cb03

 

ทุกวันนี้ดนตรีเต้นรำก็ยังคงกระแสความฮิตเป็นลำดับต้นๆ ของวงการเพลงโลก โดยเฉพาะในช่วงหลายปีหลัง ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ได้แตกแขนงออกไปเป็นแนวเพลงปลีกย่อยมากมาย แต่กระนั้นก็มีวงดนตรีจากประเทศอังกฤษวงหนึ่งได้สร้างความแตกต่างและโดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการนำเอาเครื่องสายในรูปแบบดนตรีคลาสสิคมาผสมผสานกับท่วงทำนองอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างลงตัว พวกเขาคือ Clean Bandit กับสมาชิกยุคปัจจุบันที่เหลือเพียง 3 คนคือ เกรซ แชตโท (ร้องนำ, เชลโล่, เพอร์คัสชั่น), แจ๊ค แพตเทอร์สัน (ร้องนำ, เบส, เปียโน, คีย์บอร์ด) และ ลุค แพตเทอร์สัน (กลอง, เพอร์คัสชั่น) โดยมือไวโอลินและเปียโนอย่าง นีล อาร์มิน-สมิธ เพิ่งออกจากวงไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง

การปล่อยซิงเกิ้ลที่มีชื่อว่า Rather Be ที่ได้ เจสส์ กลินน์ มาร่วมงานด้วยเมื่อ 2 ปีที่แล้วนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ทั่วโลกหันมาจับตามองพวกเขา เพราะเพลงดังกล่าวขึ้นไปถึงอันดับ 1 บน UK Singles Chart ยาวนานถึง 4 สัปดาห์ ปรากฏชื่ออยู่ในท็อปเทนบนชาร์ต Billboard Hot 100 แถมยังคว้ารางวัลแกรมมี่ครั้งที่ 57 มาครองในสาขา Best Dance Recording อีกด้วย อีกทั้งสตูดิโออัลบั้มชุดแรกอย่าง New Eyes ที่ออกมาในปีเดียวกันกับการโปรดิวซ์กันเองของพวกเขาก็ประสบความสำเร็จไปไม่น้อยเช่นกัน

 

ปีนี้ Clean Bandit กลับมาพร้อมซิงเกิ้ลใหม่อย่าง Tears กับการร่วมงานกับ ลุยซา จอห์นสัน ผู้ชนะจากรายการ The X Factor ประจำปี 2015 และล่าสุดกับ Rockabye ซิงเกิ้ลสนุกๆ ที่ได้แร็ปเพอร์อย่าง ฌอน พอล และศิลปินสาว แอนน์ มารี มาฟีทเจอริ่ง กับการก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งสูงสุดบน UK Singles Chart อีกครั้ง

และนับเป็นโอกาสดีเหลือเกินที่หนึ่งในสมาชิกวง Clean Bandit อย่าง แจ๊ค แพตเทอร์สัน ได้ทำการต่อสายข้ามทวีปมาจากสตูดิโอแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ เพื่อมาพูดคุยสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ เพียงที่เดียวเท่านั้น

 

สวัสดี แจ๊ค เป็นเกียรติอย่างมากที่คุณสละเวลาโฟนอินข้ามทวีปมาจากประเทศอังกฤษ
แจ๊ค แพตเทอร์สัน
: เช่นกันครับ ได้ยินเสียงผมชัดเจนนะครับ อาจจะมีดีเลย์สักหน่อย

ชัดเจนดีครับ มาเริ่มต้นกันด้วยคำถามนี้ดีกว่า เมื่อปี 2014 ซิงเกิ้ลที่มีชื่อว่า Rather Be ที่พวกคุณร่วมงานกับ เจสส์ กลินน์ ดังเป็นพลุแตกทั้งในประเทศอังกฤษ บ้านเกิดของคุณ รวมถึงการคว้ารางวัล แกรมมี่ อวอร์ดส ครั้งที่ 57 ในสาขา Best Dance Recording ถึงสหรัฐอเมริกา ความสำเร็จดังกล่าวมีความหมายต่อพวกคุณอย่างไรบ้าง?
มันเป็นช่วงเวลาอันแสนมหัศจรรย์สำหรับพวกเราครับ การได้แกรมมี่มันทำให้พวกเราแทบบ้า (หัวเราะ) เป็นเกียรติในชีวิตสุดๆ คือมันเป็นสิ่งที่พวกเราไม่เคยคาดคิดและไม่เคยคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ

cb04

Clean Bandit รับรางวัล แกรมมี่ อวอร์ดส ครั้งที่ 57 ในสาขา Best Dance Recording จากเพลง Rather Be

มีศิลปินมากมายนำเพลง Rather Be ไปคัฟเวอร์มากมายหลายเวอร์ชั่น อย่าง The 1975 หรือ Pentatonix รวมถึงยูทูบเบอร์ทั้งหลาย อยากได้ยินเวอร์ชั่นคัฟเวอร์จากใครอีกบ้างไหม?
อืม… ผมว่า Rather Be เวอร์ชั่นคัฟเวอร์มีเยอะพอแล้วล่ะ (หัวเราะ) อาจจะขอลองฟังเพลงใหม่ๆ ดูบ้าง ลองดูนะครับ

ดนตรีคลาสสิคกับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ดูเหมือนเป็นขั้วตรงข้ามกันอยู่มากทีเดียว เหตุใดพวกคุณจึงเลือกนำแนวดนตรีทั้งสองมาผสมผสานกันในเพลงของ Clean Bandit?
อันที่จริงมันเป็นสิ่งที่เราทำมาตลอดตั้งแต่เริ่มทำวงกันน่ะครับ อย่างสมัยที่พวกเราเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เราก็มีวง String Quartet อันยอดเยี่ยม มันเปรียบเสมือนเป็นการทดลองของพวกเราอะไรทำนองนั้น ซึ่งการทดลองที่ว่ามันดันเวิร์ค และเราก็ทำในแนวทางนั้นต่อมาเรื่อยๆ

ยากไหมกับการหาจุดลงตัวระหว่างแนวเพลงทั้งสอง?
คือตอนนี้ Clean Bandit เริ่มทำเพลงที่ป๊อปมากขึ้น มันก็เลยอาจจะยากพอสมควรในการผลักดันดนตรีคลาสสิคให้โดดเด่นขึ้นมา แต่การที่พวกเราเพิ่มความป๊อปลงไปในเพลงก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยล่ะ

เหมือนก่อนหน้านี้พวกคุณพยายามผลักดันให้ดนตรีคลาสสิคเข้ามาอยู่ในซีนของดนตรีป๊อปหรืออิเล็กทรอนิกส์?
มันก็ไม่เชิงนะครับ คือดนตรีที่พวกเราทำออกมามันคือสิ่งที่พวกเราชอบ แค่นั้นเลย

cb02

ภาพโปรโมตซิงเกิ้ล Rockabye จากซ้าย: Clean Bandit, แอนน์ มารี และ ฌอน พอล

แสดงว่าเราใกล้จะได้ฟังอัลบั้มชุดที่ 2 ของพวกคุณแล้ว?
พวกเราเพิ่งทำซิงเกิ้ลถัดไปหลังจาก Tears และ Rockabye เสร็จเรียบร้อยเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เองครับ น่าจะได้ฟังกันเร็วๆ นี้ และหลังจากนี้ก็คงพยายามทำสตูดิโออัลบั้มให้ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์กันต่อ

อย่างซิงเกิ้ล Rockabye ที่พวกคุณได้ ฌอน พอล และ แอนน์ มารี มาฟีทเจอริ่งมันเป็นกลิ่นอายที่น่าตื่นเต้นและต่างออกไปจากอัลบั้มแรกพอสมควรเลยนะ?
ดีใจที่ได้ยินคุณพูดเช่นนั้นครับ

นอกจากพวกคุณจะใส่ความป๊อปลงไปสู่บทเพลงในอัลบั้มใหม่แล้ว ยังมีอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมอีกบ้างไหม?
คือทุกเพลงก็ยังคงเป็นแนวทางที่พวกเราชื่นชอบ แต่ความแตกต่างที่ชัดเจนน่าจะเป็นเรื่องของวิธีการทำเพลงมากกว่า อัลบั้มชุดที่แล้วเราเขียนเพลงกับโปรดิวซ์งานไปพร้อมๆ กันเลย แต่สำหรับอัลบั้มที่กำลังทำอยู่ พวกเราเริ่มต้นเขียนเพลงกับเปียโน และค่อยๆ แบ่งแต่ละพาร์ตของเพลงออกมา แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นจากการคิดจากเสียงเปียโนล้วนๆ

พวกคุณร่วมงานกับศิลปินมาแล้วมากมาย มีใครอีกที่คุณอยากจะทำงานด้วย?
ถ้าโดยส่วนตัวนะ… เดรก ผมชอบเขามาก และชอบเพลงของเขามากด้วย

cb01

จากซ้าย: ลุค แพตเทอร์สัน, เกรซ แชตโท และ แจ๊ค แพตเทอร์สัน

ปีหน้าพวกคุณจะไปเล่นที่เทศกาลดนตรี Glastonbury อีกไหม?
ก็หวังว่าจะได้ไปเล่นนะครับ (หัวเราะ) แต่มันอาจจะยากอยู่สักหน่อย เพราะพวกเรายังไม่ค่อยมีเพลงใหม่ให้ไปเล่นสักเท่าไหร่ หวังว่าเพลงจะเสร็จในช่วงซัมเมอร์ปีหน้าและได้กลับไปเล่นที่นั่นอีกครั้ง

จำความรู้สึกแรกตอนที่ก้าวขึ้นไปบนเวที Glastonbury ครั้งแรกได้ไหม?
ได้สิ จำได้แม่นเลยล่ะ ตอนนั้นเป็นปี 2013 พวกเรายังเป็นวงดนตรีวงเล็กๆ อยู่เลย ได้เล่นเวทีที่ขนาดเล็กมากๆ ถ้าเทียบกับหนล่าสุดที่เราได้เล่น หลังจากนั้นพวกเราก็กลับไปที่ Glastonbury อีก 2 ปีติดก็คือ 2014 และ 2015 ซึ่งตอนอยู่บนเวทีมันเป็นอะไรที่พิเศษสุดๆ

อยากรู้ว่าเวลาที่อยู่ในสตูดิโอทำเพลง พวกคุณเป็นวงที่ค่อนข้างซีเรียสหรือสบายๆ?
บางครั้งก็ซีเรียสมากเหมือนกันนะ แต่ส่วนใหญ่จะรีแลกซ์กันมากกว่า อย่างเช่นตอนนี้ในสตูดิโอก็มีเค้กรอผมอยู่ (หัวเราะ)

รู้มาว่าหนึ่งในนักดนตรีที่เป็นแรงบันดาลใจของพวกคุณก็คือ โมสาร์ท รวมถึงแทร็คแรกของอัลบั้มแรกอย่าง New Eyes ก็มีชื่อว่า Mozart’s House อีกด้วย ถ้าทุกวันนี้ โมสาร์ท ยังมีชีวิตอยู่ พวกคุณอยากบอกอะไรกับเขาบ้าง?
อืม… คงจะถามถึงกระบวนการในการคิดการทำเพลงของเขาน่ะครับ หรือเวลาที่อยู่ท่ามกลางความกดดัน เขาก้าวข้ามผ่านสถานการณ์ตรงนั้นไปได้อย่างไร อ้อ! ที่สำคัญผมจะบอกเขาว่า ผมเป็นแฟนตัวยงของเขาเลยนะ

แล้ว Clean Bandit มีแพลนจะเดินทางมาเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทยบ้างไหม?
ในเร็วๆ นี้อาจจะยังไม่มีแพลนครับ แต่พวกเราทั้ง 3 คนอยากเดินทางไปแสดงสดที่เมืองไทยมาก เฝ้าคอยเวลาที่เหมาะสมอย่างใจจดใจจ่อเลยล่ะครับ

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Warner Music Thailand & Billboard