IMG_0757_ime

 

พูดกี่ทีก็ย้ำเหมือนเดิมว่า FTISLAND เป็นวงที่เล่นไลฟ์ได้ยอดเยี่ยม และโดยเฉพาะกับ The Truth ทัวร์ล่าสุด ที่ไปดูมาที่โซลแล้วเขียนสรรเสริญเยินยอความเจ๋งเหมือนรับบลูเลเบิลใต้โต๊ะมาจากฮงกี (นางบอกบนเวทีว่า “ผมชอบบลูเลเบิล”) แต่เปล่านะ ไม่ได้เหล้าใดๆ มาสักหยด พูดตามที่เห็นและสัมผัสล้วนๆ พอรู้ว่าจะมี The Truth in Bangkok ก็นับวันรอเพราะอยากดูไลฟ์ดีๆ แบบนี้อีก

แต่แล้ว คุณพระคุณเจ้าช่วยด้วย ก่อนคอนเสิร์ตวันเดียว ต้นสังกัด FNC ก็ออกแถลงการณ์ว่าชเวจงฮุน-ลีดเดอร์และลีดกีตาร์บวกเปียโนป่วยหนักไข้ขึ้นสูง ไม่สามารถเดินทางมาร่วมเล่นคอนเสิร์ตได้ ตายละวา นั่นลีดกีตาร์นะ แล้วเท่าที่จำได้ ไม่เคยเห็น FTISLAND ขึ้นเวทีแค่ 4 คนมาก่อนเลย แต่ก็เอาละ ในเมื่อสี่คนยังไม่หวั่น เราจะกลัวไปทำไม คิดอีกที นี่คือประวัติศาสตร์ เพราะมันอาจเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เราจะได้ดูพวกเขาไลฟ์กันแค่ 4 คน เป็นผู้หญิงต้องคิดบวก เลิกฟูมฟายแล้วเตรียมธงและแท่งไฟไปโบก ณ บัดนาว

PBK_0382_ime
IMG_0131_ime

 

หกโมงเย็น พรีมาดอนน่าพร้อม FTISLAND ก็พร้อม เมื่อทั้งสี่เปิดเวทีด้วยเพลงร็อคหนักๆ เซ็ตลิสต์เดียวกับที่โซลอย่าง Out of Love, Lose, Time To และ Cycle แม้วันนี้จะได้ที่นั่งสวยๆ ไม่ต้องลงหลุมยืนเบียดบี้กับฝูงชนหน้าเวทีเหมือนที่ Yes24 Live Hall ปีที่แล้ว แต่ใครเขานั่งดู FTISLAND กันล่ะคุณ สรุปแล้วทุกที่นั่งในจีเอ็มเอ็มไลฟ์เฮ้าส์ก็กลายเป็นบัตรยืนถ้วนหน้า เพราะทุกคนพร้อมใจกันยืนและเต้นเหมือนกันหมด

ส่วนที่ห่วงว่าฮุนไม่มา กีตาร์จะอ่อนแอลงไปมากไหม เป็นอันว่าไม่ถึงขั้นน่าเป็นห่วงอย่างที่กลัว เพราะแม้ช่วงแรกทั้งเสียงร้องของฮงกีและซาวนด์ดนตรีจะยังฟังไม่เข้าที่เข้าทางไปบ้าง แต่ก็ห่างไกลกับคำว่าแย่มากมายนัก และพูดกันตรงๆ เรารู้สึกว่าฮงพยายามเอนเตอร์เทนและใช้พลังเยอะกว่าปกติ อาจจะเพื่อชดเชยการขาดเมมเบอร์ไป 1 คน ซึ่งถ้าเป็นความตั้งใจจริงๆ (ไม่ใช่บ้าพลังเพราะมันคือรอบสุดท้าย) ก็ต้องบอกว่าฮงสตาร์ทำสำเร็จ ดู FTISLAND มาทุกทัวร์คอนเสิร์ต คอนนี้ฮงกีน่ารักน่าเอ็นดูมาก ทั้งลูกล่อลูกชนในการพูดคุย หยอดมุข เล่นกับแฟนๆ กระทั่งการทำแก้มป่องหน้างอนหน้าดื้อ นี่ว่ากันแค่ตอนพูดคุย ส่วนเวลาร้องเพลงและออกลีลา อันนั้นไม่ต้องพูดถึง เต็มที่ สุดพลัง ดูแล้วเหนื่อยแทน

PBK_0128_ime
PBK_1403_ime

 

คอนเสิร์ตสลับกันไประหว่างช่วงไลฟ์กับช่วงพูดคุยที่แต่ละคนเตรียมภาษาไทยแบบเกรียนๆ มาโชว์ให้ได้ขำ ทั้ง “สวัสดีครัช ขอบคุณครัช” ของแจจินและซึงฮยอน “รักนะจุ๊บๆ” ของน้องมินฮวาน นอกจากความแปลกตาที่เห็นแจจินไปยืนแทนที่จงฮุนแล้ว ยิ่งเวลาดำเนินไป ยิ่งแทบไม่รู้สึกเลยว่าขาดกีตาร์ไป 1 ตัว จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงสเปเชียลสเตจ โชว์อคูสติกเพลงเก่าๆ อย่าง A Man’s First Love Follows Him To The Grave (남자의  사랑은 무덤까지 간다) และ Thunder (천둥) ในสไตล์แจ๊ซ เป็นช่วงที่สวยงามทั้งโปรดักชั่นเวทีที่เนรมิตให้เหมือนเล่นอยู่ในบาร์ ทั้งการโชว์ให้เห็นว่า FTISLAND ไม่ได้เก่งแค่เพลงร็อคหรือบัลลาด ช่วงนี้เองที่ต้องมีการเชิญแบนด์มาสเตอร์ของห้าหนุ่มขึ้นมาเล่นกีตาร์แทนที่จงฮุน ฮงกีบอกว่า “อ. คนนี้เคยขึ้นเวทีในคอนเสิร์ตเดี่ยวของผมแล้ว ทุกคนจำได้ใช่ไหมครับ” แต่ทุกคนส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมเถียงเป็นภาษาไทยว่าจำไม่ได้ ไม่เคยดู ทำเอาฮงฮงหน้ามุ่ยด้วยความงอน ก่อนจะนึกได้ว่า “เอ๊ะ ผมไม่ได้มาเล่นคอนเสิร์ตเดี่ยวที่เมืองไทยนี่นา ขอโทษคร้าบ” มีความฮาสลับฉากกันไป

แล้วก็เข้าสู่ช่วงที่เราชอบที่สุดในคอนเสิร์ตนี้ ฮงบอกให้ทุกคนปิดไฟกะพริบและแท่งไฟให้หมด แรกๆ ก็ขอร้องดีๆ ว่าช่วยปิดไฟด้วยนะครับ แต่ด้วยความที่คนทำตามบ้างไม่ทำบ้าง (อาจจะเพราะไม่เข้าใจภาษา) สักพักฮงสตาร์เริ่มสำแดงความเกรียนด้วยการบอกว่า “ปิดๆ ปิดไฟๆ ถ้าคนข้างๆ ไม่ปิด ก็ปิดให้ด้วย!” เออ เอาสิ มีความบังคับ!

PBK_1621_ime
PBK_0830_ime

สิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีสวยสมกับที่ต้องปิดไฟดูจริงๆ เพราะมันคือการปล่อยผ้าขาวผืนใหญ่ลงมาบังหน้าเวทีพร้อมภาพทรีดีกราฟฟิกแสนสวยเข้ากับเพลงที่โชว์น้ำเสียงและการร้องของฮงกีแบบเต็มๆ ทั้ง Stand By Me, Walking Dead และ Crying In The Rain ก็เหมือนที่เคยบอกว่าฮงกีคือหนึ่งในเคไอดอลที่ร้องเพลงได้อย่างเปี่ยมอินเนอร์และจับจิตจับใจที่สุด จะบอกว่าร้องเพลงเพราะก็ไม่เชิง แต่ถ้าได้ฟังฮงสตาร์ร้องเพลงอย่าง Walking Dead สดๆ มั่นใจว่าไม่มีใครรอดจากอาการถูกสะกด ตกอยู่ในภวังค์ไปได้ และสำหรับเรา ฮงกีคือนักร้องในดวงใจอันดับ 1 เป็นคนที่อยากให้ร้องเพลงให้ฟังแบบนี้ไปตลอดกาล ซึ่งท่าทางว่าจะได้ตามที่ขอ เพราะพ่อนักร้องนำมีช่วงดราม่าเบาๆ บอกว่า 10 ปีที่ผ่านมามีช่วงทุกข์บ้างท้อบ้าง สุดท้ายก็สามารถกลับมาร้องเพลงได้เพราะและเพื่อแฟนๆ เป็นช่วงอ้อนของคนวัยยี่สิบปลายๆ ที่ดราม่าได้แป๊บเดียวก็บอกว่า “ถึงในทีวีจะมีแต่เด็กใหม่ หล่อๆ ใสๆ แต่ก็อย่าลืมพวกผมนะ”

IMG_0817_ime
IMG_0772_ime

 

ช่วงท้ายร็อคกันยาวๆ กับ Black Chocolate, Pray, Take Me Now ที่ทั้งพลังงานในการเล่นสดและความสวยงามของแสงสีไฟเลเซอร์หลอมรวมกันได้อย่างยอดเยี่ยม แล้วก็เข้าสู่ช่วงอังกอร์กับ Becoming You (너에게 물들어) และ We Are… ที่แฟนๆ ทำโปรเจ็คต์ฉลองครบรอบ 10 ปีบวกฉลองวันเกิดให้ฮงกีด้วย เป็นการปิดทัวร์ The Truth เลกสุดท้ายที่ประเทศไทยไปอย่างสวยงาม พร้อมคำสัญญาของหนุ่มๆ ว่าจะทำงานให้หนักขึ้น ออกทีวีให้มากขึ้น (แข่งกับเด็กหน้าใส) และจะกลับมาหาพรีมาดอนน่าไทยอีกแน่นอน

Story by: Srivigar S.

Photos by: IME Thailand