10

บอกเลยว่านี่เป็นรีวิวคอนเสิร์ตที่มีความหนักใจที่สุด ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะเขียน เพราะรู้ชะตากรรมว่าแม้ภาษาไทยจะมีถึง 44 ตัว แต่มันไม่สามารถบรรยายความดีงามและยอดเยี่ยมของสิ่งที่ได้ฟังอยู่ 1 ชั่วโมงครึ่งเมื่อคืนวันอาทิตย์ เราจะเอาอะไรมาบรรยายได้ ในเมื่อ MEW ไม่ได้ขนไฟชุดใหญ่อลังการมา วิชวลด้านหลังก็ไม่ได้หวือหวา (บางเพลงไม่มีด้วย) คอสตูมมีชุดเดียว เครื่องดนตรีเสริมไม่มี พลุไฟตะไลไม่ปรากฏ พวกเขามีแค่ดนตรีที่ทั้งงดงาม อลังการ หลอนลอย และทรงพลัง กับความใส คม ชัด ของคุณภาพการเล่นสด ซึ่งมันทั้งใสทั้งคมกริบเสียจนเหมือนฟังจากซีดีมากกว่าจะฟังผ่านการเล่นสดตรงหน้า เนรมิตช่วงเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งแห่งการถูกโอบอุ้มด้วยซาวนด์อันงดงามที่พาเราหลุดลอยไปสู่โลกอีกใบ

05
04

เราอาจจะไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ที่รู้จักทุกเพลง แต่ MEW ก็เป็นหนึ่งในวงที่ชอบมากมาตั้งแต่ได้ฟังอัลบั้ม Frengers เมื่อปี 2003 แล้วก็ฟังมาเรื่อยๆ ดูการแสดงสดผ่านจอมาเรื่อยๆ แอบหวังไปด้วยว่าเมื่อไหร่หนอจะได้ดูพวกเขาเล่นสด ฉะนั้น ก่อนได้ดู SINGHA LIGHT Live Series Vol 2.2 – MEW ก็มีความคาดหวังในระดับที่สูงมากพอสมควร แต่สิ่งที่ได้พานพบเหนือกว่าความคาดหวังไปอีก เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งของชีวิตนักข่าวสายดนตรีที่ดูคอนเสิร์ตหลากวงหลายสัญชาติมาเกินพันวงที่อิมแพ็คระดับตะลึง อึ้ง พูดไม่ออก เพราะโดนซาวนด์สะกดจนตกภวังค์ ครั้งหลังสุดที่อาการหนักขนาดนี้คือคอนเสิร์ต Coldplay ซึ่งไม่ใช่ครั้งล่าสุด แต่คือครั้งแรกที่พวกเขามาเล่นที่อิมแพ็คอารีน่า นานแค่ไหนถามใจตัวเองดู

07
06

เอาละ เมื่อมีหน้าที่เขียนก็ต้องเขียน ตัดฉับกลับไปสี่ทุ่มตรงของคืนวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค. ณ วอยซ์สเปซ หลังวงเปิด Bomb At Track กับ Summer Dress โชว์จบ โยนาส, โยฮัน, ซีลัส, แมดส์ (กีตาร์ทัวร์) และ นิค (คีย์บอร์ด) ในชุดขาวล้วนก็เดินขึ้นเวทีมาประจำตำแหน่งพร้อมซาวนด์ซินธ์บางๆ คลอเคลียเป็นการบิลด์อารมณ์ เปิดเวทีด้วย In A Better Place เพลงจากอัลบั้ม Visuals ตามด้วย 85 Videos หนึ่งในสามซิงเกิ้ลจากอัลบั้มเดียวกัน แล้วกลับไปสู่เพลงดังอย่าง Special, Zookeepers Boy, Satellites เพลงนี้อินโทรมาด้วยซาวนด์อวกาศประกอบไลต์ติ้งสีแดงก่ำ สวย เย็น ลึกล้ำ ดำดิ่ง จนชวนให้นึกถึงวงรักอีกวงอย่าง M83 (มีใครจะเอามาเล่นในไทยบ้างไหม พลีส!)

01
11

โดยส่วนตัว โดนสะกดตั้งแต่เพลงแรก คิดดูว่าทั้งที่มันเป็นเพลงใหม่ เพิ่งได้ฟังก่อนมาดูแค่ไม่กี่วัน แต่ MEW สามารถทำให้เราคล้อยตามได้ภายในเวลาไม่น่าจะถึงหนึ่งนาที โอเค ความเป็นแฟนและชอบซาวนด์แบบนี้อยู่แล้วก็ส่วนหนึ่ง แต่เดี๋ยวก่อน บางวงเราก็เป็นแฟนนะ แต่ฟังจากซีดีดีกว่าเล่นสดก็มีเยอะ

จะให้บรรยายว่ามันดีเยี่ยมงามล้ำยังไง ก็ต้องขอเรียนเชิญให้กลับไปขึ้นอ่านย่อหน้าแรก เพราะไม่รู้จะเขียนยังไงให้ได้ยินเหมือนที่เราได้ยิน ให้รู้สึกเหมือนที่เรารู้สึก เอาเป็นแต่ละเพลงแต่ละเสียงแต่ละไลต์ติ้งที่มีทั้งสาดแสงขาวสว่างจ้า แสงแดงก่ำเหมือนอยู่บนดาวอังคาร แสงมืดหม่นชวนเศร้า มันหลอมรวมกันอย่างไร้ที่ติ (นี่ขนาดวงไม่ได้จัดไลต์ติ้งเต็มรูปแบบนะ แต่ก็สวยเอาการอยู่) เช่นเดียวกับเซ็ตลิสต์ที่จัดมาได้อย่างลงตัว ปกติการทัวร์อัลบั้มใหม่แล้วยังเล่นเป็นที่แรกมันจะมีความปราบเซียนอยู่ เพราะเพลงก็ใหม่ แฟนอาจจะไม่รู้จักไม่อิน หรือตัวศิลปินเองยังไม่ชิน เซ็ตลิสต์ก็อาจยังมีความขาดๆ เกินๆ แต่เซ็ตลิสต์นี้ของ MEW เรียกได้ว่าเพอร์เฟ็คต์ ผสมผสานอารมณ์ของเพลงทั้งเก่าใหม่ได้อย่างลื่นไหลปราศจากอาการสะดุด

12
02

ส่วนหนึ่งที่หลุดภวังค์มาจับสังเกตได้คือในแต่ละเพลงของพวกเขามีหลายอารมณ์ บางช่วงใช้เสียงร้องโดดเด่นสะกดจิตสะกดใจคนดู บางช่วงโชว์กีตาร์สวยๆ บางช่วงก็โหมประโคมดนตรีแบบไม่มีชิ้นไหนยอมชิ้นไหน และทั้งหมดนี้อยู่ในเพลงเดียวกัน การฟังเพลงของ MEW จึงเหมือนการจมดิ่งลงไปในเสียงอันหลากหลายแต่งดงาม ถ้าจะเปรียบให้พอใกล้เคียงก็เหมือนการอยู่ในกระสวยอวกาศ นาทีหนึ่งแสนสุขกับสภาวะร่างกายเบาโหวงเป็นอิสระ ถัดมาอีกนาทีสับสนอลหม่านเหมือนพุ่งเข้าไปในกลุ่มอุกกาบาต และไม่แปลกใจเลยที่เพลงของพวกเขาแต่ละเพลงมีความยาวกว่า 5 นาที แถมยังเรียงร้อยต่อเนื่องแทบจะไม่มีช่วงว่างระหว่างเพลง การพูดคุยทักทายก็น้อยมาก ซึ่งน่าจะเป็นการดีไซน์มาแล้วเพื่อสร้างความต่อเนื่อง เหมือนให้เราโดนเสียงโอบล้อมเอาไว้เกือบตลอดเวลา

08
09

ในความยอดเยี่ยมยังมีความ ‘ที่สุด’ นั่นคือช่วงอังกอร์ ตั้งแต่ Nothingness And No Regrets เพลงที่เราชอบที่สุดในอัลบั้ม Visuals ต่อด้วยสองเพลงฮิต Am I Wry? No และ 156 แล้วออกมาอังกอร์อีกครั้งกับ Comforting Sounds เพลงมาสเตอร์พีซปิดท้ายความยาว 8 นาทีกว่าๆ พร้อมกิมมิคของการเดินกลับมาบนเวทีทีละคน เริ่มด้วยแมดส์กับโซโล่กีตาร์ โยนาสตามขึ้นมาสะกดคนดูด้วยน้ำเสียงอยู่กว่า 2 นาที แล้วทั้งห้าก็โชว์พาร์ตดนตรียาวไปอีก 5 นาที มันเพราะ มันอลังการ มันเยือกเย็น มันชวนให้ขนลุก และมันทำให้น้ำตาปริ่มแบบไม่รู้ตัว ตอนทั้งห้าจับมือกันโค้งขอบคุณ นี่ยังลอยๆ งงๆ อยู่ ไม่อยากเชื่อว่าคอนเสิร์ตจะจบแล้ว ในใจสับสนปนเประหว่างความอิ่ม ความสุข ความปิติ กับความใจหาย เสียดาย อยากดูอยากฟังซ้ำอีก… ดนตรีของพวกเขามันมหัศจรรย์ได้ขนาดนี้

ถ้าจะคิดว่ารีวิวนี้ช่างโอเว่อร์ เราก็จะบอกว่าโอเว่อร์ขนาดนี้ยังไม่สามารถบรรยายความดีงามได้แม้แค่ 1 ใน 10 ของความเป็นจริง เพราะของบางอย่าง นั่งอ่านให้ตายก็ไม่มีวันเข้าใจ ถ้าไม่ได้ไปอยู่ตรงนั้นด้วยตัวเอง

และคอนเสิร์ตของ MEW คือหนึ่งในนั้น…

Story by: Srivigar S.

Photos by: Have You Heard?