twiter

ข่าวใหญ่ล่าสุดที่ทั้งโลกสนใจเกี่ยวกับจัสติน บีเบอร์คงหนีไม่พ้นเรื่องที่จัสตินคบกับนางแบบสาว โซเฟีย ริชชี่ และเมื่อทั้งคู่ไปเที่ยวสวีทด้วยกัน จึงยากหน่อยที่จะซ่อนตัวมิดชิดจากปาปารัสซี่ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมายในช่วงเดือนสิงหาคม เรียกได้ว่าทั้งแฟนคลับตัวจริงตัวปลอมต่างรุมถล่มอินสตาแกรมของจัสตินจนแทบระเบิด คอมเมนท์จำนวนมากออกมาในเชิงด่าทอนางแบบสาวจนทำให้จัสตินไม่พอใจและขู่ว่าถ้ายังไม่หยุดด่าอีกจะเลิกเล่นอินสตาแกรม และหลังจากนั้นไม่นาน อินสตาแกรมของจัสตินก็หายวับไปจริงๆ ทำเอาผู้ติดตาม 77.9 ล้านคนงงกันไปเป็นแถบ (อัพเดทวันที่ 20 กันยายน สื่อ TMZ รายงานว่าทั้งคู่เลิกกันแล้วหลังคบหากันได้ราวหกสัปดาห์เท่านั้น)

จะว่าไปก็มีเรื่องวุ่นวายเกี่ยวกับศิลปินและการแสดงออกของพวกเขาในโลกโซเชียลมาเรื่อย ไล่ได้เป็นไทม์ไลน์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม คงยังจำกันได้ดีว่า อเซเลีย แบงค์ส (ผู้ติดตาม 554,000  คน) เปิดฉากพาดพิงเซย์น มาลิค กับประเด็นที่เซนซิทีฟระดับโลกอย่างการเหยียดชาติพันธุ์ และในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น อเซเลียยังมีคู่กรณีรายอื่นอีกอย่างเช่น อิกกี้ อาซาเลีย เป็นต้น

เดมี โลวาโต ผู้ที่ใช้ทวิตเตอร์เป็นกระบอกเสียงสม่ำเสมอก็เช่นกัน (ผู้ติดตาม 37.4 ล้านคน) เคยงดใช้ทวิตเตอร์และอินสตาแกรมไปพักหนึ่งเมื่อเดือนมิถุนายนหลังจากที่เธอเปรียบเทียบมารายห์ แคร์รี่ กับ อาเรียนา กรานเด จนแฟนคลับแห่เข้ามาแสดงความเห็นมากมาย ตามมาด้วยอีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ นอร์มานิ คอร์ดิ แห่งวง Fifth Harmony (ผู้ติดตาม 1.8 ล้านคน) ที่เลิกเล่นทวิตเตอร์ไปเมื่อเดือนสิงหาคมเหตุเพราะตกเป็นเหยื่อของไซเบอร์บูลลีอิง (Cyberbully = การรังแกบนโลกออนไลน์)

ในยุคที่นักเลงคีย์บอร์ดซ่อนตัวอยู่ทั่วทุกมุมโลก เหล่าศิลปินก็ต้องระวังตัวและใส่ใจทุกการกระทำมากเป็นพิเศษ นาเดีย คาห์น หัวหน้าประจำหน่วยงาน First Access Entertainment ที่ดูแลการจัดการกรณีของอเซเลียกับเซย์นมาแล้ว กล่าวว่า “เรามีทีมดิจิตัลในองค์กรที่ทำหน้าที่คอยมอนิเตอร์พวกโพสท์ที่ส่อไปในเชิงลบ ในทุกแพลตฟอร์ม” เธอยังกล่าวอีกว่า “เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ไม่ใช่ทุกโพสท์บนโลกนี้ที่จะสวยหรูดูดี นักเลงคีย์บอร์ดกับพวกสแปมนั้นมีอยู่จริง”

ช่วงที่ผ่านมาทางฝ่ายทวิตเตอร์ผู้เป็นแพลตฟอร์มรายใหญ่ในโลกออนไลน์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เริ่มหามาตรการมาลงโทษผู้ใช้ที่ก่อความวุ่นวาย ทางเจ้าหน้าที่เริ่มสืบค้นพฤติกรรมของผู้ใช้ที่แฝงความเกลียดชัง และอัพเกรดกฎขึ้นใหม่ จากที่เคยแค่ระงับการใช้งานชั่วคราวให้กลายเป็นถูกแบนตลอดชีวิตถ้าคนเดิมทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตัวแทนจากทวิตเตอร์บอกกับเราว่า ทั้งหมดนี้ก็เพื่อลดภาระของบุคคลที่กำลังตกเป็นเป้าของสังคม ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงศิลปินด้วยนั่นเอง

ความคลั่งของแฟนคลับนั้นก่อให้เกิดผลร้ายมานักต่อนัก เหตุการณ์ที่ตอกย้ำเรื่องนี้ได้ดีคือ คริสตินา กริมมี่ ผู้ถูกแฟนเพลงลอบยิงเสียชีวิตที่ออร์แลนโดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ดินา ลาโพลท์ ทนายความของดีเจ Deadmau5 และเกิร์ลกรุ๊ป Fifth Harmony เพิ่งออกคำสั่งห้ามแฟนเพลงคนหนึ่งเข้าใกล้ศิลปินที่เป็นลูกความของตนเพียงเพราะอินจัดในสิ่งที่ศิลปินเขียนในทวิตเตอร์ (ตอนแรกศาลสั่งให้มีผลชั่วคราว แต่ต่อมาปรับให้เป็นคำสั่งห้ามถาวรเมื่อพบว่าแฟนเพลงคนเดิมพยายามบุกเข้าไปหาศิลปินคนนั้นถึงหลังเวทีที่ชิคาโก้)

แต่ต่อให้ความเกลียดชังของแฟนคลับนั้นน่ากลัวเพียงใด ทนายดินาก็ไม่แนะนำให้ศิลปินเลิกใช้โซเชียลมีเดีย แต่เธอกลับมองว่าทางออกที่ดีที่สุดคือการพัก เงียบหายไปชั่วคราวก็พอแล้ว “ถ้าคุณไม่ใส่ใจไซเบอร์บูลีอิง เดี๋ยวมันก็หยุดไปเองแหละค่ะ”

เธอกล่าวเสริม “ทีนี้ปัญหาต่อมาก็คือ การจะไม่ใส่ใจเนี่ย..มันอาจทำได้ยากสักหน่อยนะ”

 

Story by: Andy Gensler & Andrew Hampp
Photos by: EPA / Twitter
Translated by: Sutthimas R.