533x300

2016 ไม่ใช่ปีที่ราบรื่นเท่าไรนักสำหรับเทศกาลดนตรีคันทรี่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อผู้จัดนับสิบเจ้าพร้อมใจกันประกาศยกเลิกงานกลางคัน และแน่นอนว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติ

หากถามว่า 10 ปีมานี้ เทศกาลดนตรีประเภทไหนทำเงินมากได้ที่สุดในอเมริกา ต้องยกให้คันทรี่มาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ถ้าย้ำคำถามเดิมอีกครั้งในปีนี้เราคงไม่อาจตอบเหมือนเดิมได้เต็มปาก เมื่อเทศกาลเพลงคันทรี่จำนวนนับสิบมีเหตุให้ต้องยกเลิกกลางคัน คำถามต่อไปก็คือ…เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

เทศกาลไซส์บิ๊กอย่าง Dega Jam ถูกเซ็ตไว้เดือนกรกฎาคมปีนี้ ที่สนามแข่งรถ Talladega ซึ่งจุผู้ชมได้มากถึง 8 หมื่นคน ทางผู้จัดเผยชื่อศิลปินเฮดไลน์มาแล้วซึ่งมีทั้ง เบลค เชลตัน, โทบี้ คีธ และ คิด ร็อค แต่เริ่มโปรโมตได้เพียง 4 เดือนก็มีอันต้องยกเลิกกะทันหันโดยไม่แจ้งเหตุผลใดทั้งสิ้น (เขาลือกันว่าเป็นเพราะยอดขายบัตรไม่ดี) และไม่ใช่แค่งานนี้งานเดียว เทศกาลอื่นก็พากันถอนตัวไปอีกเกือบสิบเจ้า เรียกได้ว่าน่าเป็นห่วง เพราะปกติเทศกาลดนตรีคันทรี่มักทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำแต่ทำไมสถานการณ์แลดูสาหัสในปีนี้?

เทศกาลเพลงคันทรี่ทำให้เงินสะพัดทั่วแถบอเมริกาเหนือมาโดยตลอด ยกตัวอย่างเช่นงาน Stagecoach ที่อินดิโอเมื่อปีที่แล้วที่กวาดกำไรไปได้มากที่สุดในรอบ 10 ปีตั้งแต่เคยจัดมา และกำลังจะมีขึ้นอีกครั้งในเดือนเมษายนนี้โดยได้เฮดไลเนอร์เป็น ทิม แม็กกรอว์, มิแรนด้า แลมเบิร์ต และ เบลค เชลตัน บัตรขายออกแล้วทั้งหมด 7 หมื่นใบ นับเป็นเงิน 21.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (เกือบ 8 ร้อยล้านบาท) นอกจากนี้ยังมีอีกกว่า 30 เทศกาลที่คล้ายกันซึ่งแต่ละที่จะทำเงินได้ราว 10 ถึง 20 ล้านเหรียญเสมอ

ไม่นานมานี้ AEG Live (ผู้จัดงาน Coachella และ Stagecoach) แถลงว่าจะไม่มีเทศกาล Big Barrel อีกเป็นปีที่สอง ทั้งที่ตอนแรกแพลนไว้ว่าจะให้ แบร็ด เพสลี่ย์ กับ แซม ฮันท์ มาเป็นสีสัน ทางฝั่งคู่แข่งอย่าง Live Nation ก็เพิ่งประกาศยกเลิกไปสองเทศกาลคือ Farm Borough และ Delaware Junction ในขณะที่งาน Shaky Boots ที่แอตแลนตาก็ยุบไปแล้ว ส่วนงาน Bonnaroo ที่รัฐเทนเนสซีก็เงียบเหงาจนต้องหยุดเอาไว้ก่อนเช่นกัน

หรือนี่จะเป็นสัญญาณเตือนว่าวงการเพลงคันทรี่ควรเตรียมรับมือปัญหาบางอย่างได้แล้ว ?

blake-shelton-CMA-2015-billboard-650

แต่ถ้ามองภาพรวม ที่จริงแล้วศิลปินคันทรี่ตกเป็นเหยื่อของความสำเร็จของตัวเองทั้งนั้น เพราะรายชื่อศิลปินแต่ละคนที่กล่าวมา รวมถึง เคนนี่ เชสนี่ย์, แคร์รี่ อันเดอร์วูด, คู่ดูโอ Florida Georgia Line, เคท เออร์เบิน และ ลุค ไบรอัน ต่างก็ขยันทัวร์คอนเสิร์ตอารีน่ากันไม่ขาดสายแทบทุกปี แถมดาวรุ่งยุคก่อนอย่าง ชไนยา เทวน หรือ การ์ธ บรู๊คส์ ที่หายหน้าหายตาไปนาน อยู่ๆ ก็กลับมาให้หายคิดถึง แล้วคนดูก็ยินดีควักเงินให้กับการกลับมาของพวกเขาเสียด้วย

“เพราะมันถี่จนล้นแล้วไง” กิล คันนิ่งแฮม ผู้บริหารแห่ง Neste Event Marketing ชี้ที่มาของปัญหา “เทศกาลที่ผ่านมาก็แค่คืนทุน อย่างมากก็กำไรนิดหน่อย และจะเป็นแบบนี้ไปอีกนาน ไม่ทำเงินมากมายเท่าเมื่อก่อนอีกแล้ว”

ปกติศิลปินคันทรี่แถวหน้ามีอยู่ไม่กี่คน แทบนับนิ้วได้เลยว่ามีใครบ้างที่การันตีเงินจากคนดูได้ถึง 1 ล้านเหรียญ ซึ่งท่านกิลก็เห็นปัญหาตรงจุดนี้ด้วย “เดี๋ยวนี้ต่อให้จ้างศิลปินดังก็ตาม ตัวเลขก็แย่อยู่ดี ต้องแก้ไขด่วน”

แต่ยังมีคนคิดบวก ไบรอัน โอคอนเนล ผู้บริหารแห่ง Live Nation (เจ้าของงาน Farm Borough กับ Delaware Junction ที่ยกเลิกไปแล้ว) ไบรอันยังคงเหลือเทศกาลคันทรี่ในมืออีก 2 งาน ได้แก่ Watershed ที่วอร์ชิงตัน และ Faster Horses ที่มิชิแกน เขาบอกว่ายังไม่เข็ด และพร้อมจะทุ่มทุนจัดเทศกาลเพลงคันทรี่เสมอ “มุมมองของผมยังไม่เปลี่ยน และจะมุ่งขยายพอร์ตโฟลิโอของเราต่อไป”

คลินท์ ไฮม์ ผู้จัดการบริษัทรับจัดคอนเสิร์ตแห่งหนึ่ง มองว่าต้นตอของปัญหาคือความโลภ “ทั้งโปรโมเตอร์ เอเจนซี่ รวมถึงตัวศิลปินเอง ทุกคนเล่นการันตีเงินจากผู้ชมอย่างเมามันจนเกินเหตุ ก็สมควรแล้วที่ต้องลงเอยแบบนี้”

ถ้าผู้จัดไม่อยากเห็นตัวเองในสภาพขาดทุนย่อยยับ มีทางออกให้เลือกสองทาง หนึ่ง เสี่ยงดวงทุ่มเงินจ้างศิลปินตัวท็อปและใช้โอกาสนี้ขึ้นราคาบัตร หรือสอง ตัดตัวท็อปทิ้งไปเลยเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งท่านกิลเลือกวิธีที่สอง “หลายเทศกาลของผมตอนนี้ก็ถูกหั่นงบกระจายเลยล่ะ”

 

“ถ้าเราทุกฝ่ายยังอยากมีงานทำ ต้องรู้จักผ่อนปรน รู้จักยืดหยุ่นความคาดหวังไว้บ้างนะ” ท่านกิลกล่าวไว้

 

Story by: Ray Wassell
Photos by: cmt / billboard
Translated by: Sutthimas R.