Photo_Perspective_2

 

เคยแวะมาเมืองไทยโชว์ฝีมือดนตรีและความใสกิ๊กให้แฟนๆ ได้กรี๊ดกันไปแล้ว พอออกอัลบั้มใหม่ Perspective Lawson เลยฝากบทสัมภาษณ์มาให้อ่านกัน ใครคิดถึง แอนดี้ บราวน์, ไรอัน เฟล็ทเชอร์, โจเอล พีท และ อดัม พิทส์ อย่าลืมสนับสนุนพวกเขาด้วย เผื่อหนุ่มๆ อาจจะได้กลับมาหาพวกเราอีก

ทำไมเลือกตั้งชื่ออัลบั้มนี้ว่า Perspective

แอนดี้: เราเลือกชื่อ Perspective เพราะคิดว่ามันเหมาะที่สุดแล้ว สำหรับโดยส่วนตัวผมเอง มีหลายสิ่งมากที่ต้องเผชิญช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งปัญหาเรื่องสุขภาพ ทั้งประสบการณ์ ทั้งเรื่องเจ๋งๆ ที่ได้จากการออกทัวร์ สิ่งสำคัญในชีวิตของคนเราเปลี่ยนแปลงไปตามวิธีที่เรามองมัน ยิ่งมุมมองเราเปลี่ยน เราก็ยิ่งเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ มากขึ้น บ่อยแค่ไหนที่เราปล่อยปะละเลย มองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่ เราเลยคิดว่า Perspective เป็นชื่อที่เหมาะมากสำหรับอัลบั้มนี้ และสิ่งที่เราอยากจะสื่อ

พวกคุณมองอัลบั้มนี้ว่าเป็นก้าวใหญ่ขึ้นจากอัลบั้มและอีพีที่ผ่านๆ มาหรือเปล่า

อดัม: ผมคิดว่าอัลบั้มนี้เป็นการก้าวหน้าอย่างชัดเจนจากอัลบั้มแรก Chapman Square ที่ออกมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว มันก็นานพอสมควรนะ พวกเราเติบโตขึ้นในด้านตัวตนในสี่ปีที่ผ่านมา แนวเพลงของเราก็เติบโตไปด้วยเช่นกัน มันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ต่างจากอัลบั้มแรกอย่างสิ้นเชิง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เราอยากจะก้าวต่อไป เป็นแนวเพลงที่โตขึ้นน่ะครับ

เอ็มวีเพลง Where My Love Goes สวยงามมากเลย ช่วยเล่าเรื่องวันนั้นให้ฟังหน่อยสิ

แอนดี้: เอ็มวีเพลง Where My Love Goes เป็นอะไรที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายเลยสำหรับผม เพราะมันคือเหตุการณ์การขอภรรยาในอนาคต—ซึ่งเป็นคู่หมั้นของผมอยู่ในตอนนี้–แต่งงาน ฟังดูแปลกๆ เนอะที่ถ่ายมาเป็นเอ็มวี ตอนนั้นผมหวั่นๆ ขวัญผวามาก โจอี้แฟนผมก็ไม่รู้เลยว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งหมายความว่าเราต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับตั้ง 1 อาทิตย์ พอถึงวันถ่ายเอ็มวีผมก็ตื่นเต้นสุดๆ อะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน แต่เป็นความรู้สึกที่ดีมากนะครับ และก็หวังว่าผมจะไม่ต้องทำอะไรแบบนี้อีกในชีวิต

Photo_Perspective_3
Photo_Perspective

 

เพลงไหนสนุกที่สุดตอนทำอัลบั้มนี้

โจเอล: ผมว่าเพลงที่สนุกที่สุดตอนเราอัดเสียงกันคือ Only Water ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเพลงมันซีเรียสมากจนเราต้องหาเรื่องอะไรขำๆ ทำเพื่อให้รู้สึกสบายๆ ขึ้นรึเปล่านะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันเป็นเพลงที่สนุกมากๆ ระหว่างอัดเสียงในขณะเดียวกันก็มีโมเมนต์ของมัน ผมจำได้ว่าอดัมทวีตประมาณว่า “มีสิ่งมหัศจรรย์บังเกิดขึ้นในสตูดิโอ” อารมณ์เหมือนเราทำเพลงที่เต็มเปี่ยมทั้งความรู้สึกและความจริงใจที่สุดที่เคยทำ มันเลยเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำมาก แต่ก็มีอีกหลายเพลงหลายเรื่องสนุกตอนเข้าสตูดิโอกัน

อดัม: Rio ก็สนุกมาก

ไรอัน: ใช่ Rio เจ๋งมาก

อดัม: เป็นเพลงจังหวะสนุกๆ

ไรอัน: ต่อให้เราแก่แล้วกลับมาอังกฤษตอนนั้น เพลงนี้ก็จะยังเจ๋งอยู่

 

เพลงไหนที่คุณชอบเล่นสดที่สุด

ไรอัน: เพลงโปรดเวลาเล่นสด สำหรับผมคนเดียวนะครับ คนอื่นไม่รู้คิดยังไง คือเพลงจากอัลบั้มใหม่ ผมรู้ว่าเรายังไม่เคยเอาเพลงพวกนี้ไปเล่นสดเลย แต่ผมรู้ว่าถ้าเราเล่นเพลงอย่าง Roads, Lions Den, Used To Be Us, We Are The Fire โดยเฉพาะ Used To Be Us เนี่ย บอกตามตรงเลยผมว่าสนุกมากแน่นอน เพลงนี้มีความร็อคและมีพื้นที่เหลือเฟือให้ใส่อะไรลงไป ที่แน่ๆ คือกีตาร์ของโจเอลและเบสของผมด้วย มันเป็นเพลงที่เปิดกว้างให้คุณเพิ่มเติมอะไรลงไปได้เยอะมากๆ เวลาเล่นสด โดยส่วนตัวผมเลยชอบเพลงนี้ แต่ก็อย่างที่บอกไปแหละครับ เรายังไม่มีโอกาสเล่นสดเพลงพวกนี้เลย คงต้องรอดูกันในทัวร์

14060472_10157385673875457_192810160_o
Photo_Roads_300CMYK3

 

อยู่ในวงการนี้ต้องทำตัวยังไงบ้าง

อดัม: การอยู่ในวงการดนตรีปี 2016 คุณต้องหูตาเปิดกว้างเข้าไว้เพราะเกมเปลี่ยนได้ตลอดเวลาและมันก็เป็นอะไรที่รับมือยากมาก เรายังมองตัวเองเป็นวงใหม่ เพิ่งเข้ามาในวงการแค่ 6-7 ปี อัลบั้มแรกก็เพิ่งออกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงของวงการดนตรีตั้งแต่ตอนที่เราเพิ่งออกอัลบั้มในปี 2012 จนถึงตอนนี้มันมากมายซะจนเราเองยังตามแทบไม่ทัน

ไรอัน: คุณต้องมีจรรยาบรรณในการทำงาน และต้องทุ่มเทเพื่อมันให้มากกว่าใครๆ

อดัม: เราโชคดีที่ตอนออกอัลบั้มมีฐานแฟนที่ยอดเยี่ยมและพวกเขาก็ยังคงติดตามเรา ตามไปดูการแสดงสดของเรา ซื้ออัลบั้มของเรา เพราะเราเองก็ใช้เวลากับพวกเขาค่อนข้างมาก มันมีความรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยน่ะครับว่าเวลาปล่อยเพลงออกมา จะมีผู้คนที่รออยู่เสมอและอยากจะฟังเพลงของเราเสมอ แต่ถ้าเป็นวงใหม่ที่กำลังจะออกตัวตอนนี้ในปี 2016  ผมคิดไม่ออกเลยว่าพวกคุณจะต้องใช้วิธีไหน หรือเดินไปในทิศทางไหน จะทำยังไงให้ได้แฟนเพลงแบบนี้ในตอนนี้ เพราะเหมือนวงการดนตรีตอนนี้มันเป็นคนละเรื่องกับที่เรารู้จักเลย วงการนี้น่ากลัวมากแต่มันก็เป็นสิ่งที่เรารักที่จะทำ และเป็นสิ่งที่เราพยายามจะทำต่อไปตลอดชีวิตของเรา

หลังจากนี้พวกคุณวางแผนไว้มั้ยว่าจะทำอะไรกันต่อ

โจเอล: ผมคิดว่าสำหรับปีหน้า สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราคือการทำเพลงออกมาอีก เราทิ้งช่วงนานมากจาก Champman Square ถึง Perspective ไม่อยากทำแบบนั้นอีกแล้วครับ และตอนนี้พวกเราก็มีเพลงที่อยากเอาไปเข้าห้องอัดแล้วเริ่มทำงานกันหลายเพลง ก็คงจะเป็นการกลับเข้าสตูดิโอและทำเพลงออกมาอีกนั่นแหละ

ฝากอะไรถึงแฟนๆ ชาวไทยหน่อย

แอนดี้: สวัสดีครับแฟนๆ ชาวไทย พวกเราวง Lawson นะครับ อยากจะบอกว่าขอบคุณมากที่สนับสนุนเรา ผมรู้ว่ามันก็ซักพักแล้วละที่เราไม่ได้กลับไปที่เมืองไทย แต่เราก็หวังและภาวนานะว่าจะได้กลับไปอีกเร็วๆ นี้ จะได้เล่นเพลงจากอัลบั้มใหม่ล่าสุด Perspective ให้พวกคุณได้ฟังกัน ขอบคุณมากๆ ที่สนับสนุนกันมาตลอด หวังว่าจะได้เจอกันเร็วๆ นี้ครับ

 

Story & photos by: Universal Thailand