากฝั่งอเมริกา ซาวนด์ดนตรีที่กลายเป็นความชัดเจนในตัวตนของ Brown Flying จึงหนีไม่พ้นอเมริกันร็อค โดยมือเบสอย่าง นะ ที่มี Red Hot Chili Peppers เป็นวงในดวงใจกล่าวว่า “ฝั่งอังกฤษจะเน้นความครีเอทีฟ แต่พวกเราทั้ง 3 คนหลงเสน่ห์ในความตรงไปตรงมาและความดิบของอเมริกันร็อคมากกว่า” แต่กระนั้น เดียวก็เสริมว่า แม้ว่าดนตรีร็อคในสไตล์ที่พวกเขาหลงใหลจะไม่ได้มีลูกเล่นอันแพรวพราว แต่เขากลับคิดว่ามันเป็นการครีเอตผ่านความง่าย ซึ่งเจ้าความเรียบง่ายกลับกลายเป็นความยากในการหาจุดลงตัวระหว่างคนฟังและการเล่นดนตรีโดยที่พวกเขาไม่ต้องฝืน ส่วน โน้ต ก็แจกแจงต่อว่า การที่ซาวนด์อเมริกันร็อคจะเน้นความดิบของกีตาร์ เบส กลอง ดังนั้น นักดนตรีจึงจำเป็นต้องมีทักษะในการเล่นดนตรีสูง และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงฝึกซ้อมกันอย่างหนัก

xn1a9857

โน้ต-พงษ์อิทธิ์ ฤกษ์อรุโณทัย (กลอง)

 

คิดเพลงจากการแสดงสด
หลายศิลปินเริ่มต้นทำเพลงด้วยการเขียนเนื้อร้อง บ้างก็แต่งทำนองขึ้นมาก่อน แต่สำหรับ Brown Flying มีสิ่งที่แตกต่างออกไป “ผมทำเพลงจากภาพการเล่นสดบนเวทีที่เกิดขึ้นในหัวของผม” โน้ต มือกลองที่มีซิกเนเจอร์ในการตั้งฉาบหงาย (หรือที่ในวงการเรียกกันว่า ‘แฉไชน่า’) อยู่สูงลิบลิ่วอธิบายถึงกระบวนการทำเพลงของวง “ดนตรีเล่นสดมันเรียลกว่าการฟังเพลงอยู่บ้าน พอเพลงมันเริ่มคิดมาจากจุดนั้น เวลาซ้อมหรืออัดเพลงก็เหมือนกับเรากำลังเล่นสดให้คนอื่นดูอยู่” มากไปกว่านั้น โน้ตยังคิดต่อยอดไปถึงโชว์ของวงอีกด้วย โดยเขาเน้นย้ำถึงความเป็นแบนด์ที่ทุกเครื่องดนตรีต้องโดดเด่นเท่าเทียมกัน หลังจากนั้นเดียวและนะก็จะมาดูองค์ประกอบอื่นเพิ่มเติมจนโครงเพลงเสร็จสมบูรณ์ สุดท้ายก็ให้โปรดิวเซอร์มาทำให้ตัวเพลงกลมกล่อมที่สุด ก่อนที่จะเข้าห้องซ้อม และทำการบันทึกเสียงจริง

 

การเติบโตของวิถีนักดนตรี
หลง คือซิงเกิ้ลแรกในฐานะศิลปินเต็มตัวของ Brown Flying ที่ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2012 ซึ่งพวกเขายอมรับว่ากระแสก็ไม่ได้เปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร กลับกลายเป็นซิงเกิ้ลถัดมาที่เมโลดี้ป๊อปขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอย่าง กลัว ซึ่งโปรดิวซ์โดยไอดอลของพวกเขาอย่าง หรั่ง-เทวฤทธิ์ ศรีสุข มือเบสแห่งวง Silly Fools ที่ช่วยขยายฐานแฟนเพลงของพวกเขาให้กว้างขึ้น ก่อนที่เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว Brown Flying เปิดตัวกับค่ายใหม่อย่าง What The Duck ด้วยเพลงร็อคดิบๆ อีกครั้งอย่าง Can You Hear Me? ซึ่งพวกเขาเน้นย้ำว่า เพลงสไตล์นี้นี่แหละที่พวกเขาสามารถแสดงตัวตนอันแท้จริงออกมาได้ ก่อนจะต่อด้วยมีเดียมร็อคหนักแน่นอย่าง รู้ว่ามี และล่าสุดกับเพลงช้าแพลงแรกของวงที่ชื่อ ฝัน ที่แฝงไว้ด้วยสีสันทางดนตรีที่แปลกใหม่อยู่ไม่น้อยทั้งเสียงเปียโนและแฮมมอนด์ออร์แกน “ไม่ได้อยากพูดให้สวยหรูว่าเราโตขึ้น หรือมีส่วนร่วมในการทำเพลงอย่างนั้นอย่างนี้ คือพวกเราทำกันอยู่อย่างเดียว เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็มีแค่เรื่องของการพัฒนา เราย่ำอยู่กับที่ไม่ได้แล้ว เพลง ฝัน คือการเติบโตขึ้นในด้านการเรียบเรียงดนตรี เป็นโมเดลที่มีการผสมผสานเครื่องดนตรีอื่นเข้ามาในเพลง” เดียวอธิบายถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

xn1a9798

นะ-ธนวิตร พงษ์เจริญ (เบส)

 

จากความฝัน สู่ความจริง
เป้าหมายของวงดนตรีที่ชื่อ Brown Flying ก็อาจไม่ผิดแผกไปจากศิลปินคนอื่นเท่าใดนัก แต่สิ่งที่เราสัมผัสได้ก็คือความจริงใจและจริงจังในคำตอบเหล่านั้น “ทำอัลบั้มเต็มครับ นั่นคือสิ่งที่พวกเราทำได้ดีที่สุด อาวุธของศิลปินหรือนักดนตรีก็คือเพลง ไม่ใช่เงินทองหรือชื่อเสียง เอาเข้าจริงๆ แนวดนตรีในแบบ Brown Flying มันไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่พวกเราไม่ได้รู้สึกว่าเล่นดนตรียากกว่าใคร เก่งกว่าใคร หรือดีกว่าใคร แค่เพียงเรา 3 คนเหมาะกับดนตรีที่จริงใจแบบนี้” เดียวกล่าว

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Pisut S.