Britney Spears_Bangkok 23062017 (011)

 

ขอออกตัวก่อนว่าเป็นการเขียนรีวิวที่หนักใจและกดดันมากที่สุด เพราะตลอดการดูคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทยของเธอคนนี้ บริตนีย์ สเปียรส์ มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าจะสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรได้อย่างไร จากแฟนเพลงวัยเด็กสมัยประถมต้นๆ สู่วัยทำงานในวันนี้ ใครจะไปคาดคิดว่าต้องใช้เวลาเกือบ 20 ปี กว่าที่แฟนเพลงชาวไทยหรือเหล่าลูกๆ ของแม่บริตรวมถึงตัวเราเองจะได้เจอกับเธอตัวเป็นๆ ใครจะไปคาดคิดว่าเพลงภาษาอังกฤษเพลงแรกในชีวิตที่ได้ฟังเป็นในวันนั้นจากเธอ วันนี้เราจะได้สัมผัสบรรยากาศจริงๆ ต่อหน้า มันเป็นความรู้สึกที่ทำเอาน้ำตาไหลออกมา พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงที่เหมือนกับพาเราย้อนรำลึกความทรงจำของเด็กที่แอบเอาผ้าเช็ดตัวมาทำเป็นผมเปียแบบบริตนีย์และแอบเต้นตามเธอในห้องนอน หรือความรู้สึกยินดีที่เธอสามารถกลับมายืนอยู่ในจุดนี้หลังจากมรสุมชีวิตมากมาย

ไม่ขอเกริ่นอะไรมากมายให้เสียเวลา เราเชื่อว่าแฟนๆ บริตนีย์ทุกคนจะต้องรู้สึกถึงพลังบางอย่าง อย่างบอกไม่ถูกเมื่อก้าวเข้ามาในอิมแพคฯ แห่งนี้ ด้วยพลังจากการรวมตัวของคนที่รักในสิ่งเดียวกันและรักในตัวของบริตนีย์

เริ่มจากการอุ่นเครื่องด้วยดีเจโอโน่ ที่ทำเอาหลายๆ คนแอบโยกตามหรือส่งเสียงกรี๊ดมาเป็นระยะ เมื่อเพลงของศิลปินที่เตรียมมาเปิดคอนเสิร์ตในเมืองไทยคิวต่อไปดังขึ้น ซึ่งเอาจริงๆ ตรงนี้เราก็แอบตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน

ทางด้านเราเองก็ตื่นเต้นจนไม่รู้จะตื่นเต้นยังไงที่จะได้เห็นบริตนีย์ตัวจริงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า และเมื่อนาฬิกาบนหน้าปัดเคาะเวลาที่ 20:40 นาฬิกาโดยประมาณ ไฟก็ดับลงพร้อมม่านสีดำเบื้องหน้าที่ถูกปลดออกพร้อมการปรากฏตัวของบริตนีย์ด้วยเพลง Work B**ch พร้อมเสียงกรี๊ดแบบลืมตายจากเหล่าแฟนๆ ส่วนทางเราเองก็เกิดอาการ Star Struck แทบไม่สามารถควบคุมความรู้สึกใดๆ นอกจากรีดร้องด้วยน้ำตา และพยายามบอกตัวเองว่านั้นคือ บริตนีย์! บริตนีย์ตัวจริง! เมื่อเรียกสติกลับมาได้ ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่บริตนีย์ส่งต่อแอตติจูดมั่นๆ ร้ายๆ ต่อเนื่องด้วย Womanizer ที่นอกจากจังหวะท่าเต้น ที่แลดูเหมือนหลีดมืออันเลื่องชื่อของเธอแล้ว บริตนีย์ยังมีการแอบโชว์เต้นโซโล่ในช่วงเพลง Break the Ice และ Piece of Me ให้พอชื่นใจว่าไม่ว่าจะกี่ปีต่อมาเธอก็ยังเอาอยู่

Britney Spears_Bangkok 23062017 (001)
Britney Spears_Bangkok 23062017 (005)

 

อีกเพียงอึดใจเดียวบริตนีย์ก็กลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งด้วยชุดสีแดงสด พร้อมกับอินโทรของเพลงที่แค่ได้ยินก็กรี๊ดกันสติหลุดกับ …Baby One More Timeที่ตรงนี้อาจจะทำให้ใครหลายๆ คนขัดใจเพราะเธอเล่นปรับจังหวะดนตรีใหม่ เอาซ่ะคนดูออกจังหวะสะบัดมือแทบไม่ถูก และในช่วงต่อมาบริตนีย์ก็เหมือนรู้ใจแฟนๆ จึงต่อเนื่องด้วยเมดเลย์เพลงฮิตอมตะสร้างสาวกบริตนีย์ให้เป็นผู้เป็นคนอยู่ทุกวันนี้ด้วย Oops!…  I Did it Again ที่บริตนีย์ยังใจดีทิ้งท่อนและจังหวะเดิมของเพลงเอาไว้บ้างให้แฟนๆ ได้พอเอามือประสานแล้วเด้งเข้าเด้งออกกระทบอก พอให้คนที่แต่งชุดหนังพีวีซีสีแดงสดมาดูได้ออกจังหวะแบบไม่เสียเที่ยว

ในจังหวะนี้เองบนจอก็มีการฉายภาพและวิดีโอรวมมิตรจากบริตนีย์ในมิวสิควิดีโอเพลงต่างๆ ให้เป็นจังหวะให้นางได้เปลี่ยนชุด ก่อนที่จะกลับขึ้นมาพร้อมกับชุดสีดำอีกครั้งในเพลง Me Against the Music  และตามมาด้วย Gimme More ที่เป็นเพลงคัมแบ็คของเธอหลังจากเหตุการณ์ในปี 2007 ซึ่งรอบนี้ก็เป็นไปตามคาดว่าโชว์ดีกว่างาน MTV VMA’s 2007 หลายเท่าตัวและคงไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่านั้นอีกแล้ว

หลังจากออกมาปล่อยท่าหลีดมือสองเพลงบริตนีย์ก็ลงเวทีอีกครั้ง พร้อมกับแสงเลเซอร์ที่สาดส่องขึ้นมา พร้อมภาพโฮโลกราฟฟิคของ will.i.am ออกมาร้องเพลง Scream & Shout ที่มีเบื้องหน้าเป็นเหล่าแดนเซอร์สุดแซ่บในชุดสีนีออนเรืองแสง ออกมาวาดลวดลายฆ่าเวลาระหว่างเธอเปลี่ยนชุด ซึ่งอันนี้ต้องยอมรับว่าเทคนิคเลเซอร์ทำออกมาได้ตระการตามาก จนลืมไปเลยเมื่อไรบริตนีย์จะมา

Britney Spears_Bangkok 23062017 (007)
Britney Spears_Bangkok 23062017 (008)

นั่งดูลวดลายของแดนเซอร์เพลินๆ บริตนีย์ก็เดินออกมาพร้อมกับชุดสีเหลืองประดับคริสตัลวิบวับ (เป็นชุดที่เราชอบน้อยที่สุด มันช่างเป็นสีที่ไม่เข้ากับเธอเลย) ไม่รู้ว่าด้วยความบังเอิญหรืออย่างไรที่ชุดที่ไม่ชอบที่สุดถูกมาจับคู่กับเพลงที่ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่เพลงฮิตของเธออย่างเพลง Boys และ Do You Wanna Come Over? แต่อันนี้ขอยกความดีความชอบให้นางด้วยการเดินออกมาเต้นแบบแกล้งๆ ลืมว่าท่าเต้นหลักคือหลีดมือที่ด้านหน้าเวที พร้อมหยิบยืมเพลง Get Ur Freak On จากเจ้าแม่ฮิปฮอปอย่าง มิสซี่ อิลเลียต มาเบรคความจำเจ และเปิดโอกาสให้เธอวิ่งเข้าหลังเวทีเพื่อเปลี่ยนชุดสำหรับเซ็ตต่อไป

ส่งต่อช่วงเวลาสุดเซ็กซี่ของแดนเซอร์ที่ออกมาสร้างความร้อนฉ่าด้วยท่าเต้นปรอทแตก พร้อมฉากหลังสีแดงดำเพิ่มความร้อนแรง แต่นั่นเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มของความเผ็ดร้อนของบริตนีย์ ที่ออกมาพร้อมกับการเต้นรูดเสากลางเวทีในเพลง I’m a Slave 4 U เมื่อมาถึงจุดนี้ ต้องแอบขอยอมรับว่าเราแอบไปดูวิดีโอไลฟ์โชว์ของบริตนีย์ตามที่ต่างๆ และเพลงต่อไปนี้ขอยกให้เป็นเพลงที่มีการออกแบบท่าเต้นด้วยการใช้มือที่ตลกที่สุดในเพลง Make Me… ที่ยังไงก็เหมือนปัดยุงมากกว่าท่าเต้น ถึงแม้จะแอบขำกับท่าเต้นของเธอแต่ก็ยังมีความน่ารักของแฟนๆ ที่พร้อมใจกับหยิบมือถือขึ้นมาส่องไฟสร้างบรรยากาศให้พิเศษขึ้นมา จะติดก็ตรงที่ว่าบริตนีย์คงจะห่วงสเต็ปหลีดมือมากไปหน่อย จนลืมที่จะสร้างความประทับใจหรือกล่าวอะไรกับแฟนๆ สักนิดในช่วงนี้ แต่งานนี้ว่าไม่ได้เพราะว่าเธอคงจะกลัวลืมท่าจริงๆ ในช่วงเพลงดังกล่าว บริตนีย์จึงขอเอาใจด้วยการพูดทักทายและขอบคุณลูกๆ หลังจบเพลงสั้นๆ พอหอมปากหอมคอ ซึ่งทุกอย่างจะดีแล้วยกเว้นเสียงของนางที่แหลมสูงซะจนฟังไม่รู้เรื่อง เอาเถอะงานนี้บริตนีย์อาจจะพูดไม่เก่งหรือนางอาจจะไม่ชอบเสียงตัวเองเวลาพูดไม่เหมือนกับเสียงร้อง ที่ไม่ว่าจะเต้นสะบัดขนาดไหนเสียงเธอก็ยังเป๊ะไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งในเรื่องของการลิปซิงค์เราขอเก็บไว้ไปพูดตอนท้ายดีกว่า

ในช่วงของเพลง Freak Show แม่ก็จับเอาคุณบอย แฟนเพลงชาวไทยผู้โชคดีขึ้นไปร่วมแสดงบนเวทีด้วยการส่วมบทบาทเป็นทาสกามอารมณ์ ทั้งคลานทั้งเต้นเต็มที่ งานนี้ไม่รู้ว่าแฟนเพลงชาวไทยตัวเล็กเกินหรือแม่ตัวใหญ่เองจนเธอต้องหลุดพูดมาว่า “you’re so tiny” ก่อนจะปิดเซ็ททาสกามอารมณ์ด้วยเพลง Do Somethin’ ที่เราแอบชอบการออกแบบท่าเต้นเป็นพิเศษด้วยการเอาเก้าอี้มาต่อๆ กันเป็นขั้นบันไดและให้แม่เดินขึ้นไปถึงยอดสูงสุด

สักพักม่านการแสดงละครสัตว์ก็ถูกเปิดฉากขึ้นพร้อมบริตในชุดสีดำแขนยาวและเพลง Circus ที่อันนี้ต้องขอชมกับการทำเซ็ทลิสต์และจังหวะการต่อเพลงต่อเซ็ทที่ลื่นไหลไม่สะดุดเลยแม้แต่นิดเดียว และด้วยส่วนผสมของชุด ท่าเต้น และเพลงจึงทำให้บรรยากาศเริ่มกลับมาลุกเป็นไฟขึ้นอีกครั้ง จังหวะนี้บริตนีย์แอบมีเพิ่มลูกเล่นของชุดด้วยการติดหางกระโปรงทูทู่เข้าไปที่ชุดของเธอในเพลง If U Seek Amy ก่อนจะปิดท้ายคณะละครสัตว์ด้วยลีลาการเต้นโซโล่ ในเพลง Breath on Me และ Touch of My Hand ที่มีการแอบเนียนก้มลงไปดึงถุงเท้าให้ตึงเปรียะเท่ากันทั้งสองข้าง อันนี้เราแอบเห็นพอดีแล้วก็รู้สึกเป็นอะไรที่น่ารักดี

Britney Spears_Bangkok 23062017 (010)

 

หลังจากละครสัตว์ปิดตัวลง บริตนีย์ก็ชวนเชิญทุกคนให้เข้าร่วม Slumber Party ของเธอในบรรยากาศแบบเพนท์เฮาส์ ที่เจ้าภาพของงานปรากฏตัวในชุดคลุมผ้าซาตินสไตล์กิโมโนสีขาว พร้อมสาดสะบัดความฮอต ความเซกซี่ให้ทั่วไปทั้งฮอลล์ ก่อนจบปาร์ตี้ด้วยการฟาดลวดลายการเต้นกับสองแดนเซอร์หนุ่ม ที่ต้องขอยอมใจแม่บริตด้วยวัยและอายุของเธอยังสามารถออกลวดลายได้อย่างเต็มที่แบบไม่ห่วงสุขภาพกระดูกกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะกับจังหวะที่แม่บริตถูกสองแดนเซอร์ยกตัวลอยขึ้นจากเวทีและพาเข้าหลังเวที

ไฟสาดส่องที่เวทีอีกครั้งพร้อมกับช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ตกับทริปเดินป่าพิศวงและเต็มไปด้วยพืชพันธุ์มีพิษนานาชนิดด้วยเพลง Toxic ที่ผู้นำทริปในครั้งนี้อย่างแม่บริตออกมาด้วยชุดบอดี้สูทสีแดง ที่เรากรี๊ดมากว่าสีนี้แหละเหมาะกับบริตนีย์สุดๆ สีเหลืองที่ใส่ไปก่อนหน้าควรถูกเผาทิ้งไปพร้อมกับความร้อนปรอทแตกก่อนหน้า แต่ก่อนที่ชุดนั้นจะถูกเผา อิมแพคฯ อาจจะเกือบถูกระเบิดเสียด้วยซ้ำ กับการที่บริตนีย์เอาหนึ่งไปเพลงชาติซ่องแตกอย่าง Toxic มาเปลี่ยนจังหวะในช่วงแรกของเพลง ก่อนที่จะพ่นพิษจากเหล่าพืชพันธุ์ในฉากหลัง พร้อมกับนำจังหวะออริจินอลกลับมาให้แฟนๆ วาดลวดลายกันแบบไม่ลืมหูลืมตา ทางด้านบริตนีย์บนเวทีเองก็ไม่เบา ด้วยการออกสเต็ปที่ถ้าบอกว่าเป็นเชียร์ลีดเดอร์เก่าก็เชื่อ โดยเฉพาะกับช่วงท้ายที่มีการต่อตัวและทิ้งตัวลงมาบนแดนเซอร์

ต่อเนื่องความแกร่งของแม่และแดนเซอร์ด้วยเพลง Stronger ที่เราขอยกให้เป็นไคลแมกซ์ของโชว์ในค่ำคืนที่ผ่านมา ไม่ว่าะเพลงตัวเพลงเอง จังหวะของเพลง ฉากหลัง แสง สี เสียง และตัวบริตนีย์กับแดนเซอร์ที่สามารถบิ้วท์คนดูให้บรรลุถึงความสุข ความสนุก แบบสุดขีดในเพลง (You Drive Me) Crazy พอช่วงท้ายๆ ของเพลง บริตนีย์ก็เริ่มกล่าวขอบคุณแฟนๆ ชาวไทย ที่ขอสาบานอีกรอบว่าฟังไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ  ก่อนที่เธอและเหล่าแดนเซอร์จะโค้งขอบคุณแฟนๆ พร้อมไฟที่ดับมืดลง แต่เสียงตะโกนเรียกชื่อเธอยังคงดังต่อเนื่อง และยังมีการพร้อมใจกันส่องไฟจากโทรศัพท์มือถืออีกครั้งเพื่อนเรียกร้องให้เธอกลับมาบนเวทีอีกครั้ง

หลังจากปล่อยให้แฟนๆ ตะโกนเรียกพอหอมปากหอมคอไม่นาน บริตนีย์ก็กลับออกมาพร้อมกับเพลง Till the World End ที่ทำให้แฟนๆ ปล่อยพลังกันแบบเฮือกสุดท้ายสมกับเนื้อเพลง “keep on dancing until the world ends” ซึ่งแฟนๆ หลายคนที่นั่งนิ่งมาตลอดคอนเสิร์ตก็คงจะอดใจไม่ไหวและออกอาการโยกตามบริตนีย์บนเวทีไปด้วยเพื่อปิดฉากคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทยของเธอคนนี้บริตนีย์ สเปียรส์

20170623_220842

 

โดยรวมของโชว์ถือว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ดูสนุก ไม่น่าเบื่อ และความน่ารักของบริตนีย์ที่เราหลงรักในวันนั้นยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยมในตัวของเธอ จนทำให้เรามองข้ามเรื่องการลิปซิงค์ไปเลย หรือจังหวะการเต้นที่อาจจะดูขัดหูขัดตาไปบ้างและคิดว่านี่คือโชว์ระดับลาสเวกัสราคาแพง ที่นานๆ เราจะมีโอกาสได้ดูถึงในบ้านเรา

เมื่อมาถึงตรงนี้เราขอบอกเลยว่าเราไม่สามารถตัดสินแทนคนอื่นได้ว่าอะไรดีอะไรไม่ได้ บางคนอาจจะชอบกับคอนเสิร์ตที่จบไปหรือบางคนอาจจะไม่ชอบเลยก็ได้ แต่เราขอพูดในมุมมองของแฟนคนหนึ่งของบริตนีย์ ที่เติบโตมาพร้อมๆ กับเพลงของเธอ ที่เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นับตั้งครั้งแรกที่ได้ยินเพลง …Baby One More Time ครั้งแรก ซึ่ง ณ ตอนนั้นยังไม่รู้ภาษาอังกฤษเลยด้วยซ้ำ หรือจะเป็นการเต้นงานโรงเรียนด้วยเพลง Sometimes การก้าวผ่านจากวัยหวานสู้ความซ่าก๋ากั๋นในยุค Toxic บริตนีย์คือสิ่งที่ทำให้เรากล้าแสดงออกและทำในสิ่งที่ทุกคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ บริตนีย์เองที่ครั้งหนึ่งเคยถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงแค่ศิลปินป๊อปที่มาพร้อมกับโชค พร้อมกับการถูกโลกรุมหัวเราะเยาะเย้ยกับความล้มเหลวในช่วงหนึ่งของชีวิตของเธอ สิ่งหนึ่งที่เธอมีแต่ทุกคนไม่มี ไม่สามารถมีได้ ซึ่งมันทำให้เธอสามารถลุกขึ้นสู่กับปัญหาและตอกกลับคนที่เคยหัวเราะเยาะเธอในวันนั้นก็คือความเป็น บริตนีย์ สเปียรส์ ที่เธอ “she’s so lucky, she’s a (forever) star”

 

Story by Aekkachai S.

Photos by BEC Tero