mh03

ด้วยอายุวงเพียง 2 ปีเศษกับ 2 ซิงเกิ้ลสุดละมุนที่ปล่อยออกมาในปี 2015 อย่าง Be True และ The Way นั่นอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ศิลปินในนาม Montonn & Hanna ต่างได้รับการพูดถึงจากบรรดาแฟนๆ ว่าเมื่อไหร่จะกลับมาปล่อยผลงานเสียที แต่สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นหูกับชื่อเสียงเรียงนามของดูโอ้คู่นี้ เราจะบอกว่า นี่คือการรวมตัวของ เจ-มณฑล จิรา โปรดิวเซอร์มือฉมังผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินไทยหลายคน และ แฮนน่า แอล เบงท์สสัน นักร้องสาวชาวสวีเดนผู้มีน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ลอกเลียนแบบได้ยาก ล่าสุด บิลบอร์ด ไทยแลนด์ ได้พบเจอทั้งคู่ที่งาน “Montonn & Hanna’s Hungry Eyes Single Release Party” ณ ร้าน Crepes & Co. / Le Boeuf ย่านทองหล่อ ซึ่งถือเป็นปาร์ตี้เปิดตัวซิงเกิ้ลล่าสุดอย่าง Hungry Eyes ของพวกเขาอีกด้วย เราจึงเข้าไปพูดคุยกับทั้ง มณฑล และ ฮานน่า ถึงที่มาที่ไปของเพลงนี้ที่ดูมีความแตกต่างจากซิงเกิ้ลก่อนหน้าที่ปล่อยออกมาอยู่พอสมควร

“จริงๆ เพลง Hungry Eyes นี่เริ่มต้นมาตั้งแต่ตอนที่เราไปถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลง The Way ที่สวีเดนเลยนะ” เจ-มณฑล กล่าวย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาเมื่อราวๆ เกือบ 2 ปีที่แล้ว “ระหว่างถ่ายก็มีนั่งพักผ่อน แฮนน่า เขาก็เล่นเปียโนขึ้นมา ผมได้ยินก็รู้สึกว่า เฮ้ย เราควรจะเอามาทำให้เสร็จ บอกมาหน่อยว่าต้องเล่นอะไรบ้าง” ซึ่งหลังจากนั้น เจ ก็ทำการเรียบเรียงเพลงคร่าวๆ อัดใส่ไอแพดเก็บเอาไว้ เมื่อเดินทางกลับสู่เมืองไทยก็เอามานั่งทำในสตูดิโอต่อ และอันที่จริง Hungry Eyes ก็เสร็จสิ้นในทุกขั้นตอนมาสักพักจนพวกเขาได้มีโอกาสนำไปเล่นที่งาน Cat Expo เมื่อปลายปี 2016 อีกด้วย แต่เพิ่งจะหาเวลาที่เหมาะสมในการปล่อยเพลงแบบ Official ได้เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง

mh01

สำหรับเรื่องราวที่ปรากฏอยู่ในบทเพลง แฮนน่า เป็นตัวแทนขอบอกเล่ากับเราด้วยรอยยิ้ม “ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องราวที่ต่อยอดมาจากเพลง Be True และ The Way นะ แต่มันอาจจะดาร์กกว่าอยู่สักหน่อย จริงๆ แล้วเราหวังว่าจะมีคนสักกลุ่มที่มีโอกาสได้ยินเพลงนี้ ไม่ใช่เพียงแต่ที่บ้าน เราว่ามันเป็นเพลงที่ดีสำหรับงานปาร์ตี้เหมือนกัน”

สิ่งหนึ่งที่ซิงเกิ้ล Hungry Eyes ดูจะมีความแตกต่างจากทั้ง Be True และ The Way อยู่พอสมควรก็คือเรื่องของพาร์ตดนตรีนั่นเอง “เพลงนี้มันจะมีเลเยอร์ที่มากขึ้น เพราะเพลงก่อนๆ จะมีแค่กีตาร์โปร่ง ก็จะเพิ่มในส่วนของกลอง และเสียงสังเคราะห์เข้ามา” เจกล่าว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาและแฮนน่าก็พยายามไม่เพิ่มสัดส่วนของดนตรีเข้ามามากจนเกินไป เนื่องด้วยสุ้มเสียงของ Montonn & Hanna ที่ทุกคนจดจำได้ก็มักจะเป็นอะไรที่น้อย แต่ได้ยินอย่างชัดเจน รวมถึงเรื่องของบรรยากาศที่ฟังแล้ว ‘รู้สึก’ ถึงอะไรบางอย่าง  ซึ่งเจก็อธิบายเพิ่มเติมว่า “เราค่อยๆ ทดลองอะไรหลายอย่าง เพื่อที่จะได้เอาอะไรใหม่ๆ เข้ามาใส่ในเพลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศที่เราบอกนั้นหายไป”

จากนั้น แฮนน่า จึงกล่าวต่อว่า เธอไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายกับซิงเกิ้ลล่าสุดนี้ เพียงแค่หวังเอาไว้ว่า ผู้คนจะได้รับฟังบทเพลงนี้เพียงเท่านั้น “เราแค่ต้องการปล่อยเพลงนี้ออกมา และมีความสุขไปกับการแสดงสด สนุกไปกับการได้ผลิตผลงานที่ไม่ว่าใครก็สามารถฟังได้” เธอกล่าวด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ในขณะที่ เจ-มณฑล ก็ตอบคำถามเราเกี่ยวกับโอกาสที่จะได้ฟังอัลบั้มเต็มจาก Montonn & Hanna อย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน

“ช่วงแรกๆ ก็คิดนะว่าอยากทำอัลบั้มเต็ม เพราะเรามีเพลงเยอะ แต่ก็เห็นว่ามันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมารีบทำ เพราะตลาดของกลุ่มคนฟังเราค่อนข้างน้อย ก็เลยคิดว่าทำแบบนี้น่าจะดีที่สุด ตารางเวลาของผมกับแฮนน่าตรงกัน มีเวลามาทำเพลง ก็ค่อยๆ ปล่อยเพลงไปเรื่อยๆ ทีละเพลงดีกว่า ในเมื่อมันยังเป็นอะไรที่ใหม่อยู่ ก็ต้องรอดูกัน” โปรดิวเซอร์ที่งานชุกมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้กล่าว

mh02

แม้ว่าทั้งคู่จะเข้าใจดีว่า แฟนเพลงของ Montonn & Hanna ยังมีปริมาณที่ค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็มีความสุขที่ได้สร้างโปรเจกต์ที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับแวดวงดนตรีในเมืองไทยได้ “เรารู้สึกว่าการทำเพลงแนวแบบนี้มันไม่ได้มีอะไรที่จะต้องพยายามมากเกินไป ไม่ต้องแต่งตัว ไม่ต้องมีรูปภาพ เรื่องราว หรือกิมมิกอะไรแปลกๆ มันคือตัวเพลงและเสียงของแฮนน่าล้วนๆ ถ้าชอบก็คือชอบที่ตรงนั้นเลย คนอาจจะไม่ได้คาดว่าเราจะมาทำเพลงอะคูสติกขนาดนี้ ก็ขอบคุณสำหรับทุกคนที่ได้เข้ามาสนับสนุน ก็หวังว่าเราทำไปเรื่อยๆ คนก็จะอยากฟังไปเรื่อยๆ”

ในขณะที่สาวแฮนน่าที่กำลังจะมีโปรเจกต์ส่วนตัวที่ทำร่วมกับโปรดิวเซอร์และศิลปินในประเทศสวีเดน กับสัดส่วนที่เพิ่มเติมดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาผสมผสาน อีกทั้งยังเริ่มพยายามโปรดิวซ์งานเพลงของตนเองก็ทิ้งท้ายกับแฟนเพลงของ Montonn & Hanna เช่นกันว่า “ขอบคุณที่สนับสนุนพวกเรามาตลอด หากไม่มีพวกคุณ มันก็จะไม่มีทางเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นได้แน่นอน” สามารถรับฟังซิงเกิ้ล Hungry Eyes ได้ทุกช่องทางสตรีมมิ่ง รวมถึง montonnandhanna.bandcamp.com

 

Story by: Chanon B. & Promthida R.
Photos by: Chanon B. & FB Fan Page – Montonn & Hanna