rant-pop-1024x807

สิ่งที่แย่ที่สุดของการมีเพื่อนหรือคนรักเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยในเมืองไทยก็คือ วันหนึ่งเขาก็จะทำหน้าหมองมาบอกเราว่า…ต้องกลับประเทศ

วิคเตอร์ ม็องเฌิน ก็เป็นหนึ่งในนั้น

วิคเตอร์คือหนุ่มฝรั่งเศสวัยยี่สิบเจ็ดที่อาศัยในเมืองไทยมาสามปีและหลงใหลทุกวินาทีในดินแดนอันเต็มไปด้วยสีสันแห่งนี้ หลังเรียนจบด้านดีไซน์ วิคเตอร์ตรงดิ่งจากเมืองแรนในฝรั่งเศสมาประเทศไทย เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเมืองไทย ทันทีที่หนุ่มฝรั่งเศสหน้าใสซื่อเหมือนเด็กๆ คนนี้เหยียบย่างเท้าเข้ากรุงเทพฯ มันราวกับรักแรกพบ

“มันวุ่นวายยุ่งเหยิงไปหมด! ผมทึ่งมากที่ได้เห็นสายไฟระโยระยางตามถนน ผมรู้ทันทีว่าเมืองนี้มีอะไรที่พิเศษไม่เหมือนใคร”

วิคเตอร์ใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญในเมืองไทย ทำงานด้านออกแบบตกแต่งที่โรงแรมหรรษาในกรุงเทพฯ ยามเย็นชอบไปกินดั๊กกงฟีที่ร้านปลาดิบ กินเหล้าต่อที่ทูบา เอกมัย หรือสตูดิโอลำ (“ยาดองที่นี่วิเศษมาก!”) อาหารไทยสุดโปรดคือข้าวซอย ที่เขาบอกว่าสามารถกินได้ทุกวัน และเขายอมรับว่าชอบอยู่ที่เมืองไทยมากกว่าบ้านเกิดที่ฝรั่งเศสเสียอีก

วิคเตอร์ก็เหมือนกับเพื่อนหนุ่มสาวชาวต่างชาติมากมายที่ฉันรู้จัก บางคนมาเมืองไทยด้วยความเคลือบแคลงสงสัย แต่ลงเอยด้วยการถูกดึงดูดให้อาศัยอยู่ที่นี่ ฉันเคยรู้จักผู้ชายจากสก็อตแลนด์ชื่อเดฟ ที่ตอนแรกตั้งใจจะมาเที่ยวเมืองไทยแค่ 2 อาทิตย์ แต่ลงท้ายด้วยการอยู่เมืองไทย 2 ปี

พวกเขาเกลียดความเหน็บหนาวอันทารุณที่ประเทศบ้านเกิด เมืองเล็กอันน่าเบื่อหน่าย และคนหน้าตาบึ้งตึง พวกเขาเลือกที่จะใส่รองเท้าแตะเดินกินอาหารรสเลิศราคาถูกตามท้องถนนในเมืองไทยพลางดวดเบียร์ลีโอเย็นชื่นใจ พวกเขาหลงใหลอะไรกันนะ เสน่ห์ของเมืองไทยอยู่ตรงไหน

“ภูมิอากาศและความใจดีของคนไทยไงล่ะ” วิคเตอร์ตอบ “อยู่เมืองไทยผมรู้สึกเหมือนกำลังท่องเที่ยวพักร้อนตลอดเวลา อยู่ที่นี่ไม่เครียดเหมือนอยู่ปารีส มีคลื่นพลังงานแง่บวกทุกหนทุกแห่งในเมืองไทย”

มันทำให้เขานึกถึงเพลง Jimmy Jimmy Aaja ของพาร์วาติ ข่าน จากหนังอินเดียเรื่อง Disco Dancer ในปี 1982  “เป็นเพลงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน–เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ”

น่าเสียดายที่ชีวิตในเมืองไทยซึ่งเปรียบเหมือนการพักร้อนยาวนานถึงสามปีของเขาจำต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ อีกไม่กี่วันเขาก็จะอยู่บนเครื่องบินกลับไปสู่ดินแดนที่เขาจากมา เมืองที่ฝนตกวันละห้าครั้ง มีขนมปังหอมกรุ่นและเนยหลากหลายรส  แต่ไม่มีข้าวซอยและยาดองให้กิน

เพลงที่แทนความในใจของเขาได้ดีที่สุดในช่วงเวลาแห่งการอำลาเมืองไทยคือ No Sound But the Wind ของ Editors วงโปรดของเขา ทอม สมิธแต่งเพลงนี้โดยได้แรงบันดาลใจจากหนังสือรางวัลพูลิทเซอร์เรื่อง The Road ของคอร์แม็ค แม็คคาร์ธีย์ ซึ่งทำเป็นภาพยนตร์ในปี 2009 นำแสดงโดยวิคโก มอร์เทนเซน

ถึงแม้เนื้อเพลงจะเป็นเรื่องราวการเดินทางของพ่อกับลูกชายด้วยความหวังว่าจะพบสถานที่แห่งใหม่ที่ดีกว่า แต่มันก็สอดคล้องกับสถานการณ์ในชีวิตเขายามนี้เป็นอย่างดี

ชีวิตที่เปรียบเหมือนการเดินทาง จำต้องเดินหน้าต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด แม้มืดหม่นแต่ก็ยังเปี่ยมด้วยความหวัง จุดหมายเบื้องหน้าอาจมีสิ่งสวยงามรออยู่

Help me to carry the fire
We will keep it alight together
Help me to carry the fire
It will light our way forever

“ผมคงจะฟังเพลงนี้แล้วน้ำตาไหลอยู่คนเดียวบนเครื่องบินกลับฝรั่งเศส”

ส่วนฉันก็คงจะคิดถึงเขาทุกครายามที่สายตาไปปะทะเข้ากับภาพสายไฟระโยงรยางค์ยุ่งเหยิง…

นี่แหละ ความพิเศษไม่เหมือนใครชองประเทศไทยที่ดึงดูดใจชาวต่างชาติอย่างวิคเตอร์

Story by: ธิชา ชัย | Editor@POPpaganda.net