3

ย้อนกลับไปยุคที่ค่ายเพลงเบเกอรี่มิวสิคเฟื่องฟูเมื่อสิบกว่าปีก่อน เรายังจดจำสำเนียงของซาวนด์อัลเทอร์เนทีฟเฉพาะตัวจากวง “พรู” ได้เป็นอย่างดี รวมถึงลีลาอันโลดโผนโจนทะยานบนเวทีของนักร้องนำที่ไม่เคยมีใครคาดเดาสเต็ปของเขาได้ ทุกวันนี้ของ “น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์” เปลี่ยนไปพอสมควร เขาผันตัวเองไปเป็นนักแสดงคุณภาพ มีธุรกิจโรงแรมที่ทำกับครอบครัว แต่ก็ยังคงได้ยินเสียงร้องที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ของเขาอยู่เรื่อยๆ ความคิดถึงจึงนำพาให้ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ มาพบกับ น้อย วงพรู เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับหนังเรื่องใหม่ที่เขานำแสดงซึ่งมีเพลงลูกทุ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงอัพเดตงานเพลงที่เรากำลังจะได้ฟังผลงานเดี่ยวจากเขา และคำถามที่ว่า วงดนตรีที่ชื่อว่า พรู ยังคงมีชีวิตอยู่หรือไม่… หรือจะปล่อยให้เป็นตำนานตลอดกาล

อีกไม่กี่วัน “ลูกทุ่งซิกเนเจอร์” ภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่คุณแสดงก็จะเข้าฉายแล้ว ช่วยเล่าถึงบทบาทที่คุณได้รับสักหน่อย

ผมรับบทเป็น “บอย” เป็นซีอีโอที่มีความรับผิดชอบสูง เอาจริงๆ คาแรกเตอร์ซีอีโอก็ห่างจากผมมากแล้วนะ ผมไม่เก่งเรื่องตัวเลขเลย (หัวเราะ) อีกมุมหนึ่งก็จะเป็นคนขี้เหงา อยู่ตัวคนเดียว เวลาเครียดๆ จะชอบขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ และห้องน้ำก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้ยินเสียงร้องเพลงลูกทุ่งของใครคนหนึ่ง มันคล้ายๆ เวลาเราฟังเพลงในวิทยุแล้วโดนใจเราเหลือเกิน เขาก็เลยออกตามหาว่าเจ้าของเสียงๆ นั้นคือใคร

บทคอมเมดี้นี่ยากไหม เพราะปกติจะเห็นคุณในบทบาทดราม่าหนักๆ

มันก็ไม่ได้ยากมากขนาดนั้น ผมเคยเล่นหนังเรื่อง ทวารยังหวานอยู่ เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว ซึ่งเรื่องนั้นจะตลกแบบหลุดโลกไปเลย แบบนั้นยากกว่า แล้วก็มีเล่นคอมเมดี้นิดหน่อยในเรื่อง หลวงพี่เท่ง 3 กับตลกอย่างคุณโน้ต เชิญยิ้ม คือการเล่นตลกมันก็มีหลายรูปแบบ อย่างใน ลูกทุ่งซิกเนเจอร์ มันก็จะเป็นตลกที่มีความเรียลิตี้อยู่ มันจะรู้สึกขำจากการเล่นหรือรู้สึกจริงๆ เวลามีโอกาสได้ออกนอกกรอบจากสิ่งที่ทำอยู่ประจำ ผมก็อยากลองทำดู

บทแบบนี้ท้าทายความสามารถทางการแสดงของคุณไหม

มันคงไม่เกี่ยวกับเรื่องของความท้าทาย มันเป็นเรื่องของประสบการณ์มากกว่า เวลาผมจะรับเล่นหนังสักเรื่องมันมีหลายสาเหตุ อาจจะอยากทำงานร่วมกับผู้กำกับคนนั้นคนนี้ บางทีเจอคาแรกเตอร์ที่อยากเล่นมาก หรือไม่ก็อยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างตอนหลวงพี่เท่ง 3 เราอยากรู้มากว่า วงการตลกไทยแท้สไตล์ โน้ต เชิญยิ้ม หรือ เด๋อ ดอกสะเดา นี่มันเป็นยังไง เราอยากเข้าไปอยู่ในโลกของพวกเขา สำหรับ ลูกทุ่งซิกเนเจอร์ ปกติพี่ปรัช (ปรัชญา ปิ่นแก้ว) จะกำกับหนังแอ็คชั่น ผมก็อยากรู้นะว่า เวลาพี่เขามากำกับหนังฟีลกู๊ดมันจะเป็นยังไง และอีกอย่างที่สำคัญก็คือ เพลงลูกทุ่งกับผมมันอยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน เพราะพูดตรงๆ ผมก็ไม่ได้เติบโตมากับเพลงลูกทุ่ง

เหมือนคุณกำลังจะก้าวเข้าไปสู่อีกโลกที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ใช่ครับ คือผมก็เคยได้ยินตามถนน บนรถแท็กซี่ แต่ผมก็ไม่ได้รู้จักศิลปินลูกทุ่งสักเท่าไหร่

เห็นมีบางช่วงบางตอนในหนังตัวอย่างคุณต้องมีเอื้อนสำเนียงลูกทุ่งด้วย

ใช่ๆ ผมก็ก็อปปี้คุณสุกี้ (กมล สุโกศล แคลปป์) มาเลย เพราะพี่ชายผมร้องเพลงเพี้ยน (หัวเราะ) คือตอนนั้นผมก็ไม่ได้เล่นตลกอะไรมากมาย แต่รู้ว่านี่เป็นซีนที่มีเสน่ห์ได้ ผมก็เลยลองร้องไปในแบบที่ได้ยินกันในเทรลเลอร์นั่นแหละ

6

 

เสน่ห์ของเพลงลูกทุ่งในมุมมองของคุณ

ผมรู้สึกว่า เพลงลูกทุ่งคือของจริงที่สุดในวงการเพลงบ้านเรานะ เพลงป๊อป อัลเทอร์เนทีฟ หรือเพลงร็อคที่ผมร้องมันได้รับอิทธิพลมาจากเมืองนอก แต่เพลงลูกทุ่งมันมีความเป็นไทยชัดเจนมาก อีกอย่างคือ เพลงลูกทุ่งจะเน้นความสามารถของศิลปินสูงมาก ไม่เหมือนเพลงป๊อปที่นักร้องหน้าตาดีแต่ร้องไม่เป็น ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ อย่างเพลง บอกรักฝากใจ ที่ผมร้องร่วมกับ เบน ชลาทิศ, นนท์+ไข่มุก เดอะวอยซ์ และน้องหนิม AF ศัพท์ที่ใช้ในเพลงบางคำผมก็ไม่รู้จัก สำหรับผมมันเหมือนเป็นกวีของเชคสเปียร์เลย ตอนอัดร้องผมหลงทางเลยนะ ต้องมีคนคุมร้องตลอด มันทำให้ผมรู้ว่า เพลงลูกทุ่งน่ะร้องยากแค่ไหน ถ้าร้องสดผมซวยแน่ (หัวเราะ) และทำให้ผมเคารพเพลงลูกทุ่งมาก

ได้ฟังเพลงลูกทุ่งมากขึ้นไหม

สารภาพตามตรงว่าเพลงลูกทุ่งก็ยังห่างไกลจากผมอยู่ดี เพลงลูกกรุงน่าจะเชื่อมโยงกับผมได้มากกว่า มันมีความเป็นแจ๊สเข้ามาผสมบ้าง ผมยังสามารถจับต้องได้

เชิญชวนแฟนๆ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ มาดูหนังเรื่องนี้สักหน่อย

อย่างแรกคือผมไม่เคยเล่นหนังฟีลกู๊ดมาก่อนเลย และผมเชื่อว่า ลูกทุ่งซิกเนเจอร์ เป็นหนังที่มีความแตกต่างจากหนังเรื่องอื่นในบ้านเราตอนนี้ การที่ผู้กำกับสามารถเชื่อมโยงนิทาน 5 เรื่องเอาไว้ด้วยกันได้ มันจะเป็นอะไรที่หลากหลายสำหรับคนดูทุกคน ซึ่งนิทานแต่ละเรื่องก็จะมีเสน่ห์ที่ต่างกัน โดยมีเพลงลูกทุ่งมาเป็นตัวเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่าง ก็อยากให้มาดูกันเยอะๆ ครับ

โอเค … เข้าเรื่อง ไม่ถามคำถามนี้ไม่ได้ … วงพรู ยังมีลมหายใจอยู่หรือเปล่า

เมื่อก่อนไม่มี แต่ตอนนี้เริ่มมี

หมายความว่ายังไง

คือเมื่อ 12 ปีที่แล้วพวกเราทุกคนในวงรู้สึกว่า … หยุดดีกว่า คือมันก็เป็นไปตามวัย ตาม passion ของแต่ละคน บางคนเริ่มมีครอบครัว คุณคณิณ มือกลองก็กลายเป็นผู้กำกับโฆษณาที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่ง แต่ไม่รู้เรียกว่าเป็นวัฏจักรหรือเปล่า เพราะศิลปินรุ่นผมหลายคน พออายุย่างเข้า 40 ก็เริ่มอยากกลับมาทำเพลงกันใหม่ มันคิดถึงน่ะ

แสดงว่าอาจมีข่าวดีของสาวกวงพรู

ก็อาจเป็นเช่นนั้น แต่ก่อนอื่นใดในช่วงที่ทุกคนบอกว่า ไม่เล่นแล้วดีกว่า ยุบวงกันเถอะ ผมก็ยังมีเพลงที่เขียนเก็บไว้ที่อยากจะทำให้มันเกิดอีกเยอะทีเดียว ผมก็เลยตัดสินใจจะออกอัลบั้มเดี่ยว ซึ่งจริงๆ ผมก็พูดมา 6-7 ปีแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ออกสักที (หัวเราะ)

1inside

นี่เรากำลังจะได้ฟังโปรเจคต์เดี่ยวของ น้อย วงพรู หรือนี่

ปีนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ ผมอัดร้องทุกเพลงเสร็จหมดแล้ว เหลือแค่ขั้นตอนการมิกซ์และประสานเสียงอีกนิดหน่อย น่าจะเป็นช่วงกลางปีนี้ ซึ่งผมทั้งตื่นเต้นและกลัวในเวลาเดียวกันนะ เพราะก็อย่างที่รู้กันว่าวงการเพลงบ้านเรามันเปลี่ยนไปเยอะ ผมกลัวเพราะผมทุ่มเทอย่างมากในอัลบั้มนี้ ถ้าไม่เวิร์คผมก็ต้องทำใจ ถ้าเวิร์คก็แฮปปี้ เพราะสุดท้ายแล้วผมก็ต้องทำเพลงให้แฟนเพลงของผมฟัง และเมื่อเสร็จสิ้นจากอัลบั้มเดี่ยว ไม่แน่ว่าวงพรูอาจจะกลับมารวมตัวกันทำเพลง

แนวทางของดนตรีในอัลบั้มเดี่ยวของคุณจะออกมาในทิศทางไหน

ก็ยังคงมีกลิ่นอายของวงพรูอยู่ เพราะเพลงของพรูส่วนใหญ่ผมก็เขียนทำนองเป็นหลัก อาจจะต่างกันเล็กน้อยตรงที่จำนวนของเพลงช้าอาจจะเยอะขึ้น คือผมไม่ชอบร้องเพลงร็อคเท่าไหร่ ผมไม่ได้มี rocker voice ผมไม่ใช่นักร้องที่ดีด้วยซ้ำ สิ่งที่ผมรู้สึกว่าทำได้ดีที่สุดคือการเป็นนักแต่งเพลงและ Performer ซึ่งก็แล้วแต่โชว์ (หัวเราะ) ในอัลบั้มก็จะเป็นเพลงช้าแบบให้กำลังใจ เพลงช้าร้าวๆ ก็มีเยอะนะ เป็นกึ่งๆ ซาวนด์แทร็คที่มี emotional ค่อนข้างเยอะ เดี๋ยวสัมภาษณ์เสร็จผมให้ลองฟังเดโม (ยิ้ม)

แล้วยังมีแรงที่จะกระโดดโลดเต้นบนเวทีอยู่หรือเปล่า

ก็พยายามบอกตัวเองนะว่าอายุมากแล้ว (หัวเราะ) คือผมก็มักจะพูดเสมอว่ามันจะไม่แรง แต่พออยู่บนเวทีมันก็ออกมาอัตโนมัติ ผมต้องเคลื่อนไหว ไม่เช่นนั้นผมจะตื่นเต้น เขิน อาย นั่นคือสาเหตุที่ผมอยู่นิ่งๆ กับที่ไม่ได้ แต่ผมคงไม่ปีนป่ายเหมือนแต่ก่อนแล้วล่ะ

และหลังจากที่ทีม บิลบอร์ด ไทยแลนด์ ได้ฟังแทร็คที่ยังไม่รู้ชื่อเพลงจาก น้อย วงพรู แล้วก็มีความเห็นตรงกันว่า “ร้าวสุดๆ” และไม่เหมาะกับคนเพิ่งอกหักด้วยประการทั้งปวง!

 

Story by: Chanon B.

Photos by: Pisut S.

Special Thanks: Sahamongkolfilm International