cover (1)

 

หลังจากเมื่อ 2 วันที่แล้ว ชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิวสิคบั๊กส์ จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านคลิปวิดีโอกับทางรายการ Super บันเทิงว่า ได้ทำการฟ้องร้อง บริษัท GMM Grammy และวงลาบานูน มูลค่าสูงถึง 50 ล้านบาท ฐานนำเพลงซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของค่ายไปใช้ในการแสดงคอนเสิร์ต โดยทางวงลาบานูนได้นำผลงานเพลงในสมัยที่อยู่กับค่ายมิวสิคบั๊กส์จำนวน 7 อัลบั้มไปใช้ประกอบการแสดงสดไม่น้อยกว่า 10 เพลงต่อ 1 รอบ ซึ่งในปีที่ผ่านมา ลาบานูน มีการแสดงสดไม่ต่ำกว่า 250 รอบ จึงตัดสินใจฟ้องร้องดังกล่าว โดยศาลจะนัดไต่สวนคุ้มครองชั่วคราวในวันที่ 4 เมษายน 2559 เป็นครั้งแรก

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายกษม อดิศัยปัญญา กรรมการผู้จัดการบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (MPI) ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ บริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ จำกัด หรือ มิวสิคบั๊กส์ ในข้อหา “หมิ่นประมาท” ซึ่งเนื้อความในถ้อยแถลงของตัวแทนจาก GMM Grammy นั้นสรุปได้ว่า MPI กับ มิวสิคบั๊กส์ ได้ทำสัญญาร่วมกันในการให้สิทธิ์ MPI ในการทำนิติกรรมสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในการเผยแพร่ต่อสาธารณชนและจัดเก็บค่าตอบแทน หรือค่าเผยแพร่งานดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุ กับผู้ประกอบการร้านค้า และ/หรือผู้ใช้งานดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุ รวมถึงการใช้งานดนตรีกรรมไปใช้ในการแสดงสด และ/หรืออยู่ในรูปแบบของงานสิ่งบันทึกเสียงและ/หรือภาพใด ๆ ก็ตามอย่างถูกต้องตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งสัญญาฉบับนี้มีอายุต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 15 ปี และจะสิ้นสุดในวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 โดย คุณธเนศ วรากุลนุเคราะห์ อดีตผู้บริหารเป็นผู้ตรวจสอบข้อตกลงของสัญญาและลงนามในสัญญาทุกฉบับ และ MPI ได้ชำระค่าตอบแทนให้มิวสิคบั๊กส์ครบถ้วนหมดแล้ว

1455287575685

ล่าสุดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ทาง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้ออกแถลงข่าวถึงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ นำโดยคุณบุษบา ดาวเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน), คุณวิเชียร ฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการบริษัท จีนี่ เรคคอร์ดส์ จำกัด, คุณธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ผู้บริหารค่าย Rock Opera House และ อดีตผู้บริหารค่ายมิวสิคบั๊กส์, นายกษม อดิศัยปัญญา กรรมการผู้จัดการบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (MPI) และ ตัวแทนศิลปิน อ๊อฟ พูนศักดิ์ จตุระบุล และ กบ ขจรเดช พรมรักษา จากวง Big Ass

โดยคุณกษมแจ้งว่า จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ มิวสิคบั๊กส์ ถือเป็นคู่ค้าที่ดีมาโดยตลอด ซึ่งเมื่อช่วงกลางปีที่แล้วทาง มิวสิคบั๊กส์ มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร และอาจเกิดความไม่เข้าใจในสนธิสัญญาฉบับดังกล่าว โดยมิวสิคบั๊กส์มีการแจ้งขอเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในสัญญามาโดยตลอด แต่ทางแกรมมี่ก็แจ้งกลับไปว่าคงทำได้ลำบาก ต้องรอให้สัญญาหมดก่อน แล้วค่อยทำการตกลงกันใหม่ ซึ่งสัญญาดังกล่าวจัดทำขึ้นตั้งแต่วงลาบานูนยังไม่ได้เข้ามาอยู่ใน จีนี่ เรคคอร์ดส์ และเพลงที่วงลาบานูนนำมาใช้ในการแสดงสดนั้นเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาทั้งหมด และแกรมมี่ได้ทำการเหมาจ่ายค่าตอบแทนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลังจากนั้น นิค วิเชียร บอสใหญ่แห่ง จีนี่ เรคคอร์ดส์ เสริมว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ลาบานูนไม่ใช่วงแรกที่ย้ายเข้ามาอยู่กับ จีนี่ เรคคอร์ดส์ ซึ่งสิ่งที่ติดตามศิลปินมาด้วยคือเพลงที่สร้างสรรค์ไว้แต่เดิม แล้วศิลปินสมัยนี้จำเป็นต้องแสดงสด ซึ่งตนก็ได้มีการสอบถามคุณกษมเสมอว่า ส่งค่าตอบแทนคืนกลับค่ายเดิมของศิลปินครบถ้วนหรือไม่ ตรวจสอบเอกสารตลอดว่าสามารถนำเพลงไปโชว์ได้ไหม และตนทำงานในวงการมา 30 กว่าปี เรื่องนี้จะพลาดไม่ได้เลย

 

ส่วน อ๊อฟ และ กบ จากวง Big Ass ซึ่งย้ายบ้านมาจากมิวสิคบั๊กส์เช่นกันก็กล่าวว่า รู้สึกตกใจที่เป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ แต่ในอีกความรู้สึกก็ดีใจที่ผู้ใหญ่ทางค่ายได้มาเคลียร์ให้ทุกคนได้ทราบ โดยพวกเขาก็เช็คตลอดว่าเพลงนั้นเพลงนี้สามารถนำมาเล่นสดได้หรือไม่ ซึ่งกรณีก็เคยเกิดกับทั้ง Big Ass และ Bodyslam มาแล้ว
ในขณะที่ เมธี อรุณ นักร้องนำวงลาบานูนซึ่งกำลังเตรียมตัวเล่นคอนเสิร์ตอยู่ที่จังหวัดสุโขทัยก็ได้ทำการต่อสายเข้ามาพูดคุยด้วย โดยกล่าวว่า “ก็รู้สึกตกใจ และไม่รู้จะพูดยังไง เพราะถ้าไม่มีมิวสิคบั๊กส์ ก็ไม่มีวงลาบานูนขึ้นมาได้ คิดว่าเป็นเหตุการณ์เข้าใจผิดกันมากกว่า และคิดว่าคงมีทางออกในเร็วๆ นี้”
แต่ที่เป็นที่สนใจสำหรับสื่อมวลชนมากที่สุดคงหนีไม่พ้น ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ อดีตผู้บริหารค่ายมิวสิคบั๊กส์ โดยเขายอมรับว่า เป็นคนที่เซ็นลงนามอนุมัติในสัญญาจริง แต่แกรมมี่ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือเปล่านั้นตนไม่รู้ แต่ไม่ว่าจะเป็นไปตามสัญญาครบถ้วนหรือไม่ ตนก็ไม่ติดใจและไม่ว่าอะไร ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เพิ่งรู้เมื่อคืน และยังไม่ได้คุยกับน้องชายเลย และการที่ตนมาร่วมนั่งแถลงข่าวกับทางแกรมมี่ก็ไม่ได้หมายความว่าตนจะเข้าข้างใคร หากพรุ่งนี้น้องชายจัดงานแถลงข่าวและเชิญตนไปด้วยก็คงไป และคงพูดเหมือนกับที่พูดในวันนี้ เพราะตนไม่รู้เรื่องจริงๆ ซึ่งก็คิดว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันมากกว่า สุดท้ายก็กลับมาร่วมงานกันได้

 

เรื่องนี้จะจบลงเช่นไร บิลบอร์ด ไทยแลนด์ จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะ

 

Story by: Chanon B. 

Information and photos by: facebook.com/superent, onenews และ innnews.co.th