majid jordan album cover

 

มาจิด อัล มาสคาที กับ จอร์แดน อัลแมน คือ 2 สมาชิกวง Majid Jordan ทั้งคู่มีฝีมือในการทำเพลงเนิบช้าให้เข้ากับแดนซ์ฟลอร์ อัลบั้มนี้แม้เป็นอัลบั้มแรกแต่ถือว่าเล่นกับอารมณ์ได้เฉียบขาด แทบจะทุกเพลงในนี้เป็นเพลงเศร้า แต่ถึงจะเศร้าแค่ไหนก็ไม่ทิ้งลาย ยังมีบีทที่ทำให้คนฟังอดไม่ได้ที่จะขยับตามเสมอ ด้วยส่วนผสมระหว่างอัลเทอร์-อาร์แอนด์บี แดนซ์ ซินธ์ ทั้งหมดปนกันออกมาจนคล้ายซาวนด์เอฟเฟคในภาพยนตร์ไซไฟเรื่อง Tron สมัยยุค 80s

ทั้งมาจิดกับจอร์แดนเป็นนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ที่เพิ่งเจอกันเมื่อปี 2013 ซึ่งตอนนั้นทั้งคู่รับผิดชอบแต่งเพลง Hold On, Were Going Home ให้กับเดรค ซึ่งทางเดรคตั้งโจทย์ว่าขอให้เกี่ยวกับรักร้อนแรงและอารมณ์ แถมยังต้องใส่ให้เข้ากับทำนองซินธ์ป๊อปด้วย และเพลง Shake Shake Shake ในอัลบั้มนี้นี่เองทำให้เรานึกถึงโจทย์ของเดรคขึ้นมา ลองฟังเสียงร้องของอัล มาสคาที ที่กำลังง้อสาวสวยรวย (และเอาแต่ใจ) ฟังไปก็ขยับตามไปด้วยเพราะบีทนี้ทำมาเพื่อปาร์ตี้ชัดๆ

ในเพลง Pacifico ก็เช่นกัน เป็นเพลงที่พูดถึงความรักที่ไม่สดใส เหมือนเจ้าของเสียงร้องกำลังครุ่นคิดในความสัมพันธ์ที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่พร้อม ส่วนของดนตรีทำให้นึกถึงวง SWV สมัยกำลังดัง

แม้เดรคจะเป็นผู้ก่อตั้งค่าย OVO Sound ที่ Majid Jordan สังกัดอยู่ แต่การที่เดรคเป็นนายใหญ่ก็ไม่ได้แปลว่าเพลงของศิลปินในค่ายจะต้องเป็นอาร์แอนด์บีล้วนเหมือนกันหมดเสมอไป อย่างเพลงของ Majid Jordan ก็ไม่เหมือนของ คริส บราวน์, ออกัส อัลซิน่า หรือ เทร ซองส์ แต่มีความอึมครึม ผสานกับกลิ่นอายแบบฉบับเพลงโซล ถือว่าออกมาคล้ายกับสไตล์ของ The Weeknd มากกว่า

ข้อดีที่โดดเด่นมากๆ สำหรับอัลบั้มนี้คือการส่งอารมณ์สู่ผู้ฟังได้อย่างใกล้ชิด (Intimacy) แต่ละเพลงเหมือนถอดมาจากบทสนทนาระหว่างคนสองคนจริงๆ อย่างในเพลง Small Talk ที่แค่ท่อนแรก “I got nothing to say” ก็มาในเสียงเยือกเย็น สลับกับเสียงจิ้งหรีดที่เราจะได้ยินในความเงียบเท่านั้น ทำให้บรรยากาศดูเรียลขึ้นไปอีก

เพลงทั้งเซ็ตนี้คือการปัดฝุ่นนำเอาซาวนด์เก่าๆ ที่เคยฮิตช่วงยุค 80s / 90s ให้ดูทันสมัยหน่อย แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกว่าได้แรงบันดาลใจจากของเก่าหรือว่าลอกมากันแน่

น้ำเสียงของมาจิดเมื่อเปล่งเป็นเนื้อร้องออกจะห่อเหี่ยวไปนิด ไม่รู้ว่าเขาจงใจเล่นเสียงแบบนี้เพื่อให้เข้ากับจิตวิญญาณของเพลง หรือว่าจริงๆ แล้วทำได้ดีที่สุดแค่นี้ ก็ต้องใช้เวลาดูกันต่อไปว่ามาจิดจะสามารถงัดเอาเสียงอื่นๆ มาพรีเซนท์ให้แปลกออกไปได้หรือไม่ ถ้าไม่นับเสียงร้อง ทำนองและความหม่นเศร้าของอัลบั้มนี้ถือว่าเข้ากันดี

 

Story by: Brad Wete
Translated by: Sutthimas R.