Print

 

ทิศทางวงการเพลงไทยจะเป็นอย่างไร เพลงแนวไหนจะมา ศิลปินจะใช้ชีวิตง่ายขึ้นไหม คนฟังคนดูจะได้พบเจอกับอะไร ค่ายเพลงมองยังไง ฝ่ายพีอาร์การตลาดเล็งช่องทางไหนไว้ เจ้าของร้านขายซีดียังมีความหวังหรือไม่ โปรโมเตอร์และเจ้าของสถานที่จัดไลฟ์โชว์ล่ะ แล้วยังจะสื่อสายดนตรีอีก

ไปฟังการคาดการณ์ถึงสิ่งที่น่าจะเกิด จะมี จะเป็นในวงการเพลงไทยปี 2017 จากปากคำผู้คลุกวงในวงการเพลงไทยหลากหลายสาขากันเลย

 

นิติพงษ์ ห่อนาค: Music Production Advisor ค่าย Retrocity

ช่องทางก็ยังเยอะเหมือนเดิม โดยเฉพาะโซเชียล ใครอยากทำอะไรสามารถทำในสิ่งที่คิดที่อยากได้หมด เพราะเอาออกมาให้คนฟังได้ง่ายๆ ฉะนั้น เพลงมันจะกระจัดกระจาย จะมีอาการโผล่แวบๆ เหมือนดาวตก มีแนวโน้นแนวนี้ ซึ่งอาจจะมีชื่อเรียกใหม่เหมือนสมัยอีดีเอ็มหรืออะไรก็ว่าไป แต่ไม่ว่าจะแนวไหน ผมเชื่อว่ามันจะมาแบบแวบๆ มาแล้วไปๆ ไม่เชื่อว่าจะมีกระแสใหญ่ ไม่มีแบบเป็นเทรนด์อยู่ยาวนาน อาจจะมาเดือนเดียวหรือไม่กี่วันแล้วหายไป อยู่แค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น เลยทำนายไม่ถูกว่าปีหน้าวงการเพลงไทยจะมาแนวไหน เพราะแนวมันเปลี่ยนตลอดเวลา เมื่อก่อนยังมีแบบ… เดี๋ยวเพลงสไตล์นี้มาแล้วจะอยู่นาน คนนี้เป็นคนนำกระแสมา เพลงร็อคหรือแดนซ์แบบไหนจะมา แต่ตอนนี้ไม่มี เพราะมันมาเยอะ มาทุกแนว แล้วมาทุกวัน จนไม่น่าจะมีแนวทางที่ชัดเจนแล้ว  

อนุชา นาคน้อย: เจ้าของร้านน้องท่าพระจันทร์

คนทำดนตรีต้องทำการบ้านมากขึ้นในการผลิตผลงานดีๆ เพราะคนฟังฟังผ่านอินเทอร์เน็ตได้ง่ายๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ ผมคิดว่างานที่มีเครดิตเก่ายังขายได้แน่ๆ อย่างพวก Monomania, อภิรมย์, Stoondio, Jelly Rocket หรือพี่เล็ก Greasy Cafe ก็มีคนมาตามหางานตลอด แต่ศิลปินที่จะเกิดใหม่คงต้องมีฝีมือมากจริงๆ ดนตรีมันไม่ตายอยู่แล้ว เพียงแต่คุณก็ต้องมีจุดยืนในการทำเพลงของคุณ ทำด้วยความตั้งใจ ทำงานศิลปะ ก่อนมองเม็ดเงิน เพราะเมื่อไหร่ที่มองเม็ดเงิน ดนตรีจะถูกครอบงำโดยแนวแฟชั่น ณ ขณะนั้น ทำให้จุดยืนหายไป

โดยส่วนตัวเชื่อว่ายังมีคนฟังเพลงจำนวนมากที่เก็บซีดีมากกว่าเก็บไฟล์ในคอมพิวเตอร์ ซีดีของบางวงยังเป็นที่ต้องการสูง สังเกตจากตลาดมือสองที่ราคาพุ่งขึ้นเยอะ มันเห็นได้ว่ามีงานเพลงหลายชิ้นที่เด็กรุ่นใหม่เพิ่งมีโอกาสได้ฟัง ทำให้ไม่สามารถหาสะสมงานซีดีที่ผลิตน้อยเกินไป

สำหรับแนวดนตรี ปีหน้าโพสต์ร็อคอาจจะลดลง อัลเทอร์เนทีฟและดรีมป๊อปยังไปได้ต่อเนื่อง โดยมีเพลงเก่าๆ ยุค 70’s – 90’s แทรกตัวเข้ามา จากนักดนตรีรุ่นใหม่ จากอาจารย์ที่ฟังเพลง และครอบครัวที่ฟังเพลงรุ่นนั้น แนะนำต่อๆ กันมา

ปิยะพงษ์ หมื่นประเสริฐดี: ผู้ร่วมก่อตั้งฟังใจ

งานคอนเสิร์ตขนาดเล็กจนถึงขนาดกลางน่าจะยังเติบโตขึ้นได้อีก ซึ่งอาจคาดการณ์ได้ว่าจะมีผู้สนใจทำกิจการไลฟ์เฮาส์ หรือสถานที่ให้เช่าจัดทำคอนเสิร์ตขนาดเล็กถึงกลางเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย และน่าจะเกิดความร่วมมือระหว่างกลุ่มชุมชนดนตรีในภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น มีการเดินทางมาทัวร์แสดงดนตรีของศิลปินจากประเทศใกล้เคียงมากขึ้น ศิลปินไทยเองก็น่าจะได้เดินทางไปแสดงยังประเทศเหล่านั้นมากขึ้นด้วยเช่นกัน

พิมพิมล พิมพ์งาม: ผู้จัดการวงดนตรีอิสระ

แนวโน้มวงการเพลงในปี 2017 ขอพูดในส่วนของศิลปิน จริง ๆ มันเริ่มก่อตัวได้ 2-3 ปีแล้ว เราได้เห็น ได้ฟังศิลปินหน้าใหม่ รุ่นใหม่ ไฟแรง มีฝีมือมากมาย เกิดขึ้นมาและสะสมประสบการณ์มาพักหนึ่ง รอเวลา รอโอกาสที่จะเผยแพร่ผลงาน และเติบโตต่อไป ปีหน้าจะเป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างดุเดือด นอกจากฝีมือแล้วยังจะวัดกันที่การโปรโมทตัวเองให้เป็นที่รู้จักได้อย่างไร วงการเพลงไทยไม่เคยสิ้นศิลปินฝีมือดี อยู่ที่ว่าคนฟังจะเปิดใจรับฟังแค่ไหน

มีโชค ปิ่นแก้ว: Media Planner ค่าย Grammy Big

ไม่ว่าพฤติกรรมคนฟังเพลงจะเปลี่ยนไปยังไง เพลงฮิตคือสิ่งที่ศิลปินและค่ายเพลงต้องการมากที่สุด เพลงฮิตเปรี้ยงๆ เพลงเดียว เปลี่ยนชีวิตศิลปินได้ ลองนึกถึงความดังของเพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร ดูสิ มีเพลงฮิตแรงๆ แล้วทุกสิ่งจะตามมาเอง เพลงดัง ศิลปินดัง งานจ้างและคอนเสิร์ตจะไปไหนเสีย ซึ่งการจะเคลมว่าเพลงฮิตนั้น แต่ละคนก็มีเกณฑ์วัดต่างๆ กันไป แต่เชื่อว่าในปี 2017 อะไรๆ อาจจะชัดเจนมากขึ้น

ยอดดาวน์โหลดเพลง ยอดดาวน์โหลดจากไอทูนส์ ชาร์ตเพลงวิทยุ อาจจะมีอิทธิพลน้อยลง ยอดวิวบนยูทูปที่แลดูจับต้องได้ น่าจะถูกอ้างอิงมากที่สุด (ใครๆ ก็ฟังเพลงบนยูทูป) คิดว่าในปี 2017 นี้ ยูทูปน่าจะยังแข็งแกร่งอยู่ ชาร์ตของบริการสตรีมมิ่ง อันนี้ก็น่าจับตามอง คิดว่าคนรุ่นใหม่น่าจะใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ บริการของเจ้าไหนมีเพลงให้ฟังหลากหลายค่ายที่สุด ตัวชาร์ตก็น่าจะเป็นสิ่งที่คนเชื่อพอๆ กับยอดวิวยูทูป

รณพงศ์ คำนวณทิพย์: นายกสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย (TECA)

วงการเพลงไทยในปี 2017 จะมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่ศิลปินและผลงานเพลง ด้วยดิจิตอลแพลทฟอร์มใหม่ๆ ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินนำเสนอผลงานออกสู่ผู้ฟังได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม มู้ดแอนด์โทนในการนำเสนออาจไม่ได้สนุกสนานเฮฮามากนัก เพราะอยู่ในช่วงถวายความอาลัย น่าจะเป็นโอกาสที่ได้เห็นศิลปินนำเสนอแนวเพลงที่มีเนื้อหาดีๆ สร้างสรรค์สังคมออกมามากขึ้น

ส่วนปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งปัญหาการจัดเก็บค่าเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ออกสู่สาธารณชน ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ภาครัฐจะต้องให้ความสนใจและแก้ไขปัญหาให้ได้โดยเร็ว เพื่อให้วงการเพลงไทยสามารถยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ณัฐวุฒิ เปรมปราชญ์: อดีต Associate Manager LINE MUSIC และบรรณาธิการ KKBOX

คิดว่าวงการเพลงไทยคงไม่ต่างจากปีที่แล้วเท่าไหร่ ชาร์ตเพลงหลักๆ จะเกลื่อนไปด้วยเพลงฮิตแบบเพลย์เซฟ โดยที่กว่า 70% ของเพลงฮิตคงเป็นเพลงประกอบละคร ศิลปินแจ้งเกิดง่ายขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่ในการโปรโมตผลงานหลากหลาย ขณะเดียวกันโอกาสดับก็ง่ายขึ้นเป็นเงาตามตัว หากปราศจากแบ็คอัพเป็นค่ายเพลง การยืนระยะในวงการเพลงสั้นลงเรื่อยๆ ซึ่งคงไม่ต่างจากวงการเพลงสากลมากนัก การละเมิดลิขสิทธิ์จะยังคงเป็นปัญหา แต่ปัญหาเรื่องการตระหนักว่างานเพลงเป็นสินค้ามีมูลค่าจะฝังรากลึก กลายเป็นปัญหาในระยะยาวยิ่งกว่า เรียกว่าวงการเพลงไทยมีแต่ปัญหา ฟังแล้วก็เพลียแทนศิลปินจริงๆ

สุเมธ โปษยะนุกูล: A&R Director ค่าย BECTero Music

2017 น่าจะเป็นเวลาที่สื่อใหม่ๆ เริ่มเข้ามาแทนสื่อเก่ามากจนถึงมากที่สุด ศิลปินทุกแนวไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กกันเป็นว่าเล่น วินาทีต่อวินาที เข้าถึงแฟนเพลงได้แม้กระทั่งในห้องน้ำ ในห้องเรียน ฯลฯ จะว่าดีมันก็ดี เพราะคนทำกับคนรับใกล้ชิดกันมากขึ้น ทว่า มากไปรึเปล่า ก็คงแล้วแต่ความชอบของท่านผู้ชม

ดาวน์โหลดที่เคยเป็นความหวังใหม่ อาจจะกลายเป็นฝันสลาย เมื่อคำว่าสตรีมมิ่งเริ่มเข้ามามีบทบาท ทั้งการสตรีมเพลงไปจนถึงสตรีมสดผ่านสารพัดเครือข่าย ข้อดีคือคนฟังที่ได้ประโยชน์กันไปเต็มๆ มีเพลงให้ฟังให้ดูตั้งแต่วันนี้จนสิ้นอายุขัย

ส่วนที่หลายๆ คนชอบเปรยว่า หมดยุคเพลงแมสบ้าง หมดยุควงใหม่ๆ แจ้งเกิดแล้วบ้าง ส่วนตัวคิดว่ามันคงมีไม่บ่อย และทำยากขึ้น แต่ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ เรายังได้เจอเพลงอย่าง คนมีเสน่ห์ ของพี่ป้าง ที่ร้องกันได้ตั้งแต่อนุบาล ยันรุ่นคุณป้าคุณลุง ยังมี Polycat มาเป็นตัวจุดชนวนให้วงแนวๆ ทั้งหลายพอมีแรงฮึดสู้

และผมเชื่อว่าไม่น่าจะมีปีไหนที่จะหนักหนากับหัวใจคนไทยไปมากกว่าปี 2016 อีกแล้ว เพราะฉะนั้น ไม่ว่าข้างหน้าจะมีอะไรรออยู่ ถ้าเราพยายามอย่างที่สุด ตั้งใจจริง รักและรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ อดทนและเข้าใจว่าความสำเร็จบางอย่างไม่สามารถเห็นผลได้เพียงวันสองวัน และเม็ดเงินหรือชื่อเสียงอาจไม่ได้มาเป็นลำดับแรกๆ เสมอไป ถ้าคนทำยังไม่ถอดใจ คนไทยก็ยังรักและรอที่จะฟังเพลงไทยครับ

ธัญธรวิชญ์ ริปุญชัยพงศ์: เจ้าของร้านเพลย์ยาร์ด

ผมว่าปี 2017 เป็นปีที่น่าสนใจเลยทีเดียวสำหรับวงดนตรีนอกกระแส มีคลื่นลูกใหม่มาแรงมากมาย แต่ก็น่ากลัวกระแสที่โหมกระหน่ำจนคนดูหรือคนฟังจะเลี่ยนซะก่อน คนที่ผันตัวเองมาเป็นคนจัดผุดอย่างกับดอกเห็ด ซึ่งคิดอีกทีอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ เพราะการแข่งขันจะสูงขึ้น ทำให้คนเราต้องพยายามมากขึ้น ต้องหาวิธีการต่างๆ มาแข่งขันกัน ทำให้มีการพัฒนา ที่เห็นๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องอุปกรณ์และไฟของแต่ละร้านแต่ละที่ว่าจะพัฒนากันไปถึงขั้นไหน ในส่วนของวงดนตรีเอง ทุกวงก็ต้องพัฒนาโชว์ให้จับต้องได้ มีการส่งพลังออกมา เพื่อที่คนดูคนฟังจะรื่นรมย์ ต้องหาเส้นทางของตัวเองให้เจอ ขยันและอดทน รอเวลาผงาด ปีหน้าคนดูไลฟ์จะมีตัวเลือกเยอะดีครับ

ลิลรยา ร่องบุตรศรี: พีอาร์ค่าย Retrocity

คิดว่าโซเชียลเน็ตเวิร์กจะยังคงเป็นช่องทางหลักสำหรับกระจายเพลงเหมือนในปีที่ผ่านๆ มา ทั้งสำหรับศิลปินที่ปล่อยเพลงใหม่ๆ และคนฟังที่จะเลือกฟังเพลงต่างๆ กระแสอาจจะไม่บูมมากนัก หรืออะไรที่จะตูมตามมีแนวโน้มว่าจะมาเร็วไปเร็ว แต่สิ่งหนึ่งที่คิดว่าน่าจะเห็นมากขึ้น คือการที่ศิลปินออกจากค่ายใหญ่ไปอยู่กับค่ายเล็ก ไม่ก็ออกไปทำงานเองแบบอิสระ ซึ่งจะทำให้วงการเพลงมีความหลากหลายมากขึ้น งานเพลงแต่ละชิ้นก็จะมีความแตกต่าง มีความชัดเจนในตัวตนของคนทำมากขึ้น เพราะไม่ต้องถูกจำกัดให้อยู่ในกรอบ เรียกว่าสามารถโชว์ไอเดียได้เต็มที่ และน่าจะเป็นปีที่มีทางเลือกที่ดีสำหรับคนฟัง

ปิโยรส หลักคำ: บรรณาธิการและคอลัมนิสต์ดนตรี

ปี 2017 น่าจะยังไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลงอะไรมากนักสำหรับวงการเพลงไทย ในช่วงต้นปีจะคึกคักเป็นพิเศษด้วยเพลงใหม่ๆ และคอนเสิร์ตที่ออกมาพร้อมๆ กันหลังจากที่หยุดกิจกรรมทุกอย่างกันไปในช่วงปลายปี โซเชียลมีเดียจะยังเป็นช่องทางสำคัญสำหรับศิลปินและค่ายเพลงในการสื่อสารกับแฟนเพลง เราคงได้เห็นซีดีอัลบั้มของศิลปินอินดี้ออกมามากกว่างานจากศิลปินค่ายใหญ่เช่นเคย เช่นเดียวกับรายได้หลักของศิลปินยังคงมาจากการแสดงสด ในส่วนของสตรีมมิ่งจะมีผู้เล่นหน้าใหม่ๆ เข้ามาเป็นทางเลือกให้คนฟังมากขึ้น และอาจเป็นสิ่งที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการเพลงไทยมากที่สุดในปีหน้า

 

Story by: Srivigar S.
Illustration by: tvzsu